bg-single

รายงานพิเศษ / โชคชัย บุณยะกลัมพ | Work from Home ให้ลื่นไหล งานไม่สะดุด

18.04.2020

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://chokcyberai.blogspot.com

https://chokweekly.blogspot.com

 

Work from Home

ให้ลื่นไหล งานไม่สะดุด

หลายบริษัทเริ่มมีมาตรการให้พนักงานทำงานจากบ้านแทนการเดินทางมาทำงานกันที่ทำงาน

กระแส #WorkfromHome จึงได้กลายเป็นเรื่องที่หลายบริษัทนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงให้กับพนักงานในการเดินทางเข้ามาทำงานร่วมกันในสำนักงาน

ซึ่งนับว่าเป็นแนวทางป้องกันที่น่าจะถูกอกถูกใจบรรดามนุษย์ออฟฟิศเป็นอย่างมาก

เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้ไม่ต้องไปผจญกับคนหมู่มากในที่สาธารณะ เช่น การเดินทางที่เบียดเสียดบนรถไฟฟ้า สถานที่ค้าขาย

การสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ระหว่างการเดินทางไปยังที่ทำงาน แถมยังทำให้การทำงานมีอิสระมากกว่าการที่ต้องนั่งอยู่ในออฟฟิศ

อาจจะช่วยให้สามารถคิดงานได้อย่างลื่นไหล จึงถือเป็นหนึ่งในทางออกที่สบายใจทั้งสองฝ่าย เพื่อลดความเสี่ยงในการพบปะกัน เพราะอาจเกิดการแพร่ระบาดของไวรัส

หรือแม้กระทั่งการเรียนแบบออนไลน์ เหมาะสำหรับสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนหลายแห่งเริ่มปรับตัว ปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ห้ามพนักงานเดินทางไปต่างประเทศ หรือหากใกล้ชิดกลุ่มเสี่ยง

“ห้องเรียนออนไลน์” สามารถสอนแบบเรียลไทม์ ผู้สอนสามารถสตรีมมิ่งไฟล์เนื้อหาที่ต้องการ เปิดให้นักศึกษาดูได้ ไม่ต่างกับการเรียนในห้องเรียน ที่หลายแห่งประกาศปิดการเรียนการสอนมาเรียนผ่านระบบออนไลน์แทน และจ่อเลื่อนเปิดเทอมออกไป

ขณะที่อาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่งมองว่าเป็นทิศทางการเรียนการสอนที่จะตอบโจทย์อนาคต ลดการเรียนเล็กเชอร์ในห้องเรียนลง

ปกติเมื่อทำงานที่สำนักงานเราสามารถใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานได้อย่างเต็มที่ ไฟแทบไม่ตก ทั้งๆ ที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง ทีวีจอยักษ์ เครื่องเสียงสำหรับห้องสัมมนา เครื่องปรับอากาศ เมื่อใช้ไฟฟ้าพร้อมๆ กัน ไม่มีปัญหา

นั่นเป็นเพราะเขามีการวางแผนเรื่องของการใช้พลังงานเอาไว้ตั้งแต่แรก

ที่สำนักงานจะมีฝ่ายไอทีคอยดูแลให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น แม้ภายนอกอาคารจะมีหม้อแปลงระเบิด ไฟตก ไฟดับ คอมพิวเตอร์ก็ไม่ดับไปด้วย ใช้งานได้ปกติ

แม้กระทั่งขณะที่เรากำลังตัดต่อวิดีโอ ทำบัญชี ทำงานเอกสารสำคัญ ประชุมทางคอนเฟอเรนซ์กับลูกค้า หากไม่มีระบบบริหารจัดการพลังงานที่ดี ย่อมเกิดความเสียหายทางธุรกิจ และรวมไปถึงความน่าเชื่อถือในการบริหารจัดการที่ดี

