bg-single

ชีวิตบนเส้นบรรทัด ‘พล.ต.ท.ทินกร’ พลิกโฉมยุทธศาสตร์ ‘บช.ไซเบอร์’ ถือคติ ‘มือผู้ให้ ยิ่งใหญ่เสมอ’

07.11.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

ท่ามกลางมรสุมอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่คุกคามชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การเข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) คนล่าสุดอย่าง “บิ๊กโอ๋” พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ถูกจับตามอง ในฐานะนายพลมือสืบสวนที่เติบโตมาจากสายงานสอบสวนและสืบสวนเข้มข้น

ผู้มีความมุ่งหวังจะใช้ประสบการณ์เข้าพลิกโฉม บช.สอท. ท่ามกลางภัยไซเบอร์ถาโถม ให้เป็นที่พึ่งพาประชาชนได้อย่างแท้จริง

พลิก Mindset บช.ไชเบอร์

“รู้ทันข้อมูล ดักหน้าโจร ทำลายทั้งวงจร”

พล.ต.ท.ทินกร ประกาศวิสัยทัศน์ขับเคลื่อนหน่วยงานอย่างเด็ดขาดด้วยหลัก “รู้ทันข้อมูล – ก้าวทันเทคโนโลยี – ดักหน้าโจร – ทำลายทั้งวงจร – เพื่อความปลอดภัยของประชาชน”

โดยเน้นย้ำการเปลี่ยนมุมมองการทำงานของ บช.สอท.ใหม่ทั้งหมด จากเคยรับแจ้งเป็นรายคดีแล้วค่อยสืบสวนขยายผล มักสายเกินไปและทำให้ความเสียหายกระจายวงกว้าง เปลี่ยนมาเป็นการบริหารจัดการข้อมูลเชิงรุก

กระบวนการ “รู้ทันข้อมูล” เริ่มจากการนำ Big Data รวบรวมข้อมูลการรับแจ้งคดี ข้อเท็จจริงในโลกออนไลน์ และแผนประทุษกรรมของมิจฉาชีพมาประเมินเทรนด์ล่วงหน้า เช่น การฉวยโอกาสใช้เรื่องสิทธิ์สวัสดิการรัฐ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปง. หรือการไฟฟ้า มาหลอกลวงประชาชน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถคาดการณ์สถานการณ์และชิงออกเตือนภัยเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม

ขณะที่ “ก้าวทันเทคโนโลยี” มุ่งยกระดับศักยภาพบุคลากรและเครื่องมือสอบสวนให้เท่าทันภัยไซเบอร์ยุคใหม่ เช่น AI, Deepfake, การปลอมหน้าและปลอมเสียง

ตลอดจนการเตรียมพร้อมรองรับเทคโนโลยีในยุค Quantum เพื่อนำไปสู่การ “ดักหน้าโจร” สกัดกั้นก่อนเกิดเหตุ

และ “ทำลายทั้งวงจร” ด้วยการสาวโครงสร้างอาชญากรรมตั้งแต่คนหาบัญชีม้า คนพักเงิน โอนเงิน

จนถึงการแกะรอยเส้นทางการเงินฟอกเงินในอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินต่างๆ เพื่อทลายเครือข่ายผู้รับผลประโยชน์แท้จริง

“วัคซีนไซเบอร์”

สกัดภัยรากหญ้า

ผนึก อว. ลุย “นักศึกษาคืนถิ่น”

ในมิติตัวเลขคดี แม้การหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์และการจองที่พักจะมีสถิติรับแจ้งสูงสุดเป็นอันดับ 1 แต่กลุ่มคดีที่สร้างผลกระทบรุนแรง คือแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโดยสร้างสตอรี่เกี่ยวกับฟอกเงิน, เว็บพนัน แล้วข่มขู่บังคับ โดยเฉพาะเยาวชน Gen Z และนักศึกษาที่มักตกเป็นเหยื่อจากเทคนิคข่มขู่ทางจิตวิทยา หลอกว่ามีบัญชีไปพัวพัน จนเกิดความกลัว สติหลุด และยินยอมโอนเงินหรือถอนเงินสดให้

สอท. จึงขับเคลื่อนการฉีด “วัคซีนไซเบอร์” ด้วยหลักการตำรวจชุมชน โดยจับมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้ง สพฐ. และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่ง พล.ต.ท.ทินกรได้เข้าหารือร่วมกับปลัดกระทรวง อว. นำหลักสูตรป้องกันภัยไซเบอร์ใส่ในกระบวนการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันโครงการ “นักศึกษาคืนถิ่น” ร่วมกับมหาวิทยาลัย ให้นักศึกษานำองค์ความรู้ลงไปทำกิจกรรมฉีดวัคซีนไซเบอร์ในชุมชนภูมิลำเนานั้นๆ พร้อมสั่งการให้ตำรวจไซเบอร์ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง ครู พระ ผู้นำชุมชน อสม. และกระทรวงยุติธรรม ปลูกฝังค่านิยม “เอ๊ะไว้ก่อน ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” ให้ถึงระดับรากหญ้า

เพื่อป้องกันภัยออนไลน์ตั้งแต่ต้นทาง

สลายมายาคติเว็บพนัน

ชน “นักการเมืองวัยรุ่นสร้างตัว”

"Advertiser"

