ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
ความเป็นราชาเพลงป๊อป “หนึ่งเดียวคนนี้” นามกร ไมเคิล แจ็กสัน ซึ่งแทบไม่มีมนุษย์บนโลกใบนี้ที่ไม่รู้จัก…เว้นเสียแต่เป็นคนที่ปิดหูปิดตาจากโลกและไม่เคยยอมฟังดนตรีสากลเลย…บันดาลให้หนังชีวประวัติ Michael กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้เป็นที่ 4 ของปี 2026 นับถึงตอนนี้ และเป็นภาพยนตร์ไบโอพิคที่ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
สถิติรายได้ 1,029 พันล้านดอลลาร์ ตามหลังหนังซูเปอร์ฮีโร่อ้ายแมงมุมเรื่องใหม่ Spider-man Brand New Day หนังมหากาพย์อันกระหึ่มก้องด้วยเสียงสรรเสริญและวิจารณ์อย่างกว้างขวางของคริสโตเฟอร์ โนแลน The Odyssey และหนังแอนิเมชั่นยอดฮิตครองใจคนทั่วโลก Toy Story 5
จะว่าไป Michael ไม่มีความเป็นหนังที่โดดเด่นเฉียบคมในด้านเนื้อหาหรือการเล่าเรื่องให้สนุกหวือหวาอะไรนักหนา ทว่า ฐานแฟนเพลงพันธุ์แท้และเหนียวแน่นของไมเคิล แจ็กสัน ผู้ล่วงลับ ย่อมไม่ยอมพลาดอยู่แล้ว
แถมด้วยรูปลักษณ์ การถอดบุคลิกและลีลาการเต้นอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถอดแบบมาจากไมเคิลตัวจริง ของหลานชายร่วมสายโลหิต
จาฟาร์ แจ็กสัน ถอดพิมพ์ละม้ายแม้นราชาเพลงป๊อปตัวเป็นๆ ราวกับไมเคิลกลับมามีชีวิตโลดแล่นบนจอได้อีกครั้ง ภายหลังโศกนาฏกรรมการเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรด้วยการกินยาแก้ปวดเกินขนาดและความเลินเล่อของหมอประจำตัว
ทำให้บรรดามิตรรักนักเพลงเศร้าโศกอาลัยรักกับการสูญเสียครั้งสำคัญในวงการดนตรีป๊อป

หนังเล่าเรื่องชีวิตอันน่าสงสารของเด็กชายไมเคิล ผู้โตขึ้นในครอบครัวที่พ่อเข้มงวดดุดันและวางกรอบบังคับลูกๆ อย่างสุดสุด
โจเซฟ แจ็กสัน (โคลแมน โดมิงโก) ทำมาหากินด้วยการเป็นกรรมกรโรงถลุงเหล็กและนักมวย เขามีลูก 10 คน จากภรรยาสองคน และจากการมองเห็นพรสวรรค์ด้านดนตรีของลูกๆ โจเซฟหันมาทุ่มเทเวลาในชีวิตให้กับการเคี่ยวเข็ญลูกชายห้าคนให้เป็นนักดนตรีและนักร้อง
The Jackson 5 คือชื่อวงดนตรีที่เขาสร้างขึ้นโดยใช้ลูกชาย 5 คน ไมเคิลเป็นน้องคนเล็กและมีพรสวรรค์ที่สุด ด้วยเสียงร้องและการเต้นที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นตั้งแต่ยังเยาว์วัย
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวชีวิตของไมเคิลแต่วัยเยาว์คือความยากจนและโดนพ่อเคี่ยวเข็ญลงโทษเฆี่ยนตีมาตลอด จนกลายเป็นความฝังใจที่เขาไม่เคยได้ใช้ชีวิตเยี่ยงเด็กทั่วไปเลย
แคทเธอรีน (เนีย ลอง) แม่ของไมเคิล ก็ไม่กล้าหืออือกับสามี ไม่สามารถปกป้องลูกๆ ได้จากวินัยและการลงโทษอันเข้มงวดของโจเซฟ

ไมเคิลโตขึ้นมาโดยมีปีเตอร์ แพน เป็นแรงบันดาลใจ
ปีเตอร์ แพนเป็นตัวละครในนิยายเด็กของ เจ.เอ็ม. แบร์รี่ ผู้วางตัวละครปีเตอร์ แพน ให้เป็นเด็กที่มีจิตใจอิสระ แสวงหาการโบยบินสู่อิสรภาพ และไม่ยอมโตเป็นผู้ใหญ่ แต่คงความเป็นเด็กไว้ตลอดกาล
เด็กชายชุดเขียวซุกซนที่บินไปไหนมาไหนได้ในนิยายเด็กเรื่องนี้ใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนชื่อ “เนเวอร์แลนด์” ท่ามกลางภูตตัวน้อย โจรสลัด นางเงือก โดยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเด็กๆ ที่อยู่ในโลกของความเป็นจริงเป็นครั้งคราว
ใครๆ ก็รู้กันดีว่า หลังจากไมเคิลร่ำรวยมหาศาล เขาซื้อที่ดินหลายร้อยเอเคอร์ เนรมิตให้เป็นสวนสนุก พร้อมด้วยเครื่องเล่นสำหรับเด็ก และตั้งชื่ออาณาจักรของเขาว่า Neverland
เพื่อให้เป็นถิ่นฐานที่อยู่ของตัวเองในความใฝ่ฝันอันบรรเจิดของวัยเด็กอันแร้นแค้นทุกข์ทรมานอย่างที่เขาไม่เคยมีหรือไม่เคยได้รับ