เมื่อเราจำเป็นต้องทำงานอยู่ที่บ้าน เราจะทำอย่างไรให้บ้านของเรามีความพร้อมเหมือนที่ทำงาน

เราจึงต้องเรียนรู้เรื่องของการบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอ

โดยเริ่มจากระบบไฟฟ้าที่บ้านว่าจ่ายพลังงานให้เราได้มากแค่ไหน

โดยปกติระบบไฟฟ้าสำหรับสำนักงานและที่บ้านขนาดแอมป์จะไม่เท่ากัน สิ่งนี้เป็นตัวแปรที่จะบอกว่าบ้านของเรารองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้มากน้อยแค่ไหน

เราจึงจำเป็นในการมีอุปกรณ์สำรองไฟ หรือ UPS เพราะปัจจุบันหลายครัวเรือนจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่จำนวนมากในบ้านเรือนที่ขาดไม่ได้ อาทิ เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น พัดลม เครื่องซักผ้า ไดร์เป่าผม ชุดเครื่องเสียง โฮมเธียเตอร์ สมาร์ตทีวี และคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงาน 1 ชุด กินไฟประมาณ 300-500 วัตต์ แล้วแต่ยี่ห้อ และประเภทการใช้งานด้วย หากคอมพิวเตอร์สเป๊กแรงๆ ด้วยแล้วย่อมใช้พลังงานสูง

ดังนั้น การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ของสมาชิกในบ้านในเวลาเดียวกัน ย่อมทำให้การทำงานเกิดสะดุด หรือเกิดการกระตุกของกระแสไฟฟ้า

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ อากาศร้อนที่หลายครัวเรือนใช้พลังงานสูงโดยเฉพาะการเปิดเครื่องปรับอากาศ ยิ่งถ้าทุกบ้านย้ายการทำงานจากที่สำนักงาน เป็นอยู่กับบ้านในตอนกลางวันการใช้พลังงานย่อมสูงขึ้นประมาณ 2 เท่า

ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟตกได้ในบางพื้นที่ เมื่อหลายครัวเรือนใช้ไฟฟ้าพร้อมๆ กัน คราวละมากๆ

สิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมแน่ๆ คือ UPS หรืออุปกรณ์สำรองไฟ เพราะอย่างน้อยช่วยให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปลอดภัย เมื่อเกิดปัญหาไฟตก หรือไฟกระชาก

และที่สำคัญ การทำงานที่บ้านก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องมือยุค 4.0 ที่สำคัญในการทำงานอยู่ที่บ้านคือโซลูชั่นคลาวด์ หรือการทำงานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการส่งงาน ประชุมกับหัวหน้า พาร์ตเนอร์ เพื่อนร่วมงาน หรือกับลูกค้า เช่น การตอบโต้ทางแชต หรือการส่งงานทางอีเมล

ถ้าไฟล์ใหญ่หน่อยก็ต้องอัพโหลดขึ้นหน่วยความจำบนคลาวด์ เช่น #GoogleDrive บางองค์กรอาจใช้ Box หรือไม่ก็ #Dropbox การประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เป็นต้น

เครื่องมือเหล่านี้จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ยิ่งถ้าเป็นประชุมสำคัญ แล้วไฟตก ทำให้พลาดการประชุมเรื่องราวสำคัญไป ดังนั้น ควรติดตั้ง UPS ตามอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยในการทำงาน

สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือ Wifi-Router เพราะเป็นหัวใจของการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือคอนโดฯ และอพาร์ตเมนต์ก็ตาม

หากไฟตก ไฟดับ Wifi-Router จะไม่ทำงาน ทำให้เราต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้นั่นเอง

ที่มา / https://www.matichonweekly.com/publicize/article_292652



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)
ชีวิตทางการเมือง ของพระสารสาสน์พลขันธ์ (29)
E-DUANG | ความเปราะบาง อำนาจ การเมือง เบื้องหน้า สถานการณ์ “โกงส.ว.”
รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน