รายงานพิเศษ : Unseen “ไซบีเรีย-มองโกเลีย”

Hello ไซบีเรีย
คือ ไซบีเรีย ที่มีบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์รัสเซีย อาณานิคมค่ายกักกันเย็นยะเยือกอันไกลโพ้นสำหรับเนรเทศนักการเมืองที่เป็นฝ่ายตรงกันข้าม ทาสหลบหนี (ไม่พ้น) ผู้มีความคิดต่างศาสนา เชลยสงคราม อาชญากร โจรผู้ร้ายอุกฉกรรจ์ ลักเล็กขโมยน้อย พวกล่อลวงต้มตุ๋น ไปจนถึงยาจกยากจน และขอทาน เหล่านี้คือบุคคลที่ไม่พึงปรารถนา ไม่สมควรอยู่ร่วมสังคมยุโรปรัสเซีย ยุคซาร์เรืองอำนาจ
จากประวัติศาสตร์อันโหดเหี้ยมทำให้ “ไซบีเรีย” ในปัจจุบันกลายเป็นจุดหมายปลายทาง “ร้อนแรงที่สุด” ของนักเดินทางแนวผจญภัย-ถวิลหา
ไม่ต้องรอให้ถูกเนรเทศก็ไปได้ รัสเซียยุคปูติน “ยินดีต้อนรับ” ไม่ต้องมีวีซ่า เชิญเลือกเดินทางอย่างเสรี ตามเรี่ยวแรงกำลังทรัพย์ เท่าที่สำรวจกระแสเดินทางแบบนั่ง-นอน ไปบนรถไฟสายคลาสสิค “ทรานส์ ไซบีเรีย” จากปักกิ่ง-มอสโก คือความฝันอันสูงสุด
“สามเรา” ก็ฝันไปกะเขาด้วย แต่ไม่เลือกรถไฟ (มันแพง) การนั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องแคบ มีทางเดินคืบนึงไปห้องน้ำ-ดูวิว 7 วัน 7 คืน น่าจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งได้ง่าย (ประสบการณ์นั่งรถไฟจีน-ไปกรุงลาซา ทิเบต) แม้วิถีเดินทาง “เนิบช้า” (Slow Life) จะสอดคล้องกับวัยของสามเรา (60 หยกๆ 70 หย่อนๆ) ก็เถอะ
“ผู้กองเป้า” ดอกไม้เหล็กเมื่อสาม-สี่สิบปีก่อน ปัจจุบันคือน้องแดง-ประพิมพรรณ สาวน้อยอ้อนแอ้นอรชร ไกด์รับเชิญ จะพาสองเรา ฉันกะสมัยเพื่อนรัก เหาะลัดฟ้าไปไซบีเรีย แล้วค่อยไปลุยภาคพื้นดินแบบ “ตายดาบหน้า” ใช้สองขาพาเดินเป็นหลัก
เมื่อใจพร้อม ร่างกายพร้อม น้องแดงก็ใช้ความสามารถส่วนตัว “ซิว” ตั๋วเครื่องบินราคาถูกได้ 3 ที่
ตื่นเต้นตั้งแต่ชื่อสายการบินไม่คุ้นหู เคาน์เตอร์สายการบิน S7 อยู่สุดท้ายปลายโต่งอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิโน่นเลย ตื่นเต้นเพื่อนร่วมทางชาวรัสเซียทั้งนั้น ตื่นเต้นกระทั่งเครื่องบิน-สีเขียวตองอ่อนเรืองแสง
17.30 น. S7-762 จะเหินฟ้าจากสุวรรณภูมิ ถึงจุดหมายปลายทางเอียร์คุตสก์ (Lrkutsk) 00.45 น.!

