bg-single

อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ : นามธรรมตัวแม่ ผีจับวาด ผู้นำสารจากโลกวิญญาณผ่านงานศิลปะ

26.05.2017

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปดูหนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับหนังอาร์ตเฮ้าส์ชาวฝรั่งเศส โอลิเวียร์ อัสซายาส ที่มีชื่อว่า Personal Shopper (2016)

ที่นอกจากจะเป็นหนังผีที่แปลกใหม่และเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะภาพยนตร์แล้ว

มันยังเป็นหนังที่ใช้งานศิลปะมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อหาในหนังอีกด้วย

และบังเอิญว่างานศิลปะที่ว่านั้นก็เป็นผลงานของศิลปินที่มีความสำคัญอย่างมากต่อโลกศิลปะคนหนึ่ง

ศิลปินผู้นั้นมีชื่อว่า ฮิลม่า อัฟ คลินต์ (Hilma af Klint)

ศิลปินหญิงชาวสวีเดนผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกงานศิลปะนามธรรม (Abstract Art) เป็นคนแรกๆ ของโลก

ด้วยความที่ภาพวาดแบบนามธรรมที่เธอทำขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นั้นถูกทำขึ้นก่อนผลงานศิลปินคนแรกๆ ที่ได้ชื่อว่าทำงานศิลปะแนวนามธรรมอย่าง วาสซิลี คานดินสกี้ หรือ คาซิมีร์ มาเลวิช เสียอีก

เกิดวันที่ 26 ตุลาคม 1862 ในช่วงวัยเด็ก เธอใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันงดงามของชนบท

เธอสัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงวัยแรกเริ่มของชีวิตซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานศิลปะของเธอในเวลาต่อมา

ฮิลม่าได้รับสืบทอดความหลงใหลในวิชาคณิตศาสตร์และพฤกษศาสตร์จากครอบครัว

ต่อมาเธอเริ่มฉายแววพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ

เธอเข้าศึกษาในสถาบัน Academy of Fine Arts ในสตอกโฮล์ม (Konstakademien) โดยเรียนการวาดภาพเหมือนบุคคลและภาพทิวทัศน์

ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อยข้างโจษขานอย่างมากในยุคนั้น

เพราะในยุคต้นศตวรรษที่ 20 นั้น มีผู้หญิงจำนวนน้อยนิดที่ได้รับการศึกษาขั้นสูง

พออายุ 20 ปี เธอได้รับคัดเลือกให้เข้าเรียนในสถาบัน Royal Academy of Fine Arts

และจบการศึกษาในระดับเกียรตินิยม

หลังจากนั้นเธอเริ่มต้นอาชีพศิลปินด้วยการเปิดสตูดิโอในเมือง

และเริ่มเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพวาดทิวทัศน์ ภาพเหมือนบุคคล และภาพลายเส้นของต้นไม้พืชพันธุ์

ถึงแม้ภาพวาดแบบประเพณีนิยมเหล่านี้จะเป็นที่นิยมและกลายเป็นรายได้หลักเลี้ยงชีพของเธอ

แต่หัวข้อในการทำงานศิลปะที่เธอหลงใหลอย่างลึกซึ้งกลับเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

นั่นก็คือหัวข้อเกี่ยวกับปรัชญาและจิตวิญญาณนั่นเอง

มีเหตุการณ์หนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานศิลปะของเธอ

นั่นก็คือในปี 1880 น้องสาวของเธอเสียชีวิตลง

และนั่นเป็นครั้งแรกที่มิติทางจิตวิญญาณในชีวิตของเธอเริ่มต้นพัฒนาขึ้นมา

ในปี 1886 เธอละทิ้งการวาดภาพแบบประเพณีนิยมที่เธอร่ำเรียนมา

และหันเหมาสู่สิ่งที่เธอสนใจหลงใหล

นั่นก็คือเรื่องราวของโลกที่มองไม่เห็นที่ซ่อนอยู่เหนือธรรมชาติ

ในยุคสมัยปัจจุบัน เราอาจทำความเข้าใจกับผลงานศิลปะของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ ในบริบทของงานศิลปะสมัยใหม่ที่เสาะหารูปทรงและการแสดงออกใหม่ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเกี่ยวกับจิตวิญญาณ การเมือง และแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่มีพัฒนาการอย่างมากในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

เราสามารถพบเห็นงานศิลปะที่มีความสนใจในเรื่องราวเกี่ยวกับจิตวิญญาณจากศิลปินในยุคสมัยเดียวกัน

ไม่ว่าจะเป็นศิลปินอย่าง วาสซิลี คานดินสดี้, พีต มองเดรียน (Piet Mondrian) คาซิมีร์ มาเลวิช ฯลฯ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกระแสเคลื่อนไหวเกี่ยวความคิดด้านปรัชญาที่ยึดหลักเทววิทยา

แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านไปทำงานแบบนามธรรมและศิลปะไร้รูปลักษณ์ของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ นั้นเกิดขึ้นโดยไม่ได้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกระแสเคลื่อนไหวของศิลปะสมัยใหม่ในยุคนั้นอย่างสิ้นเชิง

ผลงานศิลปะของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของจิตวิญญาณโดยตรงแล้ว

“จิตวิญญาณ” ที่ว่านี้ก็ไม่ได้หมายถึงจิตวิญญาณในการทำงานศิลปะแบบที่พี่เฉลิมชัยชอบพูดบ่อยๆ

หากแต่เป็นวิญญาณและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ

หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่า “ผี” นั่นแหละ

เธอรวมตัวกับศิลปินหญิงอีกสี่คนก่อตั้งกลุ่มศิลปินในชื่อ “De Fem” (The Five) อย่างเงียบๆ

พวกเธอดำเนินพิธีกรรมติดต่อกับโลกวิญญาณและสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ

ซึ่งพวกเธอเชื่อว่าวิญญาณเหล่านั้นต้องการที่จะสื่อสารผ่านการวาดภาพ

พวกเธอทำการบันทึกเอาไว้ในหนังสือเกี่ยวกับระบบการทำงานศิลปะรูปแบบใหม่ที่ได้รับการถ่ายทอดความคิดอันลี้ลับที่อยู่ในรูปแบบของสารหรือถ้อยคำจากจิตวิญญาณอันสูงส่งที่เธอเรียกว่า “Hoga Mastare” (The High Masters)

หรือเหล่าปรมาจารย์ผู้สูงส่ง

ในการทำงานศิลปะร่วมกับกลุ่ม The Five ฮิลม่า อัฟ คลินต์ ได้คิดค้นการทดลองวาดภาพแบบอัตโนมัติในช่วงปี 1896 (ซึ่งเธอทำขึ้นมาก่อนเทคนิคการวาดเส้นแบบอัตโนมัติ (Automatic drawing) ของศิลปินกลุ่มเซอร์เรียลลิสม์เป็นเวลาหลายสิบปีเลยด้วยซ้ำ) ซึ่งนำเธอไปสู่การสร้างสรรค์ภาษาภาพที่ใช้รูปทรงเรขาคณิตที่มีความสามารถในการสร้างกรอบความคิดจากพลังที่มองไม่เห็นทั้งจากโลกภายในและโลกภายนอก

เมื่อเธอคุ้นเคยกับการแสดงออกทางศิลปะเช่นนี้แล้ว

ในปี 1905 เธอได้รับการว่าจ้างโดยบุคคลกลุ่มหนึ่งให้สร้างสรรค์ผลงานที่สำคัญที่สุดของเธอ

