bg-single

‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (3)

31.10.2026

คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
เกษียร เตชะพีระ

ถึงจุดนี้ เราอาจสรุปประเด็นข้อคิดทฤษฎีเรื่องรัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่ได้ว่า จากรัฐราชสมบัติแบบเดิมล้วนๆ -> รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมือง (Patrimonialism -> Electoral Neo-Patrimonialism)

รัฐราชสมบัติแบบเดิม (ในความคิดของ Max Weber)

o สิทธิอำนาจเป็นของส่วนบุคคล ใช้มันโดยพลการตามอำเภอใจและฝากฝังไว้ที่ตัวผู้ปกครอง (พ่อขุนอุปถัมภ์) ซึ่งถือตำแหน่งราชการและทรัพยากรของรัฐเป็นทรัพย์สินส่วนตัว (= ราชสมบัติ/patrimony)

o ความสัมพันธ์กำกับด้วยความจงรักภักดีส่วนบุคคล พฤติกรรมต่างตอบแทนและการใช้ดุลพินิจแทนที่จะถือประมวลกฎหมายนามธรรมเป็นที่ตั้ง
รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่ (Patrimonialism + Electoral Democracy)

o ความเป็นจริงทางปฏิบัติของกรณีร่วมสมัยทั้งหลายกลายเป็นว่าเหล่าสถาบันเหตุผล-กฎหมายทางการ อาทิ รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ศาลตุลาการ ระบบราชการ ฯลฯ ดำรงอยู่แต่ในกระดาษและเป็นที่รับรองตามกฎหมาย

o อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจการเมืองที่เป็นจริงยังคงมีลักษณะส่วนบุคคล ขับเคลื่อนโดยบรรดาเครือข่ายและความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ และระบบกินเมือง (prebendalism) ซึ่งอยู่เบื้องหลังและดำเนินงานผ่านหน้าฉากประชาธิปไตยทางการเหล่านั้น

เมื่อประกบประกอบรัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่เข้ากับฐานระบบราชการรวมศูนย์สูงแต่ด้อยเอกภาพ (An overcentralized but underunified state bureaucracy) ของไทยแต่เดิมแล้ว ก็จะมีลักษณะเด่นๆ ดังนี้ คือ

ระบบเลือกตั้งอุปถัมภ์ & ธุรกิจการเมือง


o เลือกแจกให้เฉพาะพรรคพวกฐานเสียง

o ซื้อสิทธิ์ขายเสียงต่างตอบแทน

การเมืองบ้านใหญ่ & เครือข่ายตระกูล

o บ้านใหญ่ครองเมืองสืบทอดตำแหน่ง

o ภักดีนาย & หัวหน้ามุ้ง ห้ามหมิ่นประมาท

การบริหารปกครองอย่างไม่เป็นทางการ & หลักนิติอำนาจ

o เลือกปฏิบัติบังคับใช้กฎหมาย : นิติสงคราม นิติศาสตราวุธ

o กฎหมายเป็นเครื่องมือสถาปนาอภิสิทธิ์ส่วนบุคคล & สายสัมพันธ์อุปถัมภ์ : ตุลาการธิปไตย

o เกิดการทับซ้อนกันของอำนาจอธิปไตย : มีองค์อธิปัตย์ทางการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย (ประชาชน & ตัวแทนจากการเลือกตั้งโดยประชาชน) กับองค์อธิปัตย์อย่างไม่เป็นทางการตามวัฒนธรรมของความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์กินเมืองเดิม (พ่อขุนอุปถัมภ์)

พลวัตอำนาจ
ของรัฐเลือกตั้ง
อุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่

ดร.อาสา คำภา นักวิจัยนักเขียนงานประวัติศาสตร์และการเมืองวัฒนธรรมโดดเด่นฝีมือดีของสถาบันไทยคดีศึกษา ธรรมศาสตร์ ได้เสนอไว้ในดุษฎีนิพนธ์ ซึ่งต่อมาปรับปรุงเป็นหนังสือเล่มเขื่องเรื่อง กว่าจะครองอำนาจนำ : การคลี่คลายขยายตัวของ เครือข่ายในหลวงภายใต้ปฏิสัมพันธ์ชนชั้นนำไทย ทศวรรษ 2490-2530 (2564) ว่าชนชั้นนำไทยในช่วงที่เขาศึกษามีฉันทมติร่วมกันอย่างหนึ่งคือ

