bg-single

ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’

04.09.2026

ในประเทศ

มหากาพย์คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนทางการเมืองที่สังคมและทุกฝ่ายต่างเฝ้าจับตามองและเกาะติดมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นคดีที่มีรายชื่อของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นักการเมืองและเครือข่ายการเมืองระดับ “บิ๊กเนม” ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา เชื่อมโยงกับ “ขบวนการฮั้ว” และทุจริตกระบวนการเลือก ส.ว.เมื่อปี 2567

ขณะนี้เรียกได้ว่ากำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ใกล้ได้ทราบกันแล้วว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะออกมาแนวทางใด ภายหลังวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา 7 เสือ กกต.ได้นัดประชุมรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ทว่า เนื่องจากสำนวนคดีมีข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานบางส่วนที่จำเป็นต้องขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา

ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาลงมติเป็นไปโดยละเอียดรอบคอบ จึงกำหนดนัดพิจารณาลงมติสำนวน เกี่ยวกับการได้มาซึ่ง ส.ว. ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569

โดยสำนวนคดีนี้ กกต.ตั้งข้อหาพิจารณาสำนวนรวม 7 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งการลงมติของ กกต.จะเป็นการลงมติผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล

“นายณรงค์ รักร้อย” กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาระบุถึงเหตุผลการนัดลงมติวันที่ 14 กันยายนว่า การเว้นระยะเวลาเนื่องจากมีบางประเด็นต้องสอบถามและหาข้อมูลเพิ่มเติม อีกทั้งการลงมติจะต้องมีเหตุผลประกอบอย่างรอบคอบ ยืนยันว่าในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยล่วงหน้าว่าจะชี้มูลกี่คน เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ กกต.แต่ละท่านที่จะพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวน วันที่ 14 กันยายน กกต.ทั้ง 7 คนจะลงมติสำนวนคดีฮั้ว ส.ว. เมื่อลงมติเสร็จแล้วก็จะทำคำวินิจฉัยต่อไป

“สำหรับในวันที่ 14 กันยายน กกต.กำหนดให้เป็นวันประชุม เพื่อลงมติส่วนตนของ กกต.ทั้ง 7 คน ว่าแต่ละคนจะมีความเห็นการดำเนินการคดีกับใครบ้าง อย่างไร และจะส่งให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่ จากนั้นจะมีการนำมติดังกล่าวมาประมวลแล้วทำเป็นคำวินิจฉัย ก่อนจะดำเนินการตามที่ได้วินิจฉัยไว้ เช่น ส่งหรือไม่ส่งให้ศาลพิจารณาต่อและต้องดำเนินคดีกับใครบ้าง ดังนั้น ต้องรอดูผลการลงมติ” นายณรงค์ กกต.ระบุ

อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 กกต.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 โดยมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาร่วมเป็นกรรมการทำงานร่วมกัน ก่อนที่จะมีความเห็นเสนอให้ส่งฟ้องผู้กระทำผิดรวม 229 คน โดยเป็น ส.ว.ชุดปัจจุบัน 138 คน กรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน

ขั้นตอนต่อมาสำนักงาน กกต. โดยนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.ที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ กกต. เมื่อได้รับสำนวนก็ได้มีความเห็นยืนตามมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 แต่ทว่า เมื่อเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ซึ่งนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. (ขณะนั้น) แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีนี้ กลับมีมติ 5 ต่อ 2 เสนอ กกต.ว่าควรยุติเรื่อง เนื่องจากข้อกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้วเลือก ส.ว. จำนวน 229 คน ไม่มีมูลความผิด ซึ่งเป็นมติที่สวนทางกับคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 แบบสิ้นเชิง

แน่นอนว่า เมื่อมติของอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 และคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ออกมาต่างกัน ทำให้สังคมเกิดข้อกังขาและกังวลว่า ท้ายที่สุด 7 เสือ กกต.จะปัดตกคำร้องเป่าคดีฮั้ว ส.ว.ไม่ส่งศาลฟันผู้ถูกกกล่าวหาทั้ง 229 ราย หรือตัดตอนส่งฟ้องศาลแค่เพียงบางรายเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ก่อนที่ 7 เสือ กกต.จะนัดลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว ส.ว.ฝ่ายต่างๆ ได้ออกมาเคลื่อนไหวแสดงพลังเรียกร้องให้ กกต.มีมติสั่งฟ้อง ส.ว. และผู้เกี่ยวข้องในคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. ที่ปรากฏรายชื่อในสำนวนคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ทั้ง 229 คน ต่อศาลฎีกา อาทิ เครือข่ายประชาชน โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และเครือข่ายสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน นำโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ และ น.ส.ภัสราวดี ธนกิจวิบูลย์ หรือมายด์ จัดกิจกรรม เมื่อช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นำจัดกิจกรรม “เล่นกีฬาหน้า กกต.” 3 ชนิด ประกอบด้วย กิจกรรมตีลูกแบดชิงแชมป์ กิจกรรมโยนบอลสีน้ำเงินลงกล่อง และสกายรันนิ่ง วิ่งให้ครบ 2.29 ก.ม. รวมทั้งร่วมกันแปรอักษรเป็นเลข 229 เรียกร้องความยุติธรรมในคดีฮั้ว ส.ว.