ซึ่งเป็นภาพวาดสำหรับ “วิหาร” (Temple) ที่ประกอบด้วยภาพวาดแบบนามธรรมที่มาก่อนกาล

อย่างไรก็ตาม เธอเองก็ไม่เคยเข้าใจว่า “วิหาร” หมายถึงอะไร และเธอเองรู้สึกว่าเธอถูกกำกับโดยพลังอำนาจลึกลับบางอย่างที่ชี้นำมือของเธอให้วาดภาพ เธอเขียนบันทึกเอาไว้ว่า

“ภาพเหล่านี้ถูกวาดผ่านตัวฉันด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ โดยไม่ได้มีการร่างภาพเลยแม้แต่น้อย ตอนที่วาด ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าภาพวาดเหล่านี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร อย่างไรก็ตาม ฉันทำงานด้วยความรวดเร็วและแน่นอน โดยไม่มีการเปลี่ยนฝีแปรงเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ฮิลม่า อัฟ คลินต์ วาดภาพชุดนี้ออกมา 193 ภาพ ที่ถูกจำแนกหมวดหมู่ออกเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม

ในบรรดานั้นมีภาพวาดจำนวนสิบชิ้นที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 เมตร (ซึ่งถูกเรียกว่า The Ten Largest)

ภาพวาดเหล่านี้มีความสดใหม่และสุนทรียะอันแปลกตา ด้วยเส้นสายอันรวดเร็วและฉับไว

ไม่ว่าจะเป็นภาพวงกลมที่ถูกแบ่งซอยเป็นส่วนๆ

รูปเกลียวที่ถูกแบ่งเป็นแถบสีสเปกตรัม

สัญลักษณ์ ตัวอักษร และถ้อยคำ ภาพวาดในชุดนี้ของเธอมักแสดงให้เห็นถึงความเป็นแผนภาพ ความสมมาตร ภาวะของความเป็นคู่

การพึ่งพาอาศัยกันและกัน การขึ้นและลง ข้างนอกและข้างใน

เรื่องทางโลกและเรื่องของความลี้ลับ

เมื่อเธอทำผลงานชุดนี้เสร็จสิ้นลง การชี้นำจากพลังอำนาจลึกลับก็สิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังคงวาดภาพแบบนามธรรมต่อไป

เธอค้นพบหนทางใหม่ในการแสดงออกทางการวาดภาพ

เธอพัฒนาภาษาศิลปะขึ้นใหม่

ภาพวาดของเธอมีความเป็นอิสระจากอิทธิพลภายนอกมากขึ้น

แต่โลกของจิตวิญญาณก็ยังเป็นแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์ของเธอไปจนตลอดชีวิต

ในช่วงนี้เองที่เธอเปลี่ยนจากการวาดภาพสีน้ำมันมาเป็นสีน้ำที่มีขนาดเล็กลง และแสดงออกถึงการสอดประสานระหว่างโลกของวัตถุและจิตวิญญาณ ความดีและความชั่ว บุรุษและสตรี

รวมถึงได้รับอิทธิพลจากวิทยาศาสตร์และศาสนา

ตั้งแต่การค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปจนถึงคำสอนทางจิตวิญญาณของนักมนุษยปรัชญา

รูดอล์ฟ สไตเนอร์ (Rudolf Steiner) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางจิตวิญญาณของเธอ

การพบกับเขาทำให้วงจรการทำงานศิลปะของเธอกลายเป็นระเบียบมากขึ้นด้วยการสอดแทรกสัญลักษณ์และลวดลายต่างๆ อย่าง เปลือกหอย งู ดอกลิลลี่ และไม้กางเขน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวทางจิตวิญญาณของเขา

ตลอดชีวิตของเธอ เธอเฝ้าค้นหาทางที่จะทำความเข้าใจกับความลี้ลับที่เธอเคยได้สัมผัสผ่านการทำงานศิลปะของเธอ

เธอเขียนบันทึกเกี่ยวกับความคิดและการศึกษาเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้กว่า 150 เล่ม