รัสเซีย “ยินดีต้อนรับ”
คนเต็มเครื่องเลย ลูกเล็กเด็กแดงกระจองอแง แดงกะสมัยนั่งตรงไหนก็ไม่รู้ ฉันนั่งกะหนุ่มสาวรัสเซีย แถวหลังสุด-ติดส้วม ชายหนุ่มในชุดขาสั้นนั่งริมหน้าต่างก้มหน้าดูคอมพิวเตอร์ตลอด ข้างเขาคือสาวรัสเซียร่างจิ๋วสวมยีนส์ขาดทันสมัย เธอนั่งแบบอยู่ไม่สุข จนชายหนุ่มหันมาดุ (เดาเอา)
ส่วนฉันนั่งริมทางเดินไม่เป็นอันหลับอันนอน ตื่นคนเข้าห้องน้ำ-ต่อเนื่อง
ดีหน่อย-ที่ช่วงห่างระหว่างแถวนั่งผู้โดยสาร S 7 กว้างมาก สำหรับคนรัสเซียสูงใหญ่ เหยียดแข้งขาสบาย ไม่มีจอคอมพ์ส่วนตัวให้ดูหนัง-ฟังเพลง แอร์โฮสเตสสวย สูงยาว-เข่าดี สจ๊วตหนุ่มก็เช่นกัน นายหนึ่งละม้าย “ปริ๊นซ์วิลเลียม” เอามั่กๆ
ตกดึกเริ่มหนาว ผู้โดยสารบางส่วนได้ผ้าห่ม รวมทั้งหนุ่มสาวข้างเคียง-แต่ฉันไม่ได้หันไปถามสาวน้อยยีนส์ขาด-พูดภาษาอังกฤษได้หรือไม่ เธอปฏิเสธ “No” เสียงดัง จนชายหนุ่มเคียงข้างหันมามอง ฉันชี้ที่ผ้าห่มบอกใบ้ “อยากได้บ้าง” เขาชะเง้อมองหาแอร์-สจ๊วต ไม่ปรากฏร่างสักที ก็เลยยกผ้าห่มของเขาให้ฉัน
“แทงกิ้วค่ะ” แล้วสาวน้อยยีนส์ขาด ก็คลี่ผ้าห่มของเธอคลุมขาให้เขา-น่ารักดี
เวลา 00.45 น. S7-762 กางล้อแตะรันเวย์อย่างนุ่มนวล ผู้โดยสารทั้งลำปรบมือพร้อมเพรียง-ขอบคุณกัปตันนำเครื่องถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ-รัสเซียน่ารักอีกแล้ว
สนามบินเอียร์คุตสก์ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยอุณหภูมิยะเยือก ไม่บวก ก็ลบ 1 องศา อาคารผู้โดยสารเล็กจนไม่น่าเป็นสนามบินนานาชาติ เก่าด้วย มีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 4 จุดเอง คิวยากมาก และถึงรัสเซียจะ “ยินดีต้อนรับ” ต่างชาติไม่ต้องมีวีซ่า แต่ขั้นตอนเข้าเมืองมาตรฐาน-เป๊ะ…เป๊ะ…เป๊ะ-เชื่องช้าและชาเย็น ยืนรอคิว สองตาสำรวจผู้คนที่เพิ่งเห็นหน้าค่าตาชัดเจน เด็กสาวที่นั่งติดกันเข้าคิวอยู่อีกช่อง-ยิ้มให้จี๊ดนึง ส่วนหนุ่มผู้เอื้อเฟื้อผ้าห่ม-หน้านิ่ง ฉันกระซิบกระซาบกับสมัย
“เธอ…ผู้ชายรัสเซียหน้าตามาเฟียมาก เจ้าหน้าที่ก็แสนจะเคจีบี” สมัยจุ๊ปากจิ๊กจั๊ก แบบว่า “เดี๋ยวเค้าได้ยิน” กำลังจะอ้าปากจะวิจารณ์ต่อ ก็ถึงคิวเราพอดี
– สามเราผ่านตลอดค่ะ
โอ้ว่า…ดึกแล้วหนอ
อยากมากันเอง-อยากเที่ยวเอง ไม่มีใครถือป้ายรอรับ-พาไปส่งโรงแรม
