ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
บทความพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย
ในสายตาสื่ออเมริกัน
ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี
เข้าถึงสื่อออนไลน์
ตีหนึ่งของคืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2026 ที่เรดดิ้ง เพนซิลเวเนีย ตรงกับเที่ยงวันวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2026 ในเมืองไทย
ผมเริ่มเห็นข่าวการกราดยิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่นนทบุรี ส่งกันมาในไลน์ ยังไม่มีรายละเอียดใดระบุชัดเจน
พลันจอทีวี CNN เสนอข่าวด่วน Breaking News การกราดยิงในโรงเรียนในนนทบุรี มีภาพเหตุการณ์มาให้ดู ภาพการอพยพเด็กนักเรียน ผู้บรรยายข่าว CNN ในอเมริกากล่าวโปรยข่าวนำว่า คนยิงเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียน อย่างน้อยครูตาย 1 คน เด็ก 4 คนได้รับบาดเจ็บ (ข้อมูลขณะนั้น) เด็กที่กราดยิงฆ่าตัวตาย
แล้วตัดภาพมาให้รายงานการวิเคราะห์ข่าวจากผู้สื่อข่าวเชี่ยวชาญหญิง CNN ในฮ่องกง เธอเล่าว่า
วันนี้เกิดการกราดยิงในโรงเรียนชื่อ เทพศิรินทร์ นนทบุรี อยู่ทางเหนือของกรุงเทพฯ มีนักเรียนชายหญิง 3,000 คน ชั้น Junior และ Senior High School มีภาพตำรวจจู่โจมขึ้นบันไดเข้าไปอพยพเด็กที่หลบภัยออกมาทีละห้อง เธอรายงานว่า อย่างน้อยมีครูตาย 2 คน เด็กนักเรียนบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง
ผู้เชี่ยวชาญ CNN ฮ่องกงบอกว่า Mass Shooting-การกราดยิง เช่นนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเมืองไทย-are real in Thailand
“อัตราการมีปืนในประเทศไทยสูงกว่าประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
CNN ยังบอกอีกว่า จากรายงานที่ค้นคว้ามา สถิติปี 2017 มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคนในเมืองไทยถือครองปืน นั่นคือ มีปืน 15 กระบอกต่อประชากร 100 คน
CNN อ้างรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีการกราดยิงที่โรงเรียนทางภาคใต้ของไทย ครูตาย 1 คน นักเรียนตาย 1 คน
จะสังเกตได้ว่า รายงานแรกของ CNN ไม่ใช่แค่เพียงบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังนำสถิติการมีปืนในประเทศไทยมาให้รับรู้ ซึ่งเมื่อติดตามข่าวต่อเนื่องมา ไม่มีสื่อไหนในเมืองไทยให้ความสนใจนำเสนอเรื่องการถือปืนในเมืองไทยมากนัก
ผมมีความเห็นเพิ่มเติมว่า สถิติปืนในเมืองไทยที่ CNN นำมาเสนอนั้น ยังห่างจากความเป็นจริง เพราะในเมืองไทยยังมีปืนเถื่อน ปืนไทยประดิษฐ์อีกมากมายมหาศาลที่ไม่มีการจดบันทึก ซึ่งถึงที่สุดแล้ว อาจจะมีจำนวนปืนเท่ากับจำนวนประชากร

The Wall Street Journal ลงข่าวเรื่องกราดยิงในเมืองไทย
ตีหนึ่ง 50 นาที CNN รายงานเพิ่มเติมว่า การกราดยิงในนนทบุรี มีครูตาย 3 คน นักเรียนตาย 3 คน (ตัวเลขขณะนั้น)
