bg-single

เผด็จการไทยและพม่า…สืบทอดอำนาจ (จบ) / หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว มุกดา สุวรรณชาติ

20.04.2021

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว

มุกดา สุวรรณชาติ

 

เผด็จการไทยและพม่า…สืบทอดอำนาจ (จบ)

สู้แบบมียุทธศาสตร์…ชาติจึงจะพ้นหายนะ

 

ฉบับที่แล้วเริ่มจากรัฐประหาร 2549 ถึงรัฐประหาร 2557 ผลการต่อสู้คือเสียหายทั้งพรรค, แกนนำ และมวลชน

มาดูว่าภาค 2 ใน 7 ปีหลังเป็นอย่างไร

รัฐบาลของซูจีชนะเลือกตั้งปี 2558 เหมือนกับรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2554 คืออยู่ในสภาพ…ชนะเลือกตั้งแต่ยังไร้อำนาจ และสุดท้ายก็ถูกรัฐประหารทั้งคู่

แต่การต่อต้านก็มีมาโดยตลอด ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน

สถานการณ์วันนี้ของพม่าเพียงแค่ 70 วันคนตายเพราะถูกปราบด้วยอาวุธ ประมาณ 600 คน

คาดว่าความขัดแย้งจะขยายต่อ เพราะมีกองกำลังของชนชาติต่างๆ ที่ยังสู้ และประชาชนไม่ถอย การแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือจากภายนอกคงทำให้ยืดเยื้อออกไป

ประชาชนพม่าจะต้องใช้แนวทางสามัคคีทุกกลุ่มตั้งรัฐบาล ทั้งประท้วงและร่วมต่อสู้ด้วยอาวุธ ตัดกำลังทางเศรษฐกิจฝ่ายเผด็จการทุกด้าน รับความช่วยเหลือจากนานาชาติ

แต่คงจะมีคนตายอีกเป็นหลายพัน

สำหรับไทยนั้นคงต้องช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรจะไม่ให้มันเลวร้ายลุกลามไปอย่างพม่า เพราะตอนนี้คนที่คัดค้านก็ถูกจับขังเหมือนกัน

แต่ของไทยปีนี้ดีหน่อย ตรงที่ไม่ถูกยิงกลางถนน เพราะยุทธศาสตร์หลักผู้ปกครองไทยไม่ใช่อาวุธ แต่เป็นอำนาจและเงิน

 

การโจมตีภาค 2

ยังใช้ยุทธศาสตร์และยุทธวิธีเดิม

การโจมตีครั้งที่ 19 ตัวอย่างการกำจัดศัตรูทางการเมือง

อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่เป็นบุคคลที่มีประชาชนชื่นชม มีคะแนนเสียงดีมาก ถ้าหากทิ้งเอาไว้ก็จะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญ ขืนปล่อยให้ลงเลือกตั้งได้คะแนนก็จะท่วม

ดังนั้น ต้องไม่ให้โอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งและไม่ให้มาช่วยหาเสียง เป้าหมายการกำจัดนายกฯ ยิ่งลักษณ์ให้ออกจากวงการเมืองจึงจะต้องถูกทำให้สำเร็จก่อนมีการเลือกตั้ง

23 มกราคม 2558 สนช. ซึ่ง คสช.แต่งตั้ง ลงมติถอดถอนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายโครงการจำนำข้าว ส่งผลให้ต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี

19 มีนาคม 2558 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรับฟ้องยิ่งลักษณ์คดีจำนำข้าว

โดยกล่าวหาว่าละเลย ไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

ครั้งที่ 20 วันที่ 13 กันยายน 2559 หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์จากความเสียหายการทุจริตซื้อข้าว ให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้เงิน 35,717 ล้านบาท

การใช้ ม.44 ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดใดๆ ทั้งสิ้น ในการดำเนินการยึดทรัพย์

27 กันยายน 2560 มีคำพิพากษาคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ให้จำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 5 ปี

ถ้าไม่หนีก็ติดคุก นี่คือวิธีการเนรเทศศัตรูทางการเมือง แบบเดียวกับนายกฯ ทักษิณโดนเล่นงาน

 

ผ่านไป 3 ปีกว่า

2เมษายน 2564 ศาลปกครองกลางสั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย 35,717.2 ล้านบาท และเพิกถอนคำสั่ง ประกาศ และการดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สินขายทอดตลาด

เหตุผลคือการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องดำเนินการตามมติ ครม. และเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา มีอำนาจหน้าที่เพียงการกำกับดูแลนโยบายโดยทั่วไประดับมหภาคของโครงการ เมื่อมีการทุจริต น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง, มีการใช้มาตรการทางอาญากับผู้ทุจริตหรือผู้กระทำผิดควบคู่กับการใช้มาตรการทางปกครองตัดสิทธิผู้สวมสิทธิเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ

จึงถือได้ว่าอดีตนายกฯ “มิได้เพิกเฉยละเลย แต่ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่วิสัยและพฤติการณ์เพื่อป้องกันยับยั้งมิให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว”

ที่ตัดสินไปแล้ว ถอดถอนไปแล้ว ที่ยึดทรัพย์ไปแล้ว จะว่าอย่างไร? คงเหมือนนิทานหมาป่ากับลูกแกะ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแกะชื่อทักษิณ เดินท่องลำธารมากับแกะน้องชื่อยิ่งลักษณ์…

 

เพื่อสืบทอดอำนาจ

ต้องกำจัดศัตรูทางการเมืองทุกราย

การโจมตีครั้งที่ 21 กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ

เป็นที่รู้กันอยู่ว่าแยกออกมาจากพรรคเพื่อไทยมีจุดประสงค์ที่จะสร้างคะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพื่อให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวนหนึ่ง เพราะถ้าหากรวมกันอยู่เป็นพรรคใหญ่เมื่อได้ ส.ส.เขตจำนวนมากก็จะไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นการแก้เกมที่ฝ่ายตรงข้ามร่างกฎเกณฑ์การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นแบบพิสดารที่เรียกว่าจัดสรรปันส่วนผสมเพื่อให้พรรคเล็กๆ ที่แพ้การเลือกตั้งได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่มบ้าง จะได้สามารถดึงมาร่วมรัฐบาล

7 มีนาคม 2562 ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี

การตัดสินครั้งนี้ฝ่ายตรงข้ามคิดว่าเป็นการตัดกำลังคู่แข่ง แต่คะแนนเสียงตีกลับไปให้พรรคใหม่ๆ อย่างเช่น อนาคตใหม่ เสรีรวมไทย มีผลให้พรรคอนาคตใหม่มีคะแนนบวกเพิ่ม และไม่ต้องตัดคะแนนกับไทยรักษาชาติ พลิกกลับมาชนะ ส.ส.ได้หลายเขตและได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่ม

 

ยุบพรรคอนาคตใหม่

และทำลายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

เป็นการโจมตี ครั้งที่ 22 คงเป็นเพราะธนาธรประกาศไว้ว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเข้าเลือกตั้งเพื่อส่งใครไปเป็นสมาชิกสภา หรือส่งใครเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย การเลือกตั้งจึงเป็นทางผ่าน ไม่ใช่เป้าหมายที่ตั้งไว้

ปัญหาของประเทศต้องแก้ที่โครงสร้าง ไม่ใช่นโยบายใดนโยบายหนึ่ง แต่คนไม่กล้าพูด มันอยู่ในโครงสร้างอุปถัมภ์เกือบทั้งสิ้น

สิ่งที่อนาคตใหม่ประกาศ มีทั้งอุดมการณ์ แนวทางการเมือง นโยบาย นี่จะเป็นการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ โดยผ่านระบบรัฐสภา แต่พวกเขายังรู้จักนายทุน ขุนศึก ศักดินา น้อยไป

ถ้าอนาคตใหม่ได้ ส.ส.มา 5-10 คนคงไม่มีใครหมายหัวไว้ เมื่อเห็นคนหนุ่ม-คนสาว อายุ 18-38 แห่ไปเลือกหลายล้านคน ก็ยิ่งตกใจ การกำจัดอนาคตใหม่จึงต้องเกิดขึ้น เร็วขึ้น เมื่อเห็นว่าบทบาทของอนาคตใหม่เป็นอันตรายต่อกลุ่มอำนาจเก่าทุกกลุ่ม

วันนี้พวกเขา…เขาทุบกล่องดวงใจและหม้อข้าว

พวกเขาจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เป้าหมายคือ ส.ว.แต่งตั้งต้องไม่มี