พรสวรรค์ของไมเคิลฉายแววเรืองรองมาแต่วัยเด็ก จนเขาได้รับคำแนะนำให้แยกตัวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว ซึ่งน่าจะไปได้ไกลกว่าในอาชีพทางดนตรี
และก็เป็นจริงดังนั้น
แต่ว่าการ “ดังแล้วแยกวง” นั้นไม่ได้ทำได้ง่ายๆ ภายใต้อิทธิพลของพ่อที่ดุยิ่งกว่าเสือและตั้งตัวเป็นผู้จัดการของวงแจ็กสันไฟฟ์ พร้อมกับสร้างความร่ำรวยให้ตัวเองและครอบครัวจนสามารถสร้างคฤหาสน์อันอัครฐานได้
รสนิยมความชอบในสิ่งพิสดารของไมเคิล ทำให้บ้านหลังใหม่ของครอบครัวมีสัตว์เลี้ยงอย่างยีราฟ ชิมแปนซี เดินเพ่นพ่านอยู่ทั่ว เหมือนสวนสัตว์
แม้จะเป็น “เสาหลัก” ทางเศรษฐกิจของครอบครัว แต่ไมเคิลก็ไม่เคยกล้าเผชิญหน้ากับพ่อตรงๆ สักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการแอบไปทำศัลยกรรมจมูกและใบหน้า
และการประกาศอิสรภาพ ปลดแอกให้ตัวเองจากการบังคับบัญชาของพ่อ ไมเคิลก็ยังต้องทำด้วยการจ้างทนายความยื่นจดหมายปลดพ่อตัวเองออกจากตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัว

ไมล์ส เทลเลอร์ หนุ่มน้อยมือกลองจาก Whiplash ซึ่งแทบไม่เหลือสภาพหนุ่มหน้ามนคนที่เล่นใน Whiplash นอกจากเค้าหน้าเลย มาสวมบทบาท จอห์น บลังคา ผู้ทำหน้าที่ทนายความประจำตัวของไมเคิล
ความดังของไมเคิลทำให้ MTV ช่องเคเบิลทีวียักษ์ใหญ่ของอเมริกา ซึ่งไม่เคยนำมิวสิควิดีโอของนักร้องผิวดำมาออกอากาศเลย ยังจำต้องเปลี่ยนนโยบาย ให้มิวสิควิดีโอของไมเคิลออกอากาศทางช่องได้ หาไม่ก็จะต้องเสี่ยงกับการขาดผู้สนับสนุนและทุนทรัพย์สำหรับช่อง
หนังเดินเรื่องมาถึงการประกาศความเป็นไท ตัดขาดจากอิทธิพลและการบงการชีวิตของพ่อ โดยยอมเล่นคอนเสิร์ต Victory Tour ครั้งสุดท้ายกับวงแจ็กสันไฟฟ์ และยอมตามแคมเปญโปรโมตคอนเสิร์ตตามแผนของโปรโมเตอร์มวยผู้ยิ่งใหญ่ ดอน คิง
เกิดอุบัติเหตุน่ากลัวขึ้นในการถ่ายทำโฆษณา Pepsi ที่ไมเคิลร้องและเต้น เอฟเฟ็กต์แสงสีเกิดประกายไฟกระเด็นใส่หัวของไมเคิล ทำให้บาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาล
ผลคือค่าเสียหายที่ได้จากอุบัติเหตุครั้งนั้น ไมเคิลยกให้แก่เด็กๆ ที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกับเขาทั้งหมด

ปัญหาของหนังคือ เราเห็นแต่ตัวตนด้านนักบุญของไมเคิล และการที่เขาถูกขโมยวัยเด็กไปอย่างน่าสลดใจ แต่เราไม่ได้เห็นเรื่องราวด้านอื่น…ซึ่งอาจดำมืดและเป็นประเด็นถกเถียงด้านศีลธรรม…ของราชาเพลงป๊อปคนนี้
หนังจบลง ณ จุดที่ไมเคิลแยกตัวจากอิทธิพลของพ่อ และมีตัวหนังสือขึ้นว่า “เรื่องราวของเขายังคงดำเนินต่อไป”
ซึ่งแปลได้ง่ายๆ ว่ายังจะมีภาคสองตามต่อมาอีก

MICHAEL
กำกับการแสดง
Antoine Fuqua
แสดงนำ
Jaafar Jackson
Juliano Valdi
Colman Domingo
Nia Long
Mike Myers
Miles Teller