แบ่งปันอำนาจและทรัพยากรสาธารณะกันกินกันใช้ ไม่ควบรวมผูกขาดอำนาจและทรัพยากรสาธารณะไว้เพียงคนเดียว/กลุ่มเดียว และหากใครละเมิดฉันทมติดังกล่าวเข้าก็จะถูกชนชั้นนำกลุ่มฝ่ายอื่นๆ รุมคัดค้านต่อต้านระดมถล่มเล่นงานจนมีอันเป็นไป…

เช่น กรณี พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ผู้บัญชาการทหารบกช่วงก่อนและหลังการลุกขึ้นสู้ของนักศึกษาประชาชนเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 (น.221ff), นายกรัฐมนตรี พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ (น.365ff) เป็นต้น และรวมเลยไปถึงนายกฯ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในกาลต่อมาด้วย ดังที่คุณอาสาสรุปไว้ท้ายเล่มว่า

“กระแสสูงของ ‘พระราชอำนาจนำ’ นับตั้งแต่ครึ่งหลังทศวรรษ 2530 ต่อเนื่องถึงทศวรรษ 2540 นับเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ของสังคมการเมืองไทยภายใต้ ‘ฉันทมติภูมิพล’

“กระนั้น ฉันทมติพื้นฐานที่สุดของชนชั้นนำไทยคือ ‘ไม่ควบรวมอำนาจ’ ก็ยังคงความสำคัญไม่เสื่อมคลาย

“ดังจะพบว่า เมื่อ ‘พระราชอำนาจนำ’ เริ่มถูกท้าทายจากคนกลุ่มใหม่ที่ขึ้นมามีอำนาจพร้อมกับพลังสนับสนุนจากประชาชนในชนบทที่เป็นฐานเสียงไพศาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อันเป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่มุ่งสร้างภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง (Strong Prime Minister) ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแห่งพรรคไทยรักไทย (2544-2549) ถูกมองว่า ‘ควบรวมอำนาจ’ กระทั่งล้ำเส้น ‘ฉันทมติภูมิพล'” (กว่าจะครองอำนาจนำ, น.495)

พูดในภาษาของผมคือ เมื่อฉันทมติชนชั้นนำไทยดังกล่าวมาประกบประกอบเข้ากับพระราชอำนาจนำของในหลวงรัชกาลที่เก้า มันก็คลี่คลายขยายตัวเป็น -> ฉันทมติภูมิพล หรือ
นัยหนึ่ง พหุนิยมของชนชั้นนำภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์นั่นเอง

ปมประเด็นคำถามชวนคิดคือ แล้วฉันทมติชนชั้นนำไทยที่ไม่ควบรวมอำนาจดังกล่าวมาจากไหนกันหรือ?

ดร.อาสา คำภา นักวิจัยนักเขียนงานประวัติศาสตร์และการเมืองวัฒนธรรมโดดเด่นฝีมือดีของสถาบันไทยคดีศึกษา ธรรมศาสตร์

ปรากฏว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ วันทะนะ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้นำเสนอแก่นบุคลิกลักษณะของแนวคิดอนุรักษนิยมเอาไว้ในงานเสวนา “โฉมหน้าอนุรักษนิยมไทย : อะไรคืออนุรักษนิยม?” ณ คณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 14 กันยายน ศกนี้ ซึ่งเราอาจเชื่อมโยงเข้ากับธรรมเนียมปฏิบัติ “ไม่ควบรวมอำนาจ” ของชนชั้นนำไทยได้ ดังมีความสำคัญตอนหนึ่งว่า

“…อนุรักษนิยมเนี่ยเค้าจะ sensitive มากเลยกับอะไรก็แล้วแต่ที่มันจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อนข้างจะใหญ่โต

