bg-single

คุยกับทูต ฟิลลิป คริเดลก้า ไทย-เบลเยียม ฉลองความสัมพันธ์ทางการค้าและการทูต (2)

26.09.2017

ย้อนอ่าน ตอน 1 

“สัมพันธไมตรีระหว่างราชวงศ์ไทยกับเบลเยียมมีความแนบแน่นยาวนานมาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์ (Treaty of Friendship and Commerce) ในปี ค.ศ.1868”

นายฟิลลิป คริเดลก้า (His Excellency Mr. Philippe Kridelka) เอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย เล่าถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสองราชอาณาจักร

“ในปีหน้า เราจะมีโอกาสร่วมกันเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 150 ปี ความสัมพันธ์ทางด้านการค้า และครบรอบ 135 ปี ความสัมพันธ์ทางด้านการทูต ไทย-เบลเยียม”

“เนื่องจากความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเบลเยียม เริ่มในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปี ค.ศ.1883 เมื่อเบลเยียมจัดตั้งกงสุลกิตติมศักดิ์ในสยาม และจัดตั้งคณะผู้แทนทางการทูตเบลเยียมต่อมาในปี ค.ศ.1896 โดยมีเอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำกรุงปักกิ่งเป็นผู้ดูแล”

เริ่มแรก ที่ตั้งของสถานกงสุลเบลเยียมอยู่ในตรอกกัปตันบุช บริเวณที่เป็นโรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตันในปัจจุบัน แต่ย้ายไปอยู่บริเวณถนนสีลมในช่วงปี ค.ศ.1896-1904

ภายหลังจึงไปเช่าบ้านถนนวิทยุของ นายโฮราทิโอ วิกเตอร์ เบลีย์ (Horatio victor Baily) วิศวกรชาวอังกฤษที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

จนกระทั่งปี ค.ศ.1926 รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังได้ซื้อบ้านหลังนี้ จากนั้นได้โอนมาให้กระทรวงการต่างประเทศใช้เป็นบ้านพักชาวอเมริกันที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศคือ นาย เรย์มอนด์ บี. สตีเวนส์ (Raymond B. Stevens)

ดังนั้น นายมาร์เซล โปแลง (Marcel Polain) กงสุลใหญ่เบลเยียมจึงต้องหาที่ตั้งสถานกงสุลอีกครั้ง

จนได้พบบ้านในซอยพิพัฒน์ (เดิมชื่อ ซอยพระยาพิพัฒน์โกษา ที่เรียกขานตามราชทินนามของผู้พัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศของไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวง)

บ้านหลังนี้เป็นของ นายหลุยส์ ดูปลาตร์ (Louis Duplatre) ทนายความที่ปรึกษารัฐบาลในสมัยนั้น นายมาร์เซล โปแลง กงสุลใหญ่เบลเยียมจึงได้ขอเช่าและได้ย้ายเข้าเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1927

แต่เดิมบ้านหลังนี้เคยเป็นของ นางนวม โทณวณิก ออกแบบโดย นายมาริโอ ตามานโย (Mario Tamagno) สถาปนิกชาวอิตาลี ซึ่งภายหลังได้ขายให้ นายหลุยส์ ดูปลาตร์ เป็นบ้านสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับสภาพภูมิอากาศในเขตร้อน ที่มีการระบายอากาศและการปกป้องแสงแดดเป็นอย่างดี

มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ นับว่าทันสมัยมากตามมาตรฐานในปี ค.ศ.1927 โดยเฉพาะการติดตั้งโทรศัพท์ประจำบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องพิเศษมากในเวลานั้น

สถานกงสุลเบลเยียมได้เช่าบ้านหลังนี้มาจนกระทั่งปี ค.ศ.1935 รัฐบาลเบลเยียมตกลงซื้อบ้านและที่ดินเพื่อให้เป็นสถานเอกอัครราชทูตอย่างเป็นทางการ มีการปรับปรุงขยับขยายให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับเป็นสำนักงานของสถานทูต

ปี ค.ศ.2000 สำนักงานสถานทูตย้ายออกจากบ้านซอยพิพัฒน์ไปอยู่ที่ถนนสาทรใต้ ปัจจุบัน สถานทูตเบลเยียมมีที่ตั้งแห่งใหม่ ณ อาคารสาทรสแควร์ ถนนสาทรเหนือ ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ.2012

ส่วนบ้านเดิมในซอยพิพัฒน์ได้รับการปรับปรุงตกแต่งให้เป็นบ้านพักเอกอัครราชทูตเบลเยียมมาจนกระทั่งทุกวันนี้

บ้านพักเอกอัครราชทูตเบลเยี่ยม ซอยพิพัฒน์ สาทร

บทบาทของเบลเยียมในประเทศไทย

“เมื่อ ค.ศ.1892 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนักกฎหมายชาวเบลเยียมชื่อ นายคุสตาฟ อ็องรี อ็องช์ อีปอลิต โรลัง-ยัคมินส์ (Gustave Henri Ange Hippolyte Rolin-Jacquemyns) หรือที่นิยมเรียกว่า โรลัง-ยัคมินส์ ในตำแหน่งที่ปรึกษาราชการแผ่นดินทั่วไป”

ด้วยความสามารถรอบด้านและคุณูปการของ โรลัง-ยัคมินส์ ที่มีต่อประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้ โรลัง-ยัคมินส์ เป็น เจ้าพระยาอภัยราชา สยามานุกูลกิจ สกลนิติธรรมศาสตราจารย์ มหิบาลมหาสวาภักดิ์ ปรมัคราชมนตรี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เป็นที่ปรึกษาราชการทั่วไป ถือศักดินา 10,000

นับเป็นครั้งแรกในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ตั้งชาวต่างชาติเป็นเจ้าพระยาเทียบชั้นเสนาบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดทางราชการในสมัยนั้น

เจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ปรับปรุงระบบกฎหมายไทยแบบใหม่ รัฐธรรมนูญของไทยมีรากฐานมาจากรัฐธรรมนูญของเบลเยียมรูปแบบเดียวกับของอังกฤษและฝรั่งเศส เจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจนับเป็นผู้มีคุณูปการต่อการพัฒนาระบบศาลยุติธรรมของสยามให้เป็นที่เชื่อถือของต่างประเทศ ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายที่สยามต้องเผชิญกับการแข่งขันจากการล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศสที่ต้องการแผ่อิทธิพลมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมทั้งสยามด้วย

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ เจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจเดินทางกลับไปยังเบลเยียม หลังจากพำนักอยู่ในสยามระหว่างปี ค.ศ.1892-1901 ในตำแหน่งที่ปรึกษาราชการแผ่นดินทั่วไป และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 9 มกราคม ค.ศ.1902 รวมอายุได้ 66 ปี

อย่างไรก็ตาม ทายาทของเจ้าพระยาอภัยราชาสยามานุกูลกิจยังคงมีส่วนช่วยเหลือกิจการต่างประเทศของไทยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน นายดีดีเอร์ โรลัง-ยัคมินส์ (Didier Rolin Jacquemyns) ดำรงตำแหน่งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ เมืองลิแอจ (Liege) ทางตะวันออกของเบลเยียม

และอีกท่านหนึ่ง คือ เคานต์ เจรัลด์ แวน เดอ สตราเทน พอนโธส (Count Gerald van der Straten Ponthoz) เป็นทายาทของ คุสสตาฟ โรลัง ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เขาได้อุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือ

และได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างเบลเยียมและไทย

“พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จเยือนเบลเยียมอย่างเป็นทางการเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกปี ค.ศ.1897 โดยประทับที่เมืองออสเทน (Osten) และพระราชวังลาเคิน หรือปราสาทลาเคิน (Ch?teau de Laeken) ในเขตกรุงบรัสเซลส์ จากการทูลเชิญเสด็จโดยสมเด็จพระราชาธิบดีเลโอโปลด์ที่ 2 (Leopold II)”

