bg-single

520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)

22.06.2026

บทความพิเศษ | สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ

520 วัน บันทึกของคำจากลา

ในโลกหลังกำแพง (10)

คำทักแรกจาก เก็ท-โสภณ

และความผิดหวัง

ถ้า “นัตสึกิ ซูบารุ” จากอะนิเมะ Re : Zero ต้องตุยซ้ำเกิดใหม่วนลูปยังไง ชีวิตเราก็วนลูปแบบนั้น แต่สิ่งที่ต่างนิดหน่อยคือ “สุบารุจะตุยเพื่อวนในลูปจนกว่าจะหาทางออกได้ เวลาถึงจะเดินต่อ แต่เราทั้งเวลาและลูปมันวนผ่านไปข้างหน้าพร้อมกัน”

“อย่างน้อยสุบารุก็ระทมตรงต้องตุยเพื่อเริ่มลูปใหม่ ยังดีเราแค่นอนก็วนใหม่แล้ว แต่จะว่าไปภาค 2 ยังดูไม่จบเลย ภาค 3 จะมาเมื่อไหร่นะ” เราเปรียบเทียบอยู่คนเดียว เพราะไม่คิดว่าในนี้จะมีใครดูเรื่องเดียวกับเรา

ตัดภาพมาที่เช้าวันใหม่ เป็นอีกลูปที่ทั้งเสียงบทสวดมนต์ เสียงไม้พลองกระทบพื้นเรียกเช็กยอด และคำทักทายของพี่ไก่ยามสาย แต่วันนี้มีสิ่งหนึ่งหายไป “อาหารเช้ากรูหายไปไหนวะ” เราไม่ถูกปลุกเรียกไปเอาอาหารเช้าเหมือนอย่างเคย

“เดี๋ยวค่อยว่ากันแล้วกัน” เราคิด แต่ก่อนจะหลับอีกครั้งเราคิดในใจ “วันนี้ต้องไม่ลืมคำร้องเอ็มล่ะ”

แล้วเวลาผ่านไป

“เตรียมตัวไปซื้อของ” เป็นเสียงจากพี่แซม

“เมื่อไหร่เราจะเจอลูปใหม่วะ เริ่มเบื่อลูปนี้แล้วนะ” เราถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนต่อแถว

วันนี้มีแค่เรา น้าโอ๊ต เสี่ยโก้ พี่เล็ก และโอริเวอร์ ที่ออกมาซื้อของ เราเลือกซื้อขนมเพราะกลัวจะไม่มีอะไรกิน พอมาถึงเวลาจวนจะ 11 โมงแล้ว ยังไม่มีเสียงประกาศรับของจากร้านค้ากลางเลย เราคงต้องซื้อของกันไว้ก่อนละ ทั้งเลย์ ทิวลี่ และขนมจุกจิก

ขณะที่พี่แซมจะพาเรากลับห้อง เราก็เอ่ยปากถามออกไปว่า

“ผมขอคุยกับหัวหน้าฝ่ายได้มั้ยครับ ผมอยากขอใบคำร้องเขียนช่วยเอ็มครับ ผมว่าต้องมีระเบียบที่ให้การช่วยเหลือในการติดต่อญาติ หรือผู้ที่บกพร่องทางสติปัญญาน่ะครับ” ก่อนพี่แซมจะหยุดแล้วหันมามองพร้อมครุ่นคิด

“เดี๋ยวพี่ไปถามหัวหน้าให้” แกตอบกลับมา ก่อนพาพวกเราเดินกลับห้องต่อ

พอถึงห้องเราทำได้แค่รอ ทั้งรอว่าเรื่องคำร้องจะเป็นไง จะมีของกินมามั้ย และทนายเมย์จะมาหาเรารึเปล่าวันนี้ จนเวลาล่วงเลยไปถึงบ่ายกว่าๆ

