สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย
ในตำรายาโบราณมักเรียกว่า “เถาประสงค์” หรือ “เถาไพสง” หรือ “พายสง” ขณะที่ทางภาคอีสานบ้านเรามักเรียกพืชชนิดนี้ว่า “เครือไทสง” หรือ “ตำยานฮากหอม” เนื่องจากลักษณะของรากมีความคล้ายคลึงกับต้นตำยาน (พืชในวงศ์เดียวกัน) และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
เครือไทสง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Streptocaulon juventas (Lour.) Merr. เป็นพืชสมุนไพรเถาเลื้อยที่ถูกบันทึกไว้ในตำรับยาแผนโบราณของไทยและประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างยาวนาน พืชชนิดนี้น่าจะไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวันของคนเมืองยุคปัจจุบัน แต่ในกลุ่มหมอยาพื้นบ้าน แพทย์แผนไทย และชาติพันธุ์ต่างๆ เครือประสงค์ถือเป็นหนึ่งใน “ยาวิเศษจากป่า” ที่มีคุณค่าและสรรพคุณทางยาที่หลากหลายอย่างยิ่ง
เครือไทสง มีชื่อเรียกตามแต่ละภูมิภาค เช่น เครือมวกแดง (แพร่) จุกโรหินี นวยนั่ง นอยนั่ง (ชุมพร) ตำยานฮากหอม (นครสวรรค์) เถาประสงค์ (ปราจีนบุรี) หยั่งสมุทรน้อย (เชียงใหม่) มีลักษณะเป็นไม้เถา เลื้อยพันเกาะ ยาวประมาณ 1-7 เมตร
ลำต้นมีขนาดเล็กแต่เหนียวมาก จุดเด่นตามกิ่งก้านและยอดอ่อนจะถูกปกคลุมด้วยขนสั้นนุ่มหนาแน่นสีน้ำตาลแดง และเมื่อเด็ดส่วนใดส่วนหนึ่งของลำต้นหรือใบออก จะมีน้ำยางสีขาวขุ่นไหลซึมออกมาอย่างชัดเจน
ใบเดี่ยวมีรูปไข่หรือรูปใบหอกกลับ โคนใบจะมนเว้าเล็กน้อยคล้ายรูปหัวใจ แผ่นใบด้านบนเมื่อลูบจะรู้สึกสากมือมีขนกระจายอยู่ทั่วไป ส่วนท้องใบ (ด้านล่าง) จะมีขนเหลือบนวลหนาแน่น ดอกออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือซอกใบ ตัวดอกย่อยมีสีม่วงหรือสีม่วงอมแดง ก้านดอกมีขนสากปกคลุม ออกดอกสะพรั่งในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมของทุกปี ผลเป็นฝักคู่รูปทรงกระบอกยาว สีเขียวลายแดง
เมื่อฝักแก่เต็มที่จะแตกออกตามแนวยาว ในฝักมีเมล็ดขนาดเล็กรูปรีจำนวนมาก มีขนปุยสีขาวติดอยู่ช่วยให้ลมสามารถพัดพาเมล็ดกระจายพันธุ์ไปได้ไกล
รากเป็นส่วนสำคัญที่สุดในทางยา คือ รากสะสมอาหาร (Tuberous Roots) ที่อยู่ใต้ดิน รากจะมีลักษณะอวบหนาคล้ายหัวมันเทศหรือโสม ผิวนอกสีน้ำตาล เนื้อในมีสีขาวและมีกลิ่นหอมนวล เครือประสงค์มีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่ทั่วไปในเขตร้อนของทวีปเอเชีย พบได้ตั้งแต่ประเทศอินเดีย ตอนใต้ของจีน เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ในประเทศไทย พบเครือไทสงได้ในทุกภูมิภาค มักขึ้นตามธรรมชาติในสภาพป่าที่ค่อนข้างโปร่งและแห้งแล้ง เช่น ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง หรือตามชายป่าเชิงเขา พืชชนิดนี้มีความทนทานต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี และมักจะเลื้อยพันเกาะไปตามไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เพื่อชูยอดรับแสงแดด
ในประเทศเวียดนาม เรียกเครือไทสงว่า “ฮาทูโอขาว” (H? th? ? tr?ng) ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากเป็นที่กล่าวถึงหนึ่งในสมุนไพรสำคัญของตำรับยาอายุวัฒนะและการดูแลเส้นผม นอกจากนี้ ในการแพทย์แผนโบราณของเวียดนามกล่าวถึงรากสะสมอาหารของเครือไทสง หรือ H? th? ? tr?ng จะถูกเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นำมาผ่านกระบวนการแปรรูปที่เรียกว่า “เผ่าจื้อ” โดยนำไปต้มกับน้ำต้มของถั่วพุ่มกลมเพื่อลดความเป็นพิษของสารกลุ่มคาร์เดโนไลด์ (Cardenolides) ที่อาจส่งผลต่อหัวใจ ก่อนจะนำมาฝานตากแห้ง และนำมาใช้ในสรรพคุณเด่นเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอวัย ฟื้นฟูร่างกายจากความเสื่อม และช่วยเปลี่ยนผมหงอกให้กลับมาดำขลับ บำรุงระบบประสาท โลหิตจาง และโรคไขข้อ
ในตำรายาไทยระบุว่ารากของเครือไทสงมี รสสุขุม (ไม่ร้อนไม่เย็นจนเกินไป) มีสรรพคุณหลักแก้ไข้ แก้ไข้เพื่อโลหิต และแก้ลมปลายไข้ เผ่าอีก้อและกะเหรี่ยงนิยมนำรากตากแห้งมาดองเหล้าหรือบดเป็นผงทำยาลูกกลอน เพื่อใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงโลหิต แก้อาการร่างกายซูบซีด ผอมแห้งแรงน้อย
ส่วนเถาและใบ (ทั้งต้น) หมอยาพื้นบ้านจะนำเถามาต้มน้ำดื่มเพื่อแก้อาการอ่อนเพลีย ท้องเสีย ใช้สำหรับสตรีปรุงเป็นยาช่วยขับน้ำคาวปลาและขับโลหิตเสียหลังคลอดบุตร ในบางพื้นที่ใช้ใบสดตำพอกภายนอกเพื่อรักษาฝีหนอง แก้แมลงสัตว์กัดต่อย หรือพิษงู (บรรเทาอาการเบื้องต้น) ส่วนน้ำยางสดสีขาวที่ซึมออกมาจากการเด็ดก้านใบหรือเถา ชาวบ้านในภาคอีสานนำน้ำยางมาทารักษาแผลเล็กๆ เช่น แผลปากนกกระจอก แผลเปื่อยบริเวณมุมปาก ซึ่งช่วยให้แผลแห้งและหายเร็วขึ้น

ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจนำเครือไทสงมาศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการ พบข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น สารสกัดจากรากมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก ซึ่งช่วยอธิบายสรรพคุณในเรื่องการเป็นยาชะลอวัยตามภูมิปัญญาโบราณได้เป็นอย่างดี ฤทธิ์สมานแผลและต้านการอักเสบ : งานวิจัยพบว่าสารสกัดมีส่วนช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblast) และเร่งกระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) ทำให้แผลหายเร็วขึ้น สอดคล้องกับการใช้ยางสดรักษาแผลของหมอพื้นบ้าน
ฤทธิ์ต้านจุลชีพและมะเร็ง การวิจัยในหลอดทดลองพบว่าสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราหลายชนิด รวมถึงเชื้อมาลาเรีย และมีงานวิจัยเบื้องต้นที่แสดงให้เห็นว่าสารสกัดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ยังยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ต่อไป
เครือสดของเถาเครือไทสงที่มีความเหนียวและทนทานสูง ในอดีตชาวบ้านและพรานป่ามักจะตัดเถาสดมาใช้แทนเชือกสำหรับมัดสิ่งของ มัดฟืน หรือผูกสิ่งก่อสร้างชั่วคราวในป่า ถือเป็นการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติรอบตัวอย่างคุ้มค่า
เครือไทสง หรือเถาประสงค์ สมุนไพรทรงคุณค่าของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีคุณประโยชน์ทุกส่วนของต้น แต่เนื่องจากเป็นพืชในวงศ์ Apocynaceae (วงศ์ตีนเป็ด) ซึ่งมักมีสารเคมีตามธรรมชาติที่มีฤทธิ์แรงต่อระบบหัวใจ ไม่ควรเก็บมาต้มดื่มเอง ควรให้แพทย์แผนไทยหรือหมอพื้นบ้านที่ชำนาญยาเตรียมให้ หรือต้องผ่านการแปรรูปที่ถูกต้องตามตำรับยาโบราณเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าได้รับประโยชน์และสรรพคุณอย่างปลอดภัย และสมดังชื่อ “เถาประสงค์” ทุกประการ