เมื่อถามถึงปรากฏการณ์ “วัยรุ่นสร้างตัว” จากธุรกิจสีเทาและเว็บพนันออนไลน์ที่ก้าวข้ามระบบขึ้นมาเป็น ส.ส. หรือนักการเมืองท้องถิ่น แล้วใช้อำนาจปกป้องหรือฟอกตัวเอง พล.ต.ท.ทินกรชี้ว่า ปัญหานี้ทำให้ระบบสังคมและราชการรวน สิ่งที่ภาครัฐต้องทำคือการมอนิเตอร์เชิงลึกและกล้าดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องการเลือกปฏิบัติปิดเว็บพนันออนไลน์ เว้นบางเว็บที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้ ส.ส. บางพรรครับเดือนละ 4 แสนบาทต่อคน หรือข้อหาว่าตำรวจไซเบอร์เกียร์ว่าง พล.ต.ท.ทินกรชี้แจงขั้นตอนการปิดเว็บพนันว่า สอท. ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ (DE) ใช้ AI กวาดหาข้อมูล ยื่นขอคำสั่งศาลปิดกั้นอย่างต่อเนื่อง

แต่เนื่องจาก Server และแพลตฟอร์มส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ จึงมีรูรอดโดเมนสำรองเปิดใหม่ โดย สอท.ได้มอบการบ้านฝ่ายสืบสวนทุกวัน ให้ไล่สืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ทดลองเล่นจริง และแกะรอยเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ซึ่งในแต่ละเคสต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานเป็นเดือน

พร้อมย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า “ชีวิตผม ทำตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมายทุกบรรทัด” ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือมีตำรวจนอกแถวเข้าไปพัวพัน หากสืบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใคร ดำเนินคดีเท่าเทียมกันทุกรายโดยไม่มีใครสามารถสั่งให้หยุดได้

จากลูกตำรวจประทวน สู่ “อภิชาตบุตร” และคติ “มือผู้ให้ ยิ่งใหญ่เสมอ”

พื้นเพของ พล.ต.ท.ทินกร เป็นเด็กบ้านนอกเกิดที่จังหวัดมหาสารคาม เป็นลูกชายตำรวจชั้นประทวนฝ่ายสืบสวนอำเภอโกสุมพิสัย โตมาบนโรงพัก เริ่มรับราชการในตำแหน่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ จนได้รับรางวัลพนักงานสอบสวนดีเด่น ตร.

ก่อนได้รับการคัดเลือกเข้าสู่หลักสูตรคลาสสิค “30 นักสืบดาวรุ่ง” ของนครบาล บ่มเพาะวิชาสืบสวนระดับตำนาน และผ่านงานบริหารงบประมาณในสายอำนวยการ งานปราบปรามยาเสพติด บช.ปส. ตลอดจนงานยุทธศาสตร์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้

เส้นทางชีวิตที่ไต่เต้ามาจากลูกตำรวจชั้นประทวนจนขึ้นมาถึงยศ “พลตำรวจโท” เจ้าตัวเปิดใจว่า นั่นคือการบรรลุเป้าหมายความเป็น “อภิชาตบุตร” ที่สร้างความภาคภูมิใจสูงสุดให้กับพ่อแม่และครอบครัวแล้ว เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบช.สอท. เปรียบเสมือน “กำไรของกำไร” ของชีวิตรับราชการที่เกินความคาดหมาย

ดังนั้น ตราบใดที่ดำรงตำแหน่งนี้ จึงพร้อมที่จะทำงานตรงไปตรงมา ยึดหลักกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นที่ตั้ง หากทำหน้าที่อย่างถูกต้องแล้วไม่ถูกใจผู้มีอำนาจจนถูกสั่งย้าย ก็พร้อมรับได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องตื่นเต้น

พร้อมยึดคติประจำใจ “มือผู้ให้ ยิ่งใหญ่เสมอ” เมื่อเป็นผู้ให้ด้วยความสบายใจ ยึดต่อมคุณธรรมและความสุจริตเป็นที่ตั้ง ตลอดชีวิตรับราชการไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง จึงไม่ต้องหาเงินส่วยไปวิ่งเต้นตอบแทนบุญคุณใคร

ทั้งหมดจะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือ พล.ต.ท.ทินกร ว่าจะใช้ความสุจริตเป็นเกราะ ข้อกฎหมายและพยานหลักฐานนำทาง เพื่อกู้วิกฤตศรัทธา ทำให้ตำรวจไซเบอร์เป็นที่พึ่งพาวางใจประชาชนได้หรือไม่



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ชีวิตบนเส้นบรรทัด ‘พล.ต.ท.ทินกร’ พลิกโฉมยุทธศาสตร์ ‘บช.ไซเบอร์’ ถือคติ ‘มือผู้ให้ ยิ่งใหญ่เสมอ’
อสังหาฯ ขาดกำลังซื้อ
เครือไทสง มรดกสมุนไพรของไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ศึกลูกหนัง ‘คิงส์คัพ’ ครั้งที่ 52 เวทีช้างศึกต่อยอดสู่ระดับเอเชีย
สถิติที่ ‘อันโตเนลลี่’ สร้างขึ้นใหม่ในโลก ‘เอฟวัน’
ปูก้อนผัดพริกขี้หนูสด
พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับ ครม.ไม่ออกนอกระบบ เพิ่มอำนาจ รมต. ลดอำนาจตัวแทน
สหรัฐ : 250 ปีที่ผ่าน จนถึงโลกวันนี้ (1)
RADICAL
‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (จบ)
อีซูซุ MU-X MY2027 ปรับโฉมใหม่-ใส่ออปชั่นไม่ยั้ง
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 6 – 12 พฤศจิกายน 2569