พี่แซมเดินมาพร้อมคำตอบในเรื่องที่เราถามไว้

“ขนุน พี่เขาฝากบอกมาว่า เรือนจำไม่มีนโยบายช่วยเหลือดังกล่าว” ก่อนเราจะได้ถามหรือรู้สึกผิดหวังกับคำตอบที่ได้รับ แกก็เร่งฝีเท้าเดินจากไป

ไม่ถึง 10 นาที เสียงประกาศก็ดังขึ้น ไม่ทันให้เราได้คิดหรือทบทวนอะไร เราก็ถูกเรียกตัวอีกแล้ว

“สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ ติดต่อธุรการแดนด่วน” สิ้นเสียงประกาศ พี่แซมเดินกลับมาหน้าประตู ไขเปิดห้อง ก่อนยื่นเอกสารให้เซ็น เป็นใบรับรองผู้ไว้วางใจที่ญาติเราส่งมา เมื่อแล้วเสร็จเราจะกลับเข้าห้อง แกก็บอกว่าตามมา แล้วพาเราเดินไปต่อที่หน้าทำการแดน เราไม่ได้ตั้งคำถามอะไรแล้ว เราแค่เดินด้วยเท้าเปล่าๆ ของเราบนพื้นปูนร้อนฉ่าไปอย่างเงียบๆ ด้วยความชินชา

“สิรภพ มีคนมาหา” พี่นกหัวหน้าฝ่ายพูด

“พี่เก็ททททท” เราพูดขึ้น ก่อนเดินเข้าไปกอด แม้เราจะเคยเจอกันข้างนอกที่ร้านข้าวต้มเพียงครั้งเดียว แต่นั่นก็มากเพียงพอที่จะทำให้เราคุยด้วยความสนิทใจได้ ในที่แห่งนี้คงมีแค่ไม่กี่คนที่เราจะสามารถเชื่อใจได้

และเราไว้ใจแก

พี่เก็ท

“เป็นไงบ้าง เดี๋ยวคงรอย้ายแดนสินะ ขาดเหลืออะไรมั้ย” พี่เก็ทยิงคำถาม

“ตอนนี้ได้แต่นั่งในห้อง คุยกับคนนั้นคนนี้ แต่ก็ไม่ได้ไว้ใจอะไรมาก เพราะเราไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา แล้วพี่อะอยู่กับพี่อานนท์ใช่มั้ย เป็นยังไงบ้าง” เราถามกลับไป

“พี่อานนท์อยู่ด้วยกันที่แดน 4 ยังไม่มีอะไรมาก แต่ก็นะ แล้วสถานการณ์การเมืองข้างนอกเป็นยังไงบ้างก่อนเข้ามา” พี่เก็ทว่า

“ข้างนอกเหรอ คือตอนแรกผมก็ประเมินว่าสถานการณ์อาจดีขึ้น เพราะก่อนผมเข้ามา พี่มายด์คดีรอลงอาญาตอนช่วงปลายมกรา ตอนนั้นเลยมีความหวังว่าคดีผมอาจเป็นแบบเดียวกัน เพราะคดีผมเบามากเมื่อเทียบเนื้อหากับคดีอื่น แต่ตอนช่วงเหตุขบวนเสด็จ” เรามองต่ำลงพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงทุกข์ใจ ก่อนจะพูดต่อ

“ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย สถานการณ์แย่มาก มีการล่าแม่มด มีขบวนการฝ่ายขวาออกมาเต็มเลย แต่ผมก็ยังคิดอยู่ดีว่า ผมคงไม่โดนหรอก จะเอาเด็กเนิร์ด ไม่ได้รุนแรง มีพิษมีภัยอะไรเข้าคุกทำไม แต่ตอนนี้ผมคิดผิด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเอาผมเข้ามา” เราระบายความในใจออกไป

“ทุกเรื่องต่างมีความหมาย และสัญญะของมัน การที่เขาเลือกจะเอาขนุนเข้ามานั้นก็มีความหมายเหมือนกัน แค่เราอาจไม่รู้เรื่องนั้น ตอนนี้เราต้องยืดระยะต่อสู้ ต้องเข้มแข็งต่อไปก่อน” พี่เก็ทให้กำลังใจ