หนังสือการเสด็จประพาสเบลเยียมชองรัชกาลที่ 5

หลังจากนั้นพระบรมวงศานุวงศ์ของไทยเสด็จเยือนเบลเยียมอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง

“ในปี ค.ศ.1932 เจ้าชายเลโอโปลด์ที่ 3 (Leopold III) มกุฎราชกุมารแห่งเบลเยียมและเจ้าหญิงแอสตริด (Princess Astrid) พระชายา ดยุคและดัชเชสแห่งบราบันต์ เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 7”

“ต่อมาในปี ค.ศ.1960 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนเบลเยียมอย่างเป็นทางการ โดยทรงเป็นพระราชอาคันตุกะของสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงและสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา (King Baudouin and Queen Fabiola of the Belgians) และทั้งสองพระองค์เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1964 โดยทรงเป็นพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”

“ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระสหายสนิทต่อกัน เนื่องจากทรงรู้จักกันตั้งแต่เมื่อครั้งประทับศึกษา ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยทรงมีความสนพระราชหฤทัยในเรื่องเดียวกัน คือ แนวทางการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงเสด็จสวรรคตในปี ค.ศ.1993”

เอกอัครราชทูตฟิลลิป คริเดลก้า กล่าวว่า

“อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 (King Albert II) พระอนุชาของสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ต่อมา และทรงกระชับสายสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์จักรีให้มีความแน่นแฟ้นเรื่อยมา”

“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ เยือนเบลเยียมในปี ค.ศ.1999, 2001, 2003, 2010 และ 2011 และได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลาซึ่งปฏิบัติต่อพระองค์ประหนึ่งเป็นราชธิดาในราชวงศ์เดียวกัน”

“เจ้าชายฟิลิปมกุฎราชกุมาร (พระราชโอรสของสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 ซึ่งปัจจุบันคือสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิป) และเจ้าหญิงมาทิลด์ มกุฎราชกุมารีแห่งเบลเยียม เสด็จเยือนไทยในเดือนมิถุนายน ค.ศ.2006 เพื่อทรงเข้าร่วมพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ต่อมาทั้งสองพระองค์เสด็จเยือนไทยอีกสองครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2011 และมีนาคม ค.ศ.2013 เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้า และได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”

สมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงและสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลา เสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

หลังครองราชบัลลังก์มา 2 ทศวรรษ ซึ่งถือเป็นการครองราชย์ที่ยาวนานที่สุดของราชวงศ์เบลเยียม สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 ทรงประกาศสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการ อันเนื่องมาจากปัญหาพระพลานามัย โดยให้พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ คือ เจ้าฟ้าชายฟิลิปมกุฎราชกุมาร ทรงสืบราชสมบัติขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิป ในวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ.2013

นับเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 7 ของชาวเบลเยียม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | ท่าทีที่ต่าง ต่อ รัฐธรรมนูญ ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย
“รมช.พลพีร์“ สวนแรง อย่าเก่งแต่ค้านแบบสร้างภาพ ขอหลักฐานด้วย จะได้เด็ดหัวถูก ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วยคนภูเก็ต หลังสส.ส้ม ปูด ภูเก็ต ยังมีรีดส่วยประชาชน
ลิซ่า จี้ ความชัดเจนกรณีโยกย้ายข้าราชการและการขยับฐานอำนาจ “ระบอบสีน้ำเงิน”
“อนุชา-อภิสิทธิ์” บุกซันพลาซ่า ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ขอคะแนนชาวออฟฟิศคึกคัก ตอกย้ำ “แก้โกง-กู้เศรษฐกิจยั่งยืน”
ทีมแพทย์วัดคีรีวงก์ จ.ชุมพร เปิดให้คำแนะนำ-รักษาโรค ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยที่สืบทอดมากว่า 100 ปี โอกาสหายากของคนกรุงเทพฯ 
ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