ที่พักของเราคือ Hostel มิใช่ Hotel และ “เราจะไปแท็กซี่กันค่ะ”
แท็กซี่ขาจรเพียบ ผู้กองเป้า…เอ๊ย…แดง ควักโพยใบจองที่พักออกมาชี้ ชี้ ตรงที่อยู่ให้แท็กซี่รายแรกที่เสนอตัว-ส่งภาษาอังกฤษไป แท็กซี่ตอบภาษารัสเซีย รู้เรื่องได้เหมือนกัน ค่าแท็กซี่กี่รูเบิลคำนวณจากเครื่องคิดเลขในมือถือ “โอเค-ค่ะ ราคาคงประมาณนี้”
โฮสเทลที่พักชื่อ Rukavichka อยู่ติดถนนคาร์ล-มาร์กซ์ ต้องเดินลากกระเป๋ากันไปเอง เพราะเป็นถนนคนเดิน ห้ามรถเข้า โชเฟอร์ช่วยขนสัมภาระกองให้ไว้ริมถนน สาวแดงส่งภาษาอังกฤษอีกแล้วก็ชี้ๆ เลขที่พักให้โชเฟอร์ดู-ดูแล้ว-โชเฟอร์ก็ส่งภาษารัสเซียตอบโต้กันไปมา-รู้เรื่อง-ไม่รู้เรื่อง-ก็ไม่รู้ พี่เค้าก็เลยคว้าโพย เดินนำหน้าสำรวจเลขที่อาคารเสียเอง
“เจอแล้ว” แต่ประตูล็อก โชเฟอร์ควักมือถือของเขามา จิ้มๆ หมายเลขโทรศัพท์ในโพย เจรจาภาษารัสเซีย แล้วพยักหน้าให้เรางึกงัก-เดินกลับไปที่รถ แดงกดปุ่มสีขาวข้างประตู ปลดล็อกอัตโนมัติ ประตูเหล็กก็เปิดให้สามเราลากกระเป๋าถูลู่ถูกังเข้าที่พักได้ในที่สุด เจอรัสเซียน่ารักอีกแล้ว-แท็กซี่ใจดี-หน้านิ่ง
สาว “ทันยา” คือหญิงสาวหน้าตาสวยแบบมองโกล เจ้าหน้าที่โฮสเทล คงนอนรอรับแขกยามวิกาลจนหลับลึก เมื่อสามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกันได้ จึงรู้ว่าช่วงนี้โลว์ซีซั่น มีแขกเพียงรายเดียวคือสามเรา
“พวกเราคือเจ้าของโฮสเตลเลยค่ะ” แดงประกาศ กรี๊ด…ดีใจ
ทันยาแนะนำห้องครัวใหญ่อุปกรณ์พร้อม-ห้องนอนกว้าง 4 เตียง-ห้องน้ำเพียบ แถมเอื้อเฟื้อบริการเสริม จองตั๋ว รถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน ดังนั้น พรุ่งนี้เช้าทันยาจะพาสามเราไปส่งสถานีรถตู้ไปเกาะโอลขอน (Olkhon Island) กลางทะเลสาบไบคาลอันโด่งดังด้วย “ตื่นสายหน่อยไปเที่ยว 10 โมงก็ได้ คิวรถอยู่สุดถนนคนเดินนี่เอง เดิน 10 นาทีถึง…” แล้วเธอก็หายตัวแว้บ เหลือแต่สามเราครอบครองบ้านทั้งหลัง
สำหรับโปรแกรมเดินทางพรุ่งนี้ “เราจะฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ที่นี่ จัดเสื้อผ้าไปค้างคืนบนเกาะโอลขอนใส่กระเป๋าเล็กใบเดียว เพื่อความคล่องตัวค่ะ” “ว่าไร-ว่าตามกัน” สองเราฉันกะสมัย ยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเล็กเสร็จ น้ำท่าไม่อาบ กระโดดขึ้นเตียงใคร-เตียงมัน…
หลับไม่ฝันดี-ฝันร้ายทั้งสิ้น


