bg-single

การรักษาความสงบเรียบร้อย ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

26.03.2021

บทความพิเศษ โดย“นอกเครื่องแบบ”

ใน พ.ศ.2398 ไทยได้ทำสนธิสัญญาเบาริ่งกับประเทศอังกฤษ ซึ่งนับเป็นการเปิดทำการค้ากับประเทศอังกฤษอย่างเป็นทางการ

แต่ก็จำต้องยอมรับ “สิทธิสภาพนอกอาณาเขต” (Extraterritoriality) ของชาวอังกฤษ

หมายความว่า ถ้ามีข้อพิพาทใดที่มีชาวอังกฤษหรือคนในบังคับ จะต้องนำคู่ความไปขึ้นศาลภายใต้กฎหมายของประเทศอังกฤษ

ซึ่งต่อมา (พ.ศ.2398-2411) ไทยได้ทำสนธิสัญญาแบบเดียวกันนี้กับประเทศต่างๆ อีกหลายประเทศ

เนื่องจากในขณะนั้นประเทศไทยยังไม่มีระบบศาลยุติธรรม และการบังคับใช้กฎหมายก็ยังไม่เป็นแบบแผน

อีกทั้งการพิสูจน์ความจริงก็ยังไม่ได้มาตรฐานสากล เช่น มีการตอกเล็บ บีบขมับ ดำน้ำ ลุยไฟ ทำให้ไทยถูกบังคับให้จำต้องยอมรับสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของชาวต่างชาติ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกปลอดภัยในการเดินทางเข้ามาทำการค้าขายในประเทศไทย

ซึ่งต่อมาก็มีเรือสินค้าจากประเทศต่างๆ เดินทางเข้ามาค้าขายมากมาย

อีกทั้งยังมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยได้ย้ายเข้ามาตั้งรกรากทำการค้าในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพระนคร

ความยุ่งยากจึงติดตามมา อาทิ การทะเลาะวิวาท การฉกชิงวิ่งราว ตลอดจนเริ่มมีคดีฉุกฉกรรจ์เกิดขึ้นทุกวัน

บ้านเมืองมีโจรผู้ร้ายชุกชุม

นอกจากนี้ ในเขตหัวเมืองต่างๆ ก็มีคนมากขึ้นเช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นซึ่งมีจำนวนน้อยไม่สามารถดูแลความสงบได้ทั่วถึง ทำให้หลายๆ ครั้งเมื่อมีการกระทำผิดเกิดขึ้นก็ไม่สามารถระงับเหตุได้

หรือกว่าเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายก็หนีไปไกลแล้ว

ทำให้โจรผู้ร้ายกำเริบทำความผิดมากขึ้น

จากหลายๆ สาเหตุดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงปัญหา

จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมืองเช่นเดียวกับต่างประเทศ

มีอำนาจหน้าที่ในการปราบปรามจับกุมโจรผู้ร้ายและคุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนโดยเฉพาะ

และปฏิบัติงานได้ทันทีที่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น

ไม่จำเป็นต้องรับคำสั่งจากหน่วยเหนือหรือพระบรมราชโองการดังแต่ก่อน

พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “กองโปลิศ” ขึ้น โดยให้มีการนำเอาวิธีการพิสูจน์ความจริงที่เป็นสากลและเป็นที่ยอมรับของนานาชาติมาใช้ในการบังคับใช้กฎหมาย

และกองโปลิศนี้ยังสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องขอหรือมีพระบรมราชโองการอีกต่อไป

นับเป็นจุดเริ่มต้นของการมีหน่วยงาน “ตำรวจ” ซึ่งทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ทรงพิจารณาคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้ากองโปลิศ โดยพิจารณาจากชาวต่างประเทศผู้มีความสามารถเหมาะสมและเป็นผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตนครหลวง

นับเป็นจุดเริ่มต้นของการมีหน่วยงาน “ตำรวจ” ซึ่งทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ “กัปตัน ซามวล โจเซฟ เบิร์ด เอมส์” (Captain Samuel Joseph Bird Ames) อดีตกัปตันเรือสินค้าชาวอังกฤษ ซึ่งได้พาภรรยาและบุตร 2 คนเข้ามาตั้งรกรากในเมืองไทยตั้งแต่ พ.ศ.2396 ให้เป็นผู้รับผิดชอบการก่อตั้งกองโปลิศ ตามแบบอย่างโปลิศในประเทศทางยุโรป เพื่อรับผิดชอบงานดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพระนครขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2405

โดยทรงพระราชทานนามหน่วยงานนี้ว่า “กองโปลิศคอนสเตเบิ้ล” (Constable)

“กัปตันเอมส์เป็นชาวอังกฤษ เกิดเมื่อ ค.ศ.1832 (พ.ศ.2375) ที่เมืองเคนต์ (Kent) ประเทศอังกฤษ

ก่อนเข้ามาอยู่เมืองไทยมีอาชีพเป็นกัปตันเรือใบขนาดสี่เสากระโดง ตระเวนค้าขายอยู่แถวน่านน้ำมหาสมุทรแอตแลนติก

ต่อมาเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือมาทางมหาสมุทรอินเดีย ค้าขายถึงลังกา สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ ชั่วระยะเวลาหนึ่งจึงเปลี่ยนใจเลิกอาชีพการเดินเรือหันมาประกอบอาชีพเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างในประเทศไทย

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงรัฐยาภิบาลบัญชา สังกัดกรมกองตระเวนขวา กัปตันเอมส์รับราชการเป็นโปลิศตลอดมาจนถึง พ.ศ.2435 จึงปลดเกษียณ และถึงอนิจกรรมในกรุงเทพฯ พ.ศ.2444″13

กองโปลิศคอนสเตเบิ้ล เป็นเพียงหน่วยงานเล็กๆ มีกำลังพลไม่มาก จัดแบบแผนตามอย่างโปลิศในประเทศอังกฤษ ใช้เครื่องแบบสีน้ำเงินอย่างตำรวจอังกฤษ รับผิดชอบรักษาความสงบในพื้นที่สำเพ็ง

แต่ก็มีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่อยู่พอสมควร เนื่องจากเจ้าหน้าที่เหล่านี้ส่วนใหญ่พูดภาษาไทยไม่ได้

เมื่อเกิดมีเหตุร้ายขึ้นจึงคุยกับคู่กรณีไม่รู้เรื่อง รวมทั้งการสอบถามพยาน ประชาชนก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก

อีกทั้งประชาชนยังไม่รู้จักคุ้นเคยกับกิจการตำรวจ เพราะถือเป็นของใหม่ในสมัยนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ไปเฝ้ายามประจำจุดก็ตกเป็นที่ล้อเลียนของประชาชน และถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นานา

แต่อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็มีวินัยเป็นอย่างยิ่ง ยังคงตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ยังมีปัญหาอันเกิดจากการมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของชาวต่างชาติอีกด้วย

เมื่อมีชาวต่างชาติเป็นคู่กรณีก็จะต้องนำคู่ความทั้งสองฝ่ายไปขึ้นพิจารณาคดีที่ศาลกงสุลของประเทศนั้นๆ ซึ่งโดยมากชาวต่างชาติก็มักจะได้รับความช่วยเหลือให้พ้นผิดเสียเป็นส่วนใหญ่

ทำให้ชาวต่างชาติได้ใจ ไม่ค่อยสนใจปฏิบัติตัวตามกฎหมายของไทยนัก

ตํารวจในยุคนี้แม้จะยังไม่มีกฎข้อบังคับที่แน่นอนเป็นการเฉพาะ แต่ก็เป็นการเริ่มต้นของตำรวจสมัยใหม่ในประเทศไทยที่เป็นสากลมากขึ้น

ทั้งนี้ กัปตันเอมส์ได้รับราชการจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “หลวงรัฐยาธิบาลบัญชา” ทำหน้าที่บัญชาการกองโปลิศคอนสเตเบิ้ล ถือศักดินา 600

โดยได้ออกจากราชการเมื่อ พ.ศ.2435 และถึงแก่กรรมที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ.2444

นับเป็นผู้มีคุณูปการของวงการตำรวจไทยเป็นอย่างยิ่ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)