ตื่นมาเช้าวันรุ่งขึ้น 9 โมงเช้าวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2026 ที่เรดดิ้ง CNN ยังเล่นข่าวกราดยิงในเมืองไทยต่อ มีผู้สื่อข่าวหญิงของ CNN ไปรายงานจากสถานที่จริง
10 โมงเช้า CNN ยังเล่นข่าวกราดยิงต่อ รายงานว่ามีคนตาย 5 คน บาดเจ็บ 30 คน ยิงปู่ย่าตายตอนตี 4 ที่บ้าน แล้วมากราดยิงที่โรงเรียนตอน 10 โมงเช้า มีการสันนิษฐานว่าสาเหตุอาจมาจากเด็กอายุ 14 ปี เกิด AI out of control จากการ Hacking บริษัทอื่นมีไวรัสใหม่เข้ามา 16 ตัวที่ไม่เคยเห็นตามธรรมชาติ เกิดและเติบโตอย่างรวดเร็วควบคุมไม่ได้ เข้าใจว่า AI ที่เกิดใหม่ชักนำให้เด็กอายุ 14 ปีเดินหน้าสู่การสังหารหมู่
เช้า 10 โมงครึ่ง ผู้สื่อข่าว CNN รายงานจากสถานที่เกิดเหตุ บอกว่าตำรวจตรวจพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ 9 เครื่องและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่บ้านเด็กมือปืนเปิดเรื่อง Mass Shooting-การสังหารหมู่ทิ้งไว้
บ่าย 5 โมงครึ่ง CNN รายงานเรื่องกราดยิงในนนทบุรีต่อ มีผู้สื่อข่าวชายรายงานจากสถานที่เกิดเหตุจริง มีคลิปภาพตำรวจบุกเคลียร์ทีละห้อง อพยพเด็กที่หลบอยู่ในห้องให้หนีออกมา มีคลิปสัมภาษณ์แม่ของเด็กอายุ 17 ปีที่โรงเรียนนี้ เธอเป็นฝรั่ง
7 โมง 15 นาทีเช้าวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม CNN รายงานเรื่องกราดยิงต่อ มีผู้สื่อข่าวชายไปยืนกางร่มรายงานที่หน้าประตูโรงเรียน กล้องแพนให้เห็นหมู่ช่อดอกไม้ที่วางไว้อาลัยที่ป้ายชื่อโรงเรียน ผู้สื่อข่าวบอกเล่าว่ามีครูสอนวิชาอะไรบ้างที่โดนสังหาร พร้อมทั้งบอกว่า เด็กอายุ 17 ปีบอกว่าการสังหารดำเนินไปนานเกือบ 1 ชั่วโมง
เขารายงานว่า เริ่มมีคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยจากปืนในเมืองไทย (gun safety in Thailand) เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็มีมือปืนที่มีทั้งปืนและมีดบุกเข้าไปฆ่าหมู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมาแล้ว-เป็นการฆ่าหมู่เด็กจำนวนมากที่สุดในโลก
ผู้สื่อข่าว CNN บอกว่า การวางดอกไม้ไว้อาลัยที่ป้ายชื่อหน้าโรงเรียนกราดยิงเช่นนี้ เป็นแบบเดียวกับที่มีการวางช่อดอกไม้และเทียนหน้าโรงเรียนแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในอเมริกา
The Wall Street Journal ฉบับเสาร์/อาทิตย์ 8-9 สิงหาคม 2026 หน้า 1 ลงรูปพร้อมพาดหัวว่า
เด็กวัยรุ่นไทยสร้างความวุ่นวายในโรงเรียน-Thai Teen Goes on School Rampage พร้อมสกู๊ปหน้า 8 โปรยหัวว่า
มือปืนเด็กนักเรียนไทยฆ่าเจ็ด (ศพ) พร้อมโปรยหัวรองว่า
ตำรวจบอกว่าเด็กวัยรุ่นยิงปู่ย่าและสตาฟฟ์ก่อนจะหันปืนยิงตัวเอง
เนื้อข่าวบรรยายว่า เด็กวัยรุ่นไทยฆ่าเจ็ดคนในเหตุการณ์วุ่นวาย เริ่มจากที่บ้านแล้วสิ้นสุดที่โรงเรียนนอกเขตกรุงเทพฯ ตำรวจเล่าเมื่อวันศุกร์
เด็กอายุ 14 ปีใช้ปืนของปู่ ฆ่าปู่และย่าแล้วเข้าโจมตีในโรงเรียนทางตอนเหนือของเมืองหลวงไทย
มือปืนสังหารครู 2 คนและคณะครูอีก 3 คนที่นนทบุรี เมืองใหญ่อันดับสองของไทย แล้วหันปากกระบอกปืนใส่ตัวเอง, ตำรวจบอกเล่า
คน 9 คนรวมทั้งนักเรียน 2 คนเป็นผู้ป่วยขั้นวิกฤต รมต.สาธารณสุขไทยกล่าว มากกว่า 20 คนบาดเจ็บ
เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี คือเรื่องแย่ๆ ล่าสุดของการกราดยิงในเมืองไทยที่คนมีปืนมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก
รัฐบาลไทยไม่เคยเผยแพร่ข้อมูลการมีปืนของคน 72 ล้านคน แต่รายงานปี 2018 จากสำนัก the Small Arms Survey หน่วยโครงการวิเคราะห์ของ Geneva Graduate Institute in Switzerland ค้นพบว่ามีปืน 10.3 ล้านกระบอกในมือของคนไทย รวมทั้งอีก 4.1 ล้านกระบอกที่ไม่จดทะเบียน
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เด็กอายุ 18 ปีสังหารผู้อำนวยการโรงเรียนทางใต้ของไทย ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นมีการกราดยิงในตลาดกรุงเทพฯ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลไทยเพิ่มโปรแกรมให้ตำรวจและทหารซื้อปืนกระบอกช่วยเหลือ (subsidized fire-arms) เพิ่มเติมได้ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าโปรแกรมนี้ทำให้จำนวนปืนที่ไม่มีใบอนุญาตในประเทศนี้เกิดขึ้นหมุนเวียนจำนวนมาก
ตอนท้าย WSJ รายงานว่า ตำรวจประกาศให้มือปืนยอมมอบตัว แต่เขายิงตัวเอง จากการตรวจค้นกระเป๋ามีกระสุนอีก 30 นัด
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า มือปืนมีความเครียดและความคับข้องใจ (stress and frustration) เกี่ยวกับผลการเรียน
“ผมเข้าใจว่า คุณย่าของเขาที่เป็นครูหวังให้เขาเรียนให้ดีที่โรงเรียน จึงค่อนข้างเข้มงวดและคาดหวังไว้มาก”
WSJ จบรายงาน
กล่าวโดยสรุป มีคำถามว่าเด็กอายุ 14 ปีไปฝึกยิงปืนมาจากไหน เพราะในจำนวนผู้ถูกยิงเสียชีวิต 8 คนนั้น (รวมมือปืนเป็น 9 คน) มีบางคนถูกยิงนัดเดียวเข้าหัวใจหรือถูกยิงที่หัว คำตอบคือ การ “เล่นเกม” ยิงต่อสู้ ทำให้เขาได้เข้าสู่การสู้รบเสมือนจริง เรียนรู้วิธีใช้ปืน การบรรจุกระสุน วิธีการบุกโจมตี ถ้ารบชนะจะได้แต้ม
การเข้าสู่เกมสู้รบทำให้จิตใจกล้าแกร่ง การบุกยิงทีละชั้น ทีละห้อง ไม่แตกต่างจากการรบในเกม ซึ่งเสมือนจริง เด็กมือปืนจึงทำได้แนบเนียน
ทางแก้ไขเบื้องต้นที่ต้องทำในทันทีคือ การออกกฎหมายให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีห้ามเข้าถึงการใช้สื่อสังคมออนไลน์อินเตอร์เน็ต (Social Media) โดยเด็ดขาด
เหมือนที่ออสเตรเลียประกาศเป็นกฎหมายแล้ว อินโดนีเซียประกาศเป็นกฎหมายเช่นกัน อังกฤษและสเปนกำลังจะประกาศกฎหมายนี้ เยอรมนีและมาเลเซียกำลังจะออกกฎหมาย ฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมายแล้ว กำหนดอายุเด็กต่ำกว่า 15 ปีเป็นเกณฑ์
ถ้าเมืองไทยยังไม่ออกกฎหมายนี้ ก็เตรียมรับข่าวกราดยิงในโรงเรียนต่อไปที่อาจจะแนบเนียนยิ่งกว่าเดิม
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