“พูดง่ายๆ คือว่า ระบบอนุรักษนิยมเนี่ยผมคิดว่าที่ไหนๆ ในโลกนี่นะมันเกิดจากการกินแบ่ง อนุรักษนิยมคือการกินแบ่ง ใครก็ตามที่ท้าทายอนุรักษนิยมเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นเสรีนิยมหรือสังคมนิยมนะ กำลังเสนอสิ่งที่เรียกว่ากินรวบ

“เมื่อไหร่ก็แล้วแต่ที่เกิดความรู้สึกคล้ายๆ กับว่าจะกินรวบนะ ถ้าคุณได้ absolute majority นะ ฉิบหายแน่คราวนี้ sensitivity ของอนุรักษนิยมก็จะรู้สึกเลยว่า เฮ้ย นี่ไม่เหมือนกับที่เราเคยอยู่กันมานะ เพราะฉะนั้นถ้าได้เสียงส่วนใหญ่เด็ดขาดเลย คุณมีรัฐบาลพรรคเดียวได้ คุณไม่ฟังเสียงคนอื่นแล้ว

“เพราะฉะนั้นในสภาวะที่ผมคิดว่ามีคนกลุ่มต่างๆ คอยคุมเชิงกันอยู่เยอะแยะมากมายอย่างนี้ ถ้าแต่ละกลุ่มเขาได้สิ่งที่เขาคิดว่าควรจะได้ตามฐานานุภาพของเขานะ อันนี้คืออนุรักษนิยม

“เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลว่าอนุรักษนิยมเนี่ยมันจะหันกลับไปย้อนเอาสังคมอดีตกลับมาในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเรื่องบางเรื่องนี่เขาก้าวหน้าอย่างยิ่ง เขาทันกับยุคสมัยอย่างยิ่งนะฮะ

“แต่ว่าอย่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรที่มันมโหฬารพันลึกจนกระทั่งความเข้าใจร่วมกันแบบเก่าๆ เนี่ยมันระเนระนาดไปหมดเลย มันหวั่นไหวไปหมดเลย เพราะ react ไม่ถูก ไม่รู้จะจัดการพวกนี้ยังไงอะ”

(สมเกียรติ วันทะนะ, “อนุรักษนิยม อ่อนไหวกับการเปลี่ยนแปลง #MatichonTV”, https://www.facebook.com/watch/?ref=saved&v=1114029050964147)

อย่างไรก็ตาม ผมใคร่อยากลองเสนอว่า พลวัตอำนาจของรัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่ของไทยมีทั้งจังหวะ [ควบรวมศูนย์รวบริบอำนาจและทรัพยากร] กับจังหวะ
[กระจายแบ่งปันอำนาจและทรัพยากร] สลับกันไป โดยพลวัตสองจังหวะดังกล่าวมีฐานความเป็นจริงทางภาววิสัยรองรับมันอยู่มากกว่าแค่ธรรมเนียมวิธีคิด

ศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ วันทะนะ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์





เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ธอส.สินเชื่อบ้านคนละหลังพลัส
เจาะไฮไลต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร บทใหม่ตำนานเอสยูวีแฟล็กชิป
ข้าวผัดราดหน้าไก่
19 ทอง 40 เงิน 66 ทองแดง บทสรุปเอเชี่ยนพาราไทย ยึดที่ 7 เอเชีย-เบอร์ 1 อาเซียน
ต้นสมีดีกว่าสมีพระ ใช้ทำยาแก้โรคสตรี แก้ไข้ แก้ลมพิษ ผด ผื่นคันชะงัดนัก
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2569
แฮร์รี่ เคน และบัลลงดอร์ 2026 คุณค่าที่คู่ควร?
รับรองผลเลือกตั้งประกันสังคมกับระยะเวลาอันแสนนาน
ไดอารี่ดาวแดง : นักรบนิรนามของขบวนการประชาชน (1)
‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (3)
ฤๅจำต้อง “คอเวอนเมนต์รีฟอม” อีกสักครา (1) : เหตุผลและความจำเป็นของการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ (อีกครั้ง)
E-DUANG | เงื่อนงำ อำพราง การเมือง สภาวะ 152 ย้อนมาสู่ 151