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์ข้อความพร้อมภาพเอกสารการประชุมและภาพบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง” ชุดที่ 36 ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองและพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว ส.ว. ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนส่งให้ กกต.พิจารณาวินิจฉัย

โดยระบุว่า มีเอกสารจำนวนหนึ่ง มากกว่า 200 หน้า ที่ได้รับจากบุคคลภายในกกต. มีลายน้ำเขียนว่า “เอกสารใช้ภายในเท่านั้น” ไม่มีตราประทับ “ลับ” หรือ “ลับมาก” เมื่ออ่านแล้วพบว่า มีหลายเรื่องที่น่าตั้งเป็นข้อสังเกตในการทำงานของ กกต. และอาจเป็นข้อเสนอแนะในการวินิจฉัยคดีฮั้ว ส.ว.ต่อ กกต.ทั้ง 7 คน

“โดยบุคลากรที่เป็นองค์ประกอบในอนุกรรมการและบทบาทในทางปฏิบัติจากการอ่านรายงานการประชุมของอนุวินิจฉัยหลายครั้ง จะพบว่าบุคคลที่เป็นประธานที่ประชุม คือ นายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มาจากเสนอชื่อของ กกต. ฐิติเชฏฐ์ นุชนารถ ไม่ใช่ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ที่มาจากการเสนอชื่อของ กกต.เสียงข้างมาก ตามที่เคยปรากฏตามสื่อ”

“ขณะที่การประชุม ผู้ทำหน้าที่หลักราวกับเป็นประธานที่ประชุม คือ นายอนุชา จันทร์สุริยา ผู้ที่ประธาน กกต. อิทธิพร บุญประคอง เป็นผู้เสนอชื่อ โดยมีบทบาทเป็นผู้นำการประชุม บันทึกให้เห็นในรายงานการประชุมทุกครั้ง ขณะที่ผู้เป็นประธานตัวจริง ไม่มีบันทึกว่ามีการพูด หรือมีบทบาทใดๆ” อดีต กกต.ระบุ

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ซึ่งเคลื่อนไหวเกาะติดคดีโกง ส.ว.มาตลอด ออกมาระบุว่า พวกเราทำงานต่อเนื่องเพื่อชี้ให้สังคมเห็นว่า กกต. ควรจะฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปที่ศาล ย้ำว่าข้อเรียกร้องนี้ไม่ใช่ข้อสรุปว่า 229 คนนั้นกระทำความผิดไปแล้ว แต่เราเห็นมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าว อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการโกง ส.ว. จึงเรียกร้องให้ กกต. สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาโดยละเอียดดูพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายอีกทีหนึ่งใครที่ผิดแล้วใครที่ไม่ผิด

ส่วนรูปแบบการเคลื่อนไหวหลังจากนี้คงมีหลากหลายรูปแบบ เพราะก่อนหน้านี้คาดว่า กกต.จะลงมติ 31 สิงหาคม 2569 แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งรูปแบบการเคลื่อนไหวคงไม่สำคัญเท่ากับสาระเนื้อหาที่ต้องการสื่อให้ประชาชนได้ทราบ

“เวลาเราเรียกร้องให้สั่งฟ้อง 229 คน เราไม่ได้เป็นการไปด่วนสรุปว่า 229 คนทำความผิด แต่เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า 229 คนนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับการโกง ส.ว. ดังนั้น เราเห็นว่า กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องไปที่ศาล เพื่อให้ศาลพิพากษาเป็นรายกรณี กกต.ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเองในชั้นนี้และไม่ควรพิพากษาเอง จนสิ้นข้อสงสัยว่าใครผิดหรือไม่ผิด” นายพริษฐ์ระบุ

อย่างไรก็ตาม นับจากนี้ไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ทุกฝ่ายจะได้รับทราบแล้วว่า 14 กันยายนนี้ 7 เสือ กกต.จะลงมติคดีฮั้ว ส.ว.อย่างไร ซึ่งไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาแนวทางใดก็ตาม ย่อมอาจไม่เป็นที่ถูกใจของทุกคนทุกฝ่ายได้

แต่ถ้าพิจารณาตัดสินตามข้อเท็จจริง เอกสาร พยานหลักฐาน เชื่อว่าจะสามารถเรียกศรัทธาและความเชื่อมั่นให้กับองค์กรได้ไม่มากก็น้อย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
สุดทางหนาม
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ
หนังสือ+ความจริง | กวีกระวาด : อรรถสิทธิ์ สมจารี
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล
ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
IRON WOMEN ของจริง ไม่ละลาย
โกงเลือก ส.ว. …ค้ำระบอบอำมาตยาธิปไตย อยากฟ้อง…ต้องล้วงคองูเห่า
5 แสนล้านซื้อสันติภาพไม่ได้! 22 ปีไฟใต้ ไม่เคยดับ ทุ่มหมดหน้าตัก แต่รัฐบาลยังไร้คำตอบ
E-DUANG | ชัยชนะ ในทาง “รูปแบบ” ชัยชนะ ในทาง “เนื้อหา”
ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นอะไรระหว่างนาโตตะวันออกกลางกับข้อสัญญาที่ไม่ก่อผลอะไร