bg-single

นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’

22.06.2026

รายงานพิเศษ | พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก

‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’

24 มิถุนายน 2475

‘บุกวัง-ปฏิวัติ’

เข้าสู่บรรยากาศการรำลึกเหตุการณ์สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย อภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475

สำนักพิมพ์มติชนผุดหนังสือเล่มใหม่ ‘บุกวังวันปฏิวัติ’

รวมบันทึกของ พระประศาสน์พิทยายุทธ, ขุนศรีศรากร และหลวงศุภชลาศัย 3 บุคคลสำคัญระดับ ‘กองหน้า’ ผู้เป็นประจักษ์พยานแบบฉากต่อฉาก

นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์คณะราษฎร ในฐานะบรรณาธิการต้นฉบับ เกริ่นว่าเป็น บ.ก.ให้ทุกฝ่าย ไม่เว้นแม้ฟากฝั่งปฏิปักษ์คณะราษฎร ดังเช่นเล่มกำศรวลพระยาศรีฯ ที่น่าสนใจในอีกมุม

ว่าแล้วก็จับเข่าคุยถึงซีนบุกวังนาทีสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทยไปตลอดกาล

: เล่มนี้ดูจะมีหลายความพิเศษ แต่ที่สเปเชียลสุดคือ ‘เอกสารชั้นต้น’ จากความทรงจำผู้อยู่ในเหตุการณ์ใช่หรือไม่?

แน่นอน ตอนเรียบเรียง ผมใช้คำว่าวรรณกรรมพยาน (Witness Literature) ประเด็นหลักของเล่มนี้มันเป็นบันทึกที่เกิดขึ้นประมาณ 80 ปีที่แล้ว และไม่ได้รับการผลิตซ้ำอีกเลย เป็นที่น่าเสียดายมาก

วรรณกรรมของคณะราษฎรโดยมากจะถูกบอกเล่าโดยหลักคนจะอ้างอิงงานของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ถ้าเป็นทหารเสือคณะราษฎร 4 คนโดยมากมักอ้างอยู่ 2 บันทึก คือบันทึกของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ ที่สัมภาษณ์พระยาพหลพลพยุหเสนา เมื่อปี 2484 คือเล่ม ‘เบื้องหลังการปฏิวัติ 2475’

อีกเล่มหนึ่งคือ บันทึกพระยาทรงสุรเดช ซึ่งตอนที่ศาสตราจารย์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ยังเป็นนักศึกษาหนุ่ม ก็ร่วมกับศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร พิมพ์ขึ้นมา คนอ้าง 2 เล่มนี้เยอะในแง่ปฏิบัติการทางทหาร

: แล้วการมารวมกันของ 3 บันทึกจนกลายเป็นเล่ม ‘บุกวังวันปฏิวัติ’ มีที่มาอย่างไร?

ผมพบว่าพระประศาสน์พิทยายุทธ หนึ่งในทหารเสือคณะราษฎรมีบันทึกเล่มหนึ่ง ชื่อว่า ‘แผนการปฏิวัติ’ ซึ่งตีพิมพ์หลังท่านกลับมาจากการติดคุกที่รัสเซียหลังสงครามโลก ปรากฏว่าไม่ได้รับการผลิตซ้ำอีกเลย มันหายไปจากวงการหนังสือ อาจมีคนอ้างถึงบ้างบางบท แต่โดยสมบูรณ์แล้วเราควรอ่านบทที่ 1 ถึงบทที่ 10 ให้ครบ เพื่อเห็นปรัชญาความคิดว่าทำไมพวกเขาจึงต้องปฏิวัติ มันเป็นบันทึกที่มีคุณค่ามากๆ

คิดดูว่าตั้งแต่ปี 2491 จนถึงทุกวันนี้ปี 2569 เกือบ 80 ปี ไม่เคยมีการนำมาผลิตซ้ำ นี่เป็นบันทึกชิ้นแรกที่ผมคิดว่าสำคัญมากๆ มันคือบันทึกบุกวัง เพราะพระประศาสน์พิทยายุทธเป็นผู้นำ เป็นตัวแทนของคณะราษฎรที่เข้าไปอัญเชิญกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่วังบางขุนพรหม เพราะฉะนั้นเหตุการณ์จากฝั่งคณะราษฎร ในมุมของการเข้าไปที่วังบางขุนพรหมที่ละเอียดที่สุดไม่มีใครเกินไปกว่านี้ บันทึกนี้ให้รายละเอียดครบถ้วนบริบูรณ์มากที่สุด

ส่วนบันทึกที่ 2 เป็นของขุนศรีศรากร อย่างที่ทราบกันว่า การปฏิวัติ 2475 เป็นการปฏิวัติที่เรียกได้ว่ามีมารยาทมาก (หัวเราะ) ทุกอย่างราบเรียบ มีจดหมายอัญเชิญ พูดจาไพเราะ น่าอัศจรรย์ใจในโลก แม้แต่ตอนสตูดิโอที่อเมริกาได้เทปไปจาก ‘ศรีกรุง’ เขางงกันหมดเลยว่า ปฏิวัติอะไร ไม่มีการยิงกัน

แต่สุดท้ายมีอยู่จุดหนึ่งที่เกิดเลือดตกยางออก คือตอนนั้น ขุนศรีศรากรพาคน 7-8 คน ไปดักจับพระยาเสนาสงครามที่บ้านพัก ขุนศรีศรากรลืม เผลอตะเบ๊ะ พวกที่มาด้วยกันเข้าใจว่าส่งสัญญาณ จึงเกิดการเอาด้ามปืนซัดเข้าไป พระยาเสนาสงครามเซมาข้างหน้า ขุนศรีศรากรเลยยิงไปโดนท้องของท่าน เกิดเป็นเลือดหยดแรกของประชาธิปไตย