“ผมไม่คิดว่าก้าวไกลจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่อย่างน้อยเพื่อไทยได้เป็นคงจะมีอะไรดีขึ้น ผมเชื่ออย่างนั้นระดับหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าเขาจะปล่อยทุกอย่าง ไม่ทำอะไรเลย”

ผมเล่าความผิดหวังออกไป

“แล้วตอนนี้ข้างนอกเขาคุยเรื่องอะไรกัน” พี่เก็ทถามต่อ

“ตอนนี้ก็มีการเสนอเรื่อง ‘คุกคดีการเมือง’ แต่ทุกอย่างก็เงียบไป ถ้าผมต้องอยู่ในนี้นานผมก็อยากเขียนจดหมายไปถามคุณทวี สอดส่อง นะว่าจะดำเนินการอย่างไรกับสิทธิการประกัน และคุกคดีการเมือง” เราตอบกลับไป

“สิทธิการประกันตัว เป็นสิทธิอันพึงมีของพวกเรา เราต้องยืนยันหลักการนี้ไว้ อย่างเราประกาศไว้ว่าจะไม่ประกันตัวจนกว่าผู้ต้องขังคดีทางการเมืองจะได้รับประกันทุกคน จะขอเป็นคนสุดท้ายที่ออกไป เพราะถ้าเราได้ประกันก่อน แล้วคนอื่นที่อยู่ในนี้เขาไม่ได้มีแสง เขาเป็นคนธรรมดา เราไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ เรายืนบนหลักการนี้ตลอดตั้งแต่อดนอนประท้วง จนเราประกันตัวคนสุดท้าย และครั้งนี้เราก็จะยืนยันหลักการนี้เหมือนเดิม เพราะเราประกาศจุดยืนไปแล้ว” พี่เก็ทพูดด้วยไฟในตัวที่ร้อนแรง

“ตอนนี้ป้าๆ กับมวลชนถามว่าเมื่อไหร่จะประกันตัว เราก็จะยืนยันคำตอบเดิมว่าจนกว่าคนสุดท้ายจะได้ประกันตัว” พี่เก็ทยังคงยืนยันในคำตอบ ซึ่งตรงข้ามกับเราที่ดูอ่อนแอและห่อเหี่ยวจิตใจมากในตอนนี้

“แล้วจะว่าไป ผมต้องจำแนกต่อผมต้องไปไหนครับ แล้วคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างในเขาอยู่ไหนกัน” เราถามประเด็นสำคัญ

“ตอนนี้พี่หนุ่ม (สมบัติ ทองย้อย) พี่อานนท์ เรา ธี และคดีการเมืองหลายคนอยู่ที่แดน 4 กัน แต่ก็มีบางส่วนกระจายอยู่แดนอื่น อย่างก้อง อยู่แดน 6 เวหาก็อยู่แดน 3 แดน 5 ก็มีอาลีฟอยู่ ตอนนี้เขามีนโยบายกระจายคดีทางการเมือง แต่ถ้าแนะนำวันจำแนกให้ยกมือเลย บอกจะไปแดน 4 ไปอยู่กับทนายอานนท์ จะได้ไม่เครียด” พี่เก็ทแนะนำ

“ได้เหรอพี่แบบนั้น” เราย้ำ

“เอ็งต้องแข็ง ถ้าอ่อนเขาก็จะกดเรา ในนี้ไม่เหมือนกับข้างนอก อย่างบางคนไปยอมให้เขาแกล้งเล่นหัว เขาก็จะทำอย่างนั้นกับเราไปตลอด เราโดนคดีทางการเมือง เราสู้เพื่อประเด็นที่เราเรียกร้อง เราก็ต้องยึดมั่นในตรงนั้น ขนุนถามเมื่อกี้ว่า เขาเอาเราเข้ามาทำไม แล้วก่อนเข้ามาทำอะไรบ้าง” พี่เก็ทตีเข้าประเด็นอีกครั้ง พร้อมท่าทางที่ขึงขัง