เลิกเกณฑ์ทหาร เปลี่ยนเป็นสมัครใจ

…ขอตรวจสอบเงินงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับทหาร และสถาบัน

เสนอให้หาแนวทางทำกฎหมายต้านรัฐประหารและลงโทษผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด

ออกกฎหมายไม่ให้ตุลาการยอมรับอำนาจคณะรัฐประหาร

20 พฤศจิกายน 2562 ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ “ธนาธร” พ้นสมาชิก ส.ส. ตั้งแต่ 23 พฤษภาคม 25 62จากกรณีถือหุ้นสื่อ

21 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี กรณีพรรคกู้เงินธนาธร

30 มีนาคม 2564 – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โดนหมายเรียกในข้อหา ม.112 กรณีไลฟ์เฟซบุ๊กบรรยายหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย”

กลุ่มอำนาจเก่าได้สร้างศัตรูทางการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ และมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ กลุ่มล่าสุดคือเด็กๆ คณะราษฎร ผู้ที่ถือหลักการว่า ไม่มีใครขังความจริงได้ ก็เลยถูกขัง ถูกดำเนินคดี จำนวนมากโดนทั้งมาตรา 112, 116 และสารพัดข้อหา

จนถึงวันนี้ไม่รู้จำนวนคนและจำนวนคดี เพราะมีแจ้งข้อหาเพิ่มทุกวัน

 

ฝ่ายประชาธิปไตยต้องปรับยุทธศาสตร์

ไม่รู้ปฏิรูปแบบไหน 14 ปีกว่า พระเอกและผู้ร้ายเปลี่ยนหน้าไป รวมทั้งประชาธิปไตยก็กลายเป็นอำมาตยาธิปไตยไปได้ จะเห็นว่ามีการวางยุทธศาสตร์เพื่อการสืบทอดอำนาจ คือการตั้ง ส.ว., ร่างรัฐธรรมนูญ และแทรกแซงระบบยุติธรรม อย่างต่อเนื่อง

ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยกำหนดยุทธศาสตร์ไว้แค่การเลือกตั้งและ ส.ส. นอกจากไม่มีวันชนะ ตัวเก่งของฝ่ายประชาธิปไตยก็จะถูกทำร้าย ทำลายไปทีละคนสองคน ถ้าไม่หนีก็ต้องติดคุก นี่คือการปิดเส้นทางปฏิรูป ขืนปล่อยต่อไป จะคล้ายการเมืองกัมพูชา คือจะให้มีแต่นักการเมืองหนุนรัฐบาล กินกันสบาย

ดังนั้น ต้องระดมทุกทางเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ, ส.ว. และระบบอยุติธรรมให้ได้ เรื่องอื่นก็จะสามารถแก้ไขตามมา ถ้าทำได้ก็ยังพอเห็นทางพ้นหายนะ

จุดปะทะทางการเมืองเฉพาะหน้า คงจะเป็น ส.ว.ที่ถูกขนานนามว่า สภาปรสิต



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ธอส.สินเชื่อบ้านคนละหลังพลัส
เจาะไฮไลต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร บทใหม่ตำนานเอสยูวีแฟล็กชิป
ข้าวผัดราดหน้าไก่
19 ทอง 40 เงิน 66 ทองแดง บทสรุปเอเชี่ยนพาราไทย ยึดที่ 7 เอเชีย-เบอร์ 1 อาเซียน
ต้นสมีดีกว่าสมีพระ ใช้ทำยาแก้โรคสตรี แก้ไข้ แก้ลมพิษ ผด ผื่นคันชะงัดนัก
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2569
แฮร์รี่ เคน และบัลลงดอร์ 2026 คุณค่าที่คู่ควร?
รับรองผลเลือกตั้งประกันสังคมกับระยะเวลาอันแสนนาน
ไดอารี่ดาวแดง : นักรบนิรนามของขบวนการประชาชน (1)
‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (3)
ฤๅจำต้อง “คอเวอนเมนต์รีฟอม” อีกสักครา (1) : เหตุผลและความจำเป็นของการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ (อีกครั้ง)
E-DUANG | เงื่อนงำ อำพราง การเมือง สภาวะ 152 ย้อนมาสู่ 151