bg-single

นาฏศิลป์และดนตรี วัฒนธรรมฆ้อง

15.03.2026

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

คนในโซเมีย (ทางใต้ของจีน) รู้จักถลุงโลหะด้วยความร้อนจากสุมไฟ แล้วเอามาทุบตีและหล่อหลอมให้ได้รูปเครื่องมือเครื่องใช้ตามต้องการโดยเทคโนโลยีจากจีน 3,000 ปีมาแล้ว

โลหะสำคัญคือทองแดง, ดีบุก, เหล็ก

เครื่องดนตรีทำด้วยโลหะชุดแรกใน “วัฒนธรรมฆ้อง” เป็นโลหะผสมเรียกสำริด (ทองแดงกับดีบุก) เลียนแบบเครื่องดนตรีวัฒนธรรมไม้ไผ่ที่มีมาก่อน แต่ที่สำคัญคือ ลิ้นแคน แล้วยังทำเครื่องมือแบบอื่น เช่น โปง ฯลฯ

คนในโซเมียครั้งนั้นก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รู้จักถลุงและหลอมโลหะ เช่น สำริด, เหล็ก ทำเครื่องมือเครื่องใช้ (เรียกสมัยโลหะ)

ขบวนแห่ มีคนแบกหามรูปกลมๆ คล้ายฆ้อง/กลอง ราว 3,000 ปีมาแล้ว (พบที่ถ้ำตาด้วง บ้านวังกุลา ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี)
ลายเส้นคัดลอกรูปโปงสำริดแบบต่างๆ ในวัฒนธรรมดงเซิน ราว 3,000 ปีมาแล้ว (พบที่เวียดนาม)

พ่อค้านักเสี่ยงโชคจากอินเดียซื้อทองแดงและเทคโนโลยีสำริดจากโซเมีย เมื่อเริ่มแรกมีการค้าระยะไกลทางทะเล ทำให้มีคนภายนอกเดินทางไปมาหาสู่บนเส้นทางคมนาคมการค้าข้ามภูมิภาคทั้งทางบกและทางทะเลเลียบชายฝั่ง ทำให้ชุมชนหมู่บ้านมีคนมากขึ้น แล้วเติบโตกระจัดกระจายไปทั่วภูมิภาค

ชุมชนหมู่บ้านขยายตัวจนเป็นเมือง แล้วเป็นรัฐขนาดเล็ก มีคนชั้นปกครอง มีระบบการปกครองแบ่งคนเป็นระดับชั้นอย่างกว้างๆ

คนในบ้านเมืองเหล่านี้นับถือศาสนาผี ต่อไปจะติดต่อกับชมพูทวีป (อินเดีย) แล้วเลือกรับพราหมณ์และพุทธมีภาษาร่วมสื่อสารกัน ในภาษาร่วมนั้นมีต้นเค้าตระกูลไท-ไตอยู่ด้วย ถือเป็นรากเหง้า “ภาษาไทย”

กลองสำริด 3,000 ปีมาแล้ว (พบที่ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์)

ชาวจ้วง มณฑลกวางสี (ในจีน) ประโคมตีกลองสำริด และมีกลองไม้ขึงหนังตอกหมุดหน้าเดียว (เหมือนกับกลองทัดปัจจุบัน) ตั้งตีเป็นประธาน (ภาพถ่ายจากกวางสีเมื่อ พ.ศ.2537)

ฆ้อง, ระฆัง

เสียงกังวานโลหะ 3,000 ปีมาแล้ว เป็นเสียงใหม่, ใหญ่ยิ่ง, สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมหัศจรรย์ที่สุดของยุคนั้น

เครื่องดนตรีโลหะจึงมีฐานะสูงมากตราบถึงทุกวันนี้ เช่น ฆ้องวง ถือเป็น “ครูใหญ่” ของวงปี่พาทย์ เป็นต้น

ฆ้องที่วางเรียงมีหลายเสียงลดหลั่น เป็นวิธีการเลียนแบบกระบอกไม้ไผ่ที่มีมาก่อน มีร่องรอยเหลือให้เห็นอยู่ในกาเมลันของอินโดนีเซีย

เมื่อมนุษย์ค้นพบโลหะ แล้วมีเทคโนโลยีก้าวหน้าถลุงและหล่อโลหะได้ ทำให้เกิดคนชั้นนำมีอำนาจและมีบริวารสร้างสรรค์วัฒนธรรมฆ้อง ขณะที่คนชั้นล่างใช้วัฒนธรรมไม้ไผ่ที่มีมาแต่เดิม

“วัฒนธรรมฆ้อง” เก่าสุดอายุราว 3,000 ปีมาแล้ว พบที่ยูนนาน, กวางสี (ทางใต้ของจีน) ต่อเนื่องผืนเดียวกับดงเซิน (ทางเหนือของเวียดนาม)

เครื่องตีสำริดมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น กลองทอง (ไทย, ลาว), ฆ้องบั้ง (ลาว), กลองกบ (กะเหรี่ยง), ฆ้องกบ ชื่อที่แพร่หลายในประเทศไทยคือ มโหระทึก หมายถึงกลองสำริด มีเอวคอดคล้ายลูกน้ำเต้า

วัฒนธรรมฆ้องในอุษาคเนย์ มีต้นแบบจากกลองสำริดเมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว
ฆ้อง ทาสีตรงปุ่มฆ้องรูปเป็นแฉก (แบบกลองสำริด) อายุราวหลัง พ.ศ.2000 พบที่แหล่งเรือจมน้ำตื้นรอแยลกัปตัน บริเวณเกาะปาลาวัน ฟิลิปปินส์ (ปัจจุบันฆ้องมีสัญลักษณ์อย่างนี้เรียกฆ้องชัย)

กลองสำริดมีหูระวิงอยู่ข้างๆ เอาไว้ใช้เชือกร้อยแขวนตีประโคม หูระวิงนี้เป็นต้นแบบให้กลองทัดต่อไปข้างหน้า

“วัฒนธรรมฆ้อง” เป็นสัญลักษณ์ร่วมเฉพาะภูมิภาคอุษาคเนย์ มีแหล่งกำเนิดบนผืนแผ่นดินใหญ่ เช่น จีน (ยูนนาน, กวางสี), เวียดนาม แล้วแพร่กระจายลงไปทางหมู่เกาะทะเลใต้ มีใช้ในทุกกลุ่มชาติพันธุ์สืบเนื่องถึงทุกวันนี้

ฆ้องเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นใหญ่ หมายถึง เครื่องตี ทำด้วยโลหะผสมเรียกสำริด มีรากเหง้าจากกลองสำริด

คำว่าฆ้องมีรากจากภาษาตระกูลชวา-มลายู ว่า gong คู่กับ ระฆัง ใช้ไม้ตีจากข้างนอก เอกสารโบราณใช้คู่กันว่า ระฆ้อง-ระฆัง หรือรังฆ้อง-รังฆัง ก็มี โลกตะวันตกรับอิทธิพลฆ้อง-ระฆัง จากอุษาคเนย์ แล้วทับศัพท์คำ gong ไปใช้ในภาษาตะวันตกด้วย

gong ของอุษาคเนย์ ต่างจาก bell ของตะวันตก เพราะ gong ตีจากข้างนอก แต่ bell ตีจากข้างใน (มีลูกกระทบแขวนข้างใน bell)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน
“วัชระพล” ลงพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน สำรวจความเสียหายแปลงเกษตรจากอุทกภัย เร่งสรุปข้อมูลเดินหน้าเยียวยา – ย้ำต้องตรงจุด-ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพ
E-DUANG | เด็ด ดอกไม้ สะเทือน ดวงดาว กับ “นาม”ของคน “เงา”แห่งไม้