ฮิลม่า อัฟ คลินต์ ไม่เคยกล้าแสดงภาพวาดแบบนามธรรมของเธอสู่สาธารณะเลยแม้แต่ครั้งเดียว

จากการที่ผลงานนามธรรมในช่วงที่เธอทำให้กับวิหารนั้นไม่ได้รับการยอมรับและถูกตั้งคำถามจาก รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ที่ปรึกษาทางจิตวิญญาณของเธอเอง

เธอจึงสรุปว่ายุคสมัยนั้นยังไม่พร้อมที่จะเข้าใจมัน

และระบุเงื่อนไขเอาไว้ว่า ผลงานศิลปะนามธรรมของเธอจะต้องไม่ถูกแสดงสู่สาธารณะเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี หลังจากการเสียชีวิตของเธอ

หลังจากที่เธอเสียชีวิตในปี 1944 ด้วยวัย 82 จากอุบัติเหตุบนท้องถนน

ผลงานศิลปะนามธรรมของเธอที่ประกอบด้วยภาพวาด 1,200 ภาพ

บทความกว่า 100 ชิ้น

และบันทึกจำนวน 26,000 หน้า จึงถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด

จนกระทั่งในปี 1986 สี่สิบกว่าปีให้หลัง ผลงานของเธอจึงถูกจัดแสดงเป็นครั้งแรกนิทรรศการ The Spiritual in Art, Abstract Painting 1890-1985 ในลอสแองเจลิส

ตามมาด้วยอีกหลายนิทรรศการ

งานศิลปะนามธรรมอันน่าตื่นตะลึงของเธอจึงได้ปรากฏสู่สายตาของสาธารณชนในที่สุด

ในปัจจุบัน คอลเล็กชั่นผลงานศิลปะนามธรรมของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ ถูกครอบครองและบริหารโดยมูลนิธิ Hilma af Klint ที่ตั้งอยู่ในกรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน ในปี 2017

บริษัทสถาปนิกสัญชาตินอร์เวย์นำเสนอโครงการสร้างศูนย์แสดงงานของ ฮิลม่า อัฟ คลินต์ ขึ้นในสตอกโฮล์ม ด้วยมูลค่ากว่า 6 ล้านยูโร

หลังจากถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ ผลงานศิลปะนามธรรมของเธอกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทำงานสร้างสรรค์มากมาย

ไม่เพียงแค่ในวงการศิลปะเท่านั้น มันยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับห้องเสื้อ Acne Studios ในสตอกโฮล์ม ในการออกแบบคอลเล็กชั่นฤดูร้อนในปี 2014

และแน่นอนว่ามันเป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญให้กับหนังในปี 2017 นี้อย่าง Personal Shopper อีกด้วย



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ภาพสะท้อน ประชาชน กรณี AI PASSPORT
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (4)
ที่มาของการเต้นแอโรบิก และแรงบันดาลใจจากเจน ฟอนด้า
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (จบ)
โลกที่มนุษย์รับรู้ ไม่ใช่โลกที่แท้จริง
แตรฝรั่ง (4)
ปฏิบัติการกู้ชีพโดโด้ (และนกโมอา) ตอนพิเศษ : ‘เปลือกไข่สังเคราะห์’
สนทนา ‘อิสริยะ-ภาวุธ’ 2 ขุนพลไอที ‘พรรคประชาชน’ ‘รัฐเอไอ’ ควรทำงานกันอย่างไร?
เจ้าฟ้าและสามัญชน (2) | เปิดฉากการผจญภัยในดินแดนหมีขาว
ฉากชีวิต ‘บ่าวนิก สกลนคร’ จากนักแสดงเวทีรัชดาลัย สู่ สัปปายะสภาสถาน บทบาท ส.ส. ‘กล้าธรรม’
เหยี่ยวถลาลม | ‘ป.ป.ช.’ ระอุ ‘แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน’ ไม่ทันจาง ‘ศักดิ์สยาม’ เข้ามาแทรก
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาสรรพยา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”