“ก่อนเข้าผมก็เรียน ป.โท มธ. ไปทำเนียบพูดประเด็นรัฐธรรมนูญต้องทำใหม่ทั้งฉบับโดยมาจากประชาชน ทำงานกับศูนย์ทนาย แต่ผมก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรนะ” เราว่า

“ขนุนยังคงต่อสู้ แม้จะเล็กน้อยหรือไม่รู้ตัว เขาต้องการทำลายจิตวิญญาณเรา ต้องการให้เราหยุด ถ้าเราหยุดเขาชนะ ถ้าเรายังคงยืนอยู่แม้ไม่ได้ทำอะไร แค่ยืนบนหลักการในสักวันจะเป็นวันของเรา ไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้า” แกว่า

พี่เก็ทยังคงเป็นคนที่มุ่งมั่นและยืนหยัดบนอุดมการณ์อยู่ แม้ในวันนั้นพี่เก็ทจะถูกคุมขังมาแล้ว 222 วัน (และหากนับจนถึงที่ลงฉบับนี้พี่เก็ทจะถูกขังมาแล้ว 1,034 วัน โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว)

“อ้าว ร่ำลากันได้แล้ว หมดเวลาแล้ว และก็ขนุน เดี๋ยวมีพบทนายต่อนะ” พี่นกเดินมาบอกเราและพี่เก็ท ก่อนจากกันพี่เก็ทบอกให้เรารักษาตัว ยังไงเดี๋ยวได้เจอกันอีก ก่อนแกไปเรานึกได้ถึงอาหารเช้าที่หายไปเราเลยถามก่อนจากลา

“พี่ทำไมวันนี้ไม่มีอะไรมาส่งอะ” เราถาม

“อ๋อ เมื่อวานวันหยุดของเรือนจำ วันนี้เลยไม่มีอะไรมาส่ง แนะนำให้ทุกวันจันทร์ซื้อของตุนไว้กิน แต่ถ้าปกติจะมีของจากร้านป้าวันมาส่ง ถ้าไม่มีเดี๋ยวจะแจ้งกองทุนให้” พี่เก็ทแถลงไข แล้วแกก็เดินออกไปจากประตูเหล็กบานใหญ่ตรงหน้าเรา

เราก็หันหลังกลับมา เห็นพี่แซมยืนรอรับเราไปพบทนายต่อ อย่างน้อยวันนี้จากเรื่องที่ผิดหวังก็ยังมีเรื่องดีๆ อยู่ละกันนะ เหมือนได้เติมไฟ เดี๋ยวเอาไปเล่าให้พี่เมย์ฟังแล้วกัน แต่นั่นสิเมื่อไหร่เราจะได้ประกันนะ เดี๋ยวถามเลยดีกว่า…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย่านเมืองเก่า
ขอต้อนรับ Mirra Andreeva สาวสวยรัสเซีย วัย 19 ปี แชมป์ French Open หญิงเดี่ยว 2026
สงครามที่น่าอึดอัด และทางสองแพร่งของปูติน
ปลุกผี ทอม โจด จากเพลง บรูซ สปริงส์ทีน สู่สมรภูมิไล่ล่าผู้ลี้ภัยในอังกฤษ
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (10)
นริศ จรัสจรรยาวงศ์ ย้อนฉาก ‘เลือดหยดแรกประชาธิปไตยไทย’ 24 มิถุนายน 2475 ‘บุกวัง-ปฏิวัติ’
แจ้งเกิดกฎหมาย Super License พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ยุคอนุทิน หลังผ่านมาแล้ว 12 ปี 4 นายกฯ
ใต้ระอุ ศึกใน-ในกว่า ‘แม่ทัพยูร’ เหนียว ลุ้น นั่งต่อ ตท.26 สับราง ‘แม่ทัพน้อยต่อ’ จ่อ ‘รองคิ้ว’ ตท.28 รอ ‘รองด้วง’ ยังฮอต
E-DUANG | การต่อสู้ ในทาง ยุทธศาสตร์ ระหว่าง ประชาชน ภูมิใจไทย
เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน