bg-single

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์/THE ONLY LIVING BOY IN NEW YORK “อดีต-ปัจจุบัน”

24.12.2017

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

THE ONLY LIVING BOY IN NEW YORK “อดีต-ปัจจุบัน”

กำกับการแสดง Marc Webb

นำแสดง Callum Turner, Kate Beckinsale, Jeff Bridges, Pierce Brosnan, Cinthia Nixon, Kiersey Clemons

The Only Living Boy in New York เป็นชื่อเพลงของไซมอนแอนด์การ์ฟังเคิลที่อยู่ในอัลบั้มชุด Bridge over Troubled Water ซึ่งเป็นอัลบั้มเพลงที่คนรุ่นผู้เขียนคุ้นหูกันดี แม้จะไม่คุ้นจนร้องได้เหมือนกับเพลงที่นำมาเป็นชื่ออัลบั้ม หรือเพลง Cecilia ในอัลบั้มเดียวกัน ที่มีทำนองสนุกสนานและเนื้อร้องเร้าใจชวนจดจำ

พอล ไซมอน แต่งเพลง The Only Living Boy in New York เหมือนจะน้อยใจและตัดพ้อต่อว่าเพื่อนรัก อาร์ต การ์ฟังเคิล ซึ่งเดินทางไปเที่ยวเม็กซิโก โดยทิ้งให้พอลเหงาหงอยอยู่คนเดียวในนิวยอร์ก

และหนังของ มาร์ก เว็บบ์ นำประโยคเดียวกันนี้มาใช้เป็นชื่อหนังที่เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มจากครอบครัวที่มีอันจะกิน เพิ่งจบการศึกษา กำลังหาหนทางในชีวิตของตนเองโดยไม่ต้องอาศัยพ่อผู้ร่ำรวย

และรู้สึกว้าเหว่โดดเดี่ยวเหมือนอาศัยอยู่ลำพังคนเดียวในมหานครอันกว้างใหญ่

นอกจากชื่อหนัง ซึ่งยกมาจากชื่อเพลงของไซมอนแอนด์การ์ฟังเคิลทั้งกระบิแล้ว ยังหนังยังมีการพาดพิงไปถึงเนื้อหาของหนังเรื่องดังในอดีตในปี ค.ศ.1967 ซึ่งเป็นปีที่ผู้เขียนเข้ามหาวิทยาลัยพอดี และได้ดูหนังของ ดัสติน ฮอฟมัน ที่เล่นเป็นหนุ่มน้อยที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัย และพยายามหาหนทางในชีวิตของตนเอง

หนังเรื่องนั้นชื่อ The Graduate เป็นเรื่องราวของเบนจามิน หนุ่มน้อยที่ตกอยู่ในภาวะอึดอัดหายใจไม่โล่งคล่องเหมือนคนดำอยู่ใต้น้ำและไม่ได้โผล่ขึ้นมาหายใจ ในงานแนะนำตัวบัณฑิตใหม่ของครอบครัว หนุ่มน้อยดัสติน ฮอฟมัน ถูก แอนน์ แบนครอฟต์ สาวใหญ่เพื่อนของพ่อแม่ ล่อลวงให้มีความสัมพันธ์ด้วย ก่อนจะไปหลงรักสาวน้อยวัยเดียวกัน แคเธอรีน รอสส์ ลูกสาวของมิสซิสโรบินสัน และถูกกีดกันสุดฤทธิ์

เพลง Mrs. Robinson ดังกระหึ่มก้อง ทุกคนร้องได้ในตอนนั้น รวมไปถึงเพลง The Sound of Silence ที่ขึ้นต้นด้วยประโยคว่า “Hello Darkness my old friend…” ของคณะนักร้องที่โด่งดังคู่นี้

ไมก์ นิคอลส์ ผู้กำกับฯ เรื่อง The Graduate ทิ้งท้ายด้วยฉากสุดท้ายที่โดนใจและแสดงฝีมือเหนือชั้น และยังเป็นที่จดจำรำลึกในฐานะเป็นสไตล์ส่วนตัวของเขา คือ หลังจากที่ดัสตินบุกเข้าไปในโบสถ์พาตัวสาวน้อยแคเธอรีนในชุดเจ้าสาว จูงมือวิ่งออกมาและโดดขึ้นรถประจำทางที่ผ่านมา ทั้งสองวิ่งไปนั่งท้ายรถ มองดูผู้คนที่ไล่ตามมาอย่างตื่นเต้นจากกระจกหลัง

แต่ไม่ทันไร ความตื่นเต้นและชัยชนะก็จางหายไป ทั้งสองหันหน้ากลับมา รอยยิ้มจางไปจากใบหน้า หันมาเผชิญหน้ากับอนาคตอันไร้ความมั่นคงแน่นอนเบื้องหน้า

