bg-single

สุจิตต์ วงษ์เทศ / ลิเกจากมลายู ‘ออกแขก’ แบบอินเดีย

28.07.2019

สุจิตต์ วงษ์เทศ

ลิเกจากมลายู

‘ออกแขก’ แบบอินเดีย

 

ลิเก มีต้นทางจากดิเกร์ของมลายูปัตตานี เป็นการละเล่นสวดแขก (หมายถึงสวดสรรเสริญพระผู้เป็นเจ้าศาสนาอิสลาม) ผสมสวดไทย (หมายถึงสวดคฤหัสถ์) แล้วปรับเล่นเป็นละครชาวบ้าน (หมายถึงละครชาตรี) ร้องเองรำเองด้วยลักษณะสร้างสรรค์ใหม่

เมื่อเล่นเป็นละครไม่เหลือร่องรอยสวดแขกเหมือนตอนแรกเริ่ม แต่ลิเกยังรักษาออกแขกเป็นพยานว่ามีต้นตอจากแขก ซึ่งหมายถึงแขกมลายูปัตตานี

แต่ออกแขกลิเก ผู้เล่นแต่งตัวเลียนแบบ “อาบัง” แขกอินเดียขายถั่ว กับแปลงคำร้องเพี้ยนจากภาษาแขกอินเดีย “ขายผ้า” ทั้งนี้จะด้วยความไม่รู้จริงๆ ว่าลิเกมาจากแขกมลายู หรือเพราะมีอคติต่อมลายูมุสลิมก็ตามที แต่ได้ทำให้สิ่งคลาดเคลื่อนกลายเป็นขนบหรือจารีตที่ถูกต้องไปแล้ว และแก้ไขไม่ได้แล้วเพราะลิเกเลิกออกแขกเป็นส่วนมาก

ถ้าจะมีออกแขกบ้างก็ร้องส่งเสียงหลังม่านในโรง โดยไม่แต่งตัวเป็นแขกอาบังออกเล่นหน้าโรงเหมือนแต่ก่อนๆ

[ในวงสนทนาหน้าข้าวหน้าเหล้าหลังโรงละครแห่งชาติเมื่อหลายสิบปีมาแล้วของคนเล่นโขนละครลิเก ผมเคยได้ยินครูผู้ใหญ่ทางนาฏศิลป์พูดว่าพวกออกแขกลิเกสมัยก่อนทำเลียนแบบแขกอินเดียขายถั่วขายผ้าแถวพาหุรัด (เท็จจริงไม่ประจักษ์ พระพุทธเจ้าข้าเอย)]

ซักแขก (ภาพจากหนังสือ ลิเก ของ สุรพล วิรุฬห์รักษ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2522 หน้า 116)

 

แขกรดน้ำมนต์

 

ออกแขก มีต้นตอจากเล่นแขกรดน้ำมนต์ หมายถึง ผู้แสดงลิเกแต่งตัวเป็นแขกออกหน้าเวทีโรงแสดง เพื่อบอกกล่าวเรื่องราวที่ลิเกจะแสดงต่อไป สุรพล วิรุฬห์รักษ์ (หรือเรียกกันในกลุ่มผู้เคารพนับถือว่า “ดร.ลิเก”) บอกไว้ในงานวิจัยเรื่องลิเก ดังนี้

“การออกแขกแต่เดิมเรียกว่าชุดแขกรดน้ำมนต์ แต่ไม่ได้มีการรดน้ำมนต์ เป็นแต่เพียงการออกมาร้องอวยพรและบอกวัตถุประสงค์ของการแสดงในคืนนั้นให้คนดูทราบ

แขกแต่งตัวเป็นชาติอินเดีย นุ่งโจงกระเบนสวมเสื้อขาว สวมหมวกหนีบ ถือเทียนใหญ่ 1 เล่มในมือขวาออกมาร้องอวยพรด้วยเพลงทำนองต่างๆ เช่น เพลงซัมเซ และ บุหรันยาวา เป็นต้น (นายพร ภิรมย์ เล่าว่า เมื่อแขกเลิกถือเทียนก็ยังติดชูนิ้วหัวแม่โป้งตามลักษณะที่ถือเทียนอยู่ดี คนรุ่นหลังไม่รู้มักว่าเป็นท่าของแขก) จากนั้นก็เป็นการซักแขก มีนายโรงออกมาซักแขกถามว่าแขกมาทำไม แต่พูดกันไม่รู้เรื่องต้องเรียกตัวตลกออกมา 2 คน ช่วยกันซักแขกว่าเป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร เป็นการแสดงทางตลก

เมื่อซักถามกันจนได้ความว่าแขกจะเอาลิเกมาเล่นเรื่องอะไรในคืนนั้นแล้วก็จะพากันเข้าโรงไป ปล่อยให้แขกร้องอวยพรส่งท้ายอีกครั้งหนึ่งเป็นอันเสร็จขบวนการออกแขก ต่อจากนั้นก็ดำเนินการแสดงอย่างละคอนต่อไป”

 

เนื้อร้องออกแขก

 