แล้วปรากฏว่ามันมีเรื่องน่าสนใจกว่านี้ คือหลังผ่านไป 20 กว่าปี มีการอโหสิกรรมให้แก่กัน ส่วนไปเจอกันที่ไหน ต้องไปอ่านในเล่ม

บันทึกนี้ผมคิดว่าไม่มีใครเคยอ่านแน่นอน

บันทึกพวกนี้มันไม่ใช่บันทึกแห้งๆ แต่เป็นบันทึกที่เจืออารมณ์อยู่ในนั้น มันเลยมีคุณค่าที่สูงมาก

ชิ้นสุดท้ายคือค่อนข้าง exotic มากๆ คือ บันทึกจากหลวงศุภชลาศัย ซึ่งเป็นห่วงโซ่สูงสุดของสายทหารเรือ

อย่างที่ทราบว่า ก่อนปฏิวัติ ในหลวงรัชกาลที่ 7 ยังทรงพำนักอยู่ที่วังไกลกังวล เพราะฉะนั้นหลังปฏิวัติเสร็จในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เย็นวันนั้น ทางผู้ก่อการและพระยาพหลฯ ให้ทหารเรือส่งเรือรบล่องไปนำจดหมายเสด็จกลับมาพระนคร มาพระราชทานรัฐธรรมนูญ

หลวงศุภชลาศัยเป็นผู้ควบคุมเรือหลวงสุโขทัยไปช่วงกลางคืน ถึงวังไกลกังวล 10 โมงเช้า เอาปากกระบอกปืนจ่อไปทางวัง ปรากฏว่าตอนมองไปตรงชายหาด มีคนมารอเต็มเลย ตัวแทนของวังมาต้อนรับดี

แต่หลวงศุภชลาศัยก็กำชับกับทางเรือว่าให้ทำอย่างไรหากมีกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด หรือหลังจากเข้าวังไปแล้ว เที่ยงวันยังไม่ออกมาแสดงว่ามีปัญหา

เท่ากับว่า หลวงศุภชลาศัยเป็นผู้ก่อการคณะราษฎรคนแรกที่ได้ไปเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 7

: ในบันทึกต่างๆ มีรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกันบ้างไหม?

ธีมหลักเหมือนกันแต่รายละเอียดน่าสนใจมากบางทีไม่ค่อยตรงกันเท่าไร หรือแม้แต่เรื่องจังหวะเวลานัดหมายในตอนเช้าวันที่ 24 มิถุนายนจะมีเหลื่อมกันบ้าง

ซึ่งจริงๆ แล้วในแต่ละแหล่งก็ค่อนข้างเชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นผมเลยคิดว่าถ้าอย่างนั้นเราก็เอาทั้ง 3 บันทึกมาตีพิมพ์และให้ผู้อ่านได้ร่วมวินิจฉัย

ที่สำคัญคือ การเอาหนังสือเก่าออกมาพิมพ์ ใครๆ ก็พิมพ์ได้ แต่สิ่งที่ขาดคือบริบท

เพราะฉะนั้นผมจึงทำบทนำยาวมาก แทบจะเรียกว่าเท่ากับตัวบทเลย เพราะคีย์หลักคือตัวบท หรือเนื้อหามีแล้วเราจะทำอย่างไรให้เกิดบริบทที่มีคุณค่าและนั่นเป็นหน้าที่ของบรรณาธิการในการบรรยายว่าบุคคลนี้เป็นอย่างไร

ความโชคดีอย่างหนึ่งคือ ทั้ง 3 ท่านมีหนังสืองานศพ เพราะฉะนั้นเราสามารถไล่ชีวประวัติตั้งแต่ชาติกำเนิด การศึกษา และเหตุจูงใจในการร่วมก่อการ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ครบหมด เราต้องเอาบริบทมาประกอบเข้าไป

ปีนี้ครบ 99 ปีที่ 7 ผู้ก่อตั้งคณะราษฎรเริ่มประชุมกันที่ฝรั่งเศสเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2470 หลังจากนั้นอีก 5 ปี ก่อการสำเร็จ

และอีกไม่กี่ปีจะถึงวาระครบรอบของประชาธิปไตยไทย 100 ปี

บันทึกชิ้นนี้จะค่อยๆ จุดประกายไฟให้เราย้อนกลับไปมอง 2475 ในอีกหลากหลายมุมมองมากขึ้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุชา-อภิสิทธิ์” บุกซันพลาซ่า ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ขอคะแนนชาวออฟฟิศคึกคัก ตอกย้ำ “แก้โกง-กู้เศรษฐกิจยั่งยืน”
ทีมแพทย์วัดคีรีวงก์ จ.ชุมพร เปิดให้คำแนะนำ-รักษาโรค ด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยที่สืบทอดมากว่า 100 ปี โอกาสหายากของคนกรุงเทพฯ 
ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ
ใต้ระอุ ศึกใน-ในกว่า ‘แม่ทัพยูร’ เหนียว ลุ้น นั่งต่อ ตท.26 สับราง ‘แม่ทัพน้อยต่อ’ จ่อ ‘รองคิ้ว’ ตท.28 รอ ‘รองด้วง’ ยังฮอต
E-DUANG | การต่อสู้ ในทาง ยุทธศาสตร์ ระหว่าง ประชาชน ภูมิใจไทย
เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’