เนื้อร้องออกแขกที่ได้รับยกย่องเป็นแบบฉบับ แล้วใช้ทั่วกันทุกคณะลิเกไปดัดแปลงบางตอนเป็นของตน ล้วนมาจากสำนวนแต่งโดย ฉลาด เค้ามูลคดี ลิเกคนสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ลิเกไทย ดังนี้

 

สลามมาน้า                    ฮัดช้าสาเก

ปลาดุกกระดุกกระดิก       เอาไปผัดพริกอร่อยดีเฮ

ปลาไหลมันอยู่ในรู          ส่วนปลาทูอยู่ในทะเล

สุราแปลว่าเหล้า             กินแล้วเมาต้องเดินโซเซ

ฮั้ลเลวังกา                      ฉลาดเขามาเล่นลิเก

โดย ฉลาด เค้ามูลคดี [พ.ศ.2465-2522] แต่งหลัง พ.ศ.2487

 

[จากข้อเขียนเรื่อง “ฉลาด เค้ามูลคดี : ทศกัณฐ์คนแรกของโรงเรียนศิลปากร” โดย ดุษฎี เค้ามูลคดี พิมพ์ในนิตยสารศิลปากร ของกรมศิลปากร ปีที่ 62 ฉบับที่ 1 (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2562) หน้า 69-77]

 

ซักแขก

เล่นออกแขกต้องมีซักแขก โดยเจรจาตอบโต้เน้นตลกสนุกสนานคาบลูกคาบดอก มีตัวอย่างจากสุรพล วิรุฬห์รักษ์ (ในหนังสือลิเก พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2522) จะคัดบางตอนมาดังนี้

 

ตัวตลก 1                       สวัสดี อาบัง

แขก                             กาโหน่าฮี

ตัวตลก 2                       เฮ้ว ไอ้แขกฉิบหาย เห็นหน้ากูเป็นสีไปแล้วมั้ยล่ะ

แขก                             ไม่ช่าย อีนี้กาโหน่าฮีเป็นภาษาแขกแปลว่าสวัสดี

ตัวตลก 2                       อ้าวใครจะไปรู้ นึกว่าจู่ๆ มาเห็นหน้ากูเป็นไอ้นั่น

ตัวตลก 1                       ดู๋ ดู แล้วดูซินั่นดันเสือกจุดเทียนออกมาด้วย ไอ้บังมึงจุดเทียนมาทำไม

ตัวตลก 2                       สงสัยจุดเทียนออกมากันหน้ามืดมั้ง

แขก                              อีนี้ไม่ได้ซินาย หน้ามืดก็ติดคุกซินาย

ตัวตลก 2                       โธ่โว้ย ไอ้บังบ้า กูหมายความว่าหน้ามืดมันดำต้องเอาเทียนส่อง—-

—-

นายโรง                           อ้าว แล้ววันนี้มาทำอะไรไม่ไปขายถั่ว

แขก                             วันนี้แขกจะเอาลิเกมาแสดง

นายโรง                          อ๋อ งั้นเรอะ วันนี้จะแสดงเรื่องอะไรล่ะ

แขก                           วันนี้จะแสดงเรื่อง—–

นายโรง                      เอ้า งั้นก็เริ่มแสดงกันเลย

(นายโรงและตัวตลกทั้งสองเข้าโรง)

แขก                        เห่ เฮ เฮ เฮ้ เฮเห่เฮ เฮเห่เฮ เฮเห่เฮ เฮ้เฮเฮเฮ

สะลามมานา      ฮัดชาซาเก

—–                  —-

 

(สุรพล วิรุฬห์รักษ์ ดัดแปลงมาจากการออกแขกลิเกเรื่องจันทโครพ ณ โรงละครแห่งชาติ ในรายการศรีสุขนาฏกรรม วันศุกร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2522)

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ยุทธวิธี ในแบบ แยกกันเดิน บนเป้า ยุทธศาสตร์ รวมกันตี
เส้นทางชีวิต – ความรัก ‘พิ้งกี้’ กับ สถานะโสด เลิกไม่มีเหตุผล ใจพังแต่มูฟออนได้
เปิดโผรางวัล “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” “ผีใช้ได้ค่ะ” ท็อปฟอร์มเข้าชิงสูงสุด 15 รางวัล
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (185)
ครุฑยุดนาค ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อดีตผู้ต้องหาอาชญากรสงครามรำพึง : พระสารสาสน์ฯ กับความคิดสันติภาพ (23)
เชลยศึกสงครามลาว (40)
พฤษภาเลือด เสียงปืน จาก บ่อนไก่ สวนลุม เสียงปืน ที่ราชปรารภ ดินแดง
ศรีเทพไม่ได้เป็นแค่ ‘เมืองโบราณ’ อาจเป็นกุญแจเปลี่ยนวิธีมอง ประวัติศาสตร์ไทยทั้งระบบ
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (184)
E-DUANG | เมื่อเบื้องหน้า ไชยชนก ยศชนัน ปรากฏ เงาร่าง รักชนก ศรีนอก
ดร.มัลลิกา นำทีม Dr.Mallika Skincare ฝึกซ้อมกู้ภัยและดับเพลิงประจำปี ยกระดับความปลอดภัยองค์กร รับมือเหตุฉุกเฉินอย่างมืออาชีพ