ดังนั้น จึงไม่มีข้อสงสัยใดๆ เลยว่า The Only Living Boy in New York ได้รับแรงบันดาลใจหรือไม่ก็ได้รับอิทธิพลจาก The Graduate ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อดูจากโยงใยของผลงานเลื่องชื่อของไซมอนแอนด์การ์ฟังเคิล

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเนื้อหาคล้ายคลึงอยู่บ้าง แต่หนังเรื่องนี้ก็มีความแตกต่างไปอย่างมากเหมือนกัน ที่สำคัญคือคงไม่อาจก้าวขึ้นสู่สถานะคลาสสิคของ “หนังแห่งทศวรรษ” เหมือนอย่างที่ The Graduate ได้รับยกย่องในยุคทศวรรษ 1960

หนังเริ่มอย่างน่ารักน่าเอ็นดูด้วยเสียงเนิบๆ คุ้นหูของ เจฟฟ์ บริดเจส โดยเล่าเรื่องของมหานครนิวยอร์กด้วยการ์ตูนที่วาดด้วยลายเส้นต่อเติมไปเรื่อยๆ

สำหรับนักทำหนังหลายคน นิวยอร์กเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ของอเมริกา ดุจเดียวกับที่ปารีสเป็นเมืองสุดแสนเสน่หาของยุโรป ดูอย่าง วู้ดดี้ อัลเลน เป็นอาทิ เพราะหนังเรื่องนี้ทำให้นึกถึง Midnight in Paris ในแง่ของมนต์เสน่ห์ของกรุงปารีส และการถวิลหาอดีตอันเรืองรองแสนสุขที่ผ่านพ้นไปแล้ว

วิถีชีวิตใหม่ๆ กำลังเข้ามาแทนที่อดีตอันล่วงพ้นไปแล้ว

เสียงเล่าประกอบการ์ตูนลายเส้นบอกว่า นิวยอร์กเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของผู้คนหรือบรรยากาศตามท้องถนน

พระเอกของเรื่องชื่อ โทมัส เว็บบ์ (คัลลัม เทอร์เนอร์) เป็นหนุ่มน้อยที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัย และย้ายมาอยู่ไกลสุดกู่คนละฝั่งเมืองจากบ้านพ่อแม่ผู้มั่งคั่ง

โทมัสเช่าอพาร์ตเมนต์แถบโลเวอร์อีสต์ไซด์ ขณะที่บ้านพ่อแม่อยู่แถบอัพเพอร์เวสต์ไซด์

เขารักงานเขียน และนึกอยากเป็นนักเขียน แต่เมื่อเอางานที่เขาภูมิใจไปให้พ่อผู้เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์อ่าน ถ้อยคำที่ออกจากปากพ่อ (เพียร์ซ บรอสนัน) คือ “พอไปได้” (serviceable) ซึ่งทำให้เขาหมดหวังในอนาคตอันรุ่งโรจน์ของนักเขียน โดยเฉพาะเมื่อผู้ตัดสินผลงานของเขา คือ มืออาชีพในวงการสิ่งพิมพ์เอง

โทมัสไม่รู้สึกใกล้ชิดกับพ่อผู้เลี้ยงดูเขามาอย่างดีแต่วางตัวเหินห่าง ส่วนแม่ (ซินเธีย นิกสัน) ก็ดูอ่อนไหวและเปราะบางเกินกว่าจะเป็นที่พึ่งให้เขาได้

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อโทมัสเห็นพ่ออยู่กับสาวสวยที่มีท่าทางว่ามีความสัมพันธ์เกินกว่าคนรู้จักทั่วไป

เขาเริ่มติดตามสาวสวยแฟนพ่อไป จนได้รู้ว่าเธอชื่อ โจฮันนา (เคต เบ็กคินเซล) และติดบ่วงเสน่หาของสาวสะพรั่งที่อายุมากกว่าคนนั้น ทั้งๆ ที่เขาคิดว่าตัวเองตกหลุมรักกับสาวคนหนึ่งชื่อ มีมี่ (เคียร์ซีย์ เคลมอนส์) อยู่แล้ว และกำลังจะอกหักเพราะรักคุด เนื่องจากเธอมีแฟนเป็นนักดนตรีอยู่แล้ว และเธอกำลังจะได้ทุนไปเรียนต่อที่โครเอเชีย

อพาร์ตเมนต์ของโทมัสอยู่ติดกับห้องชุดของ ดับบลิว. เอฟ. เจอรัลด์ (เจฟฟ์ บริดเจส) ผู้คอยให้คำปรึกษาแก่โทมัสในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาหัวใจที่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับเด็กหนุ่ม

เรื่องทั้งหมดนำไปสู่การค้นพบเรื่องราวของความหลังฝังใจที่ซ่อนเร้นมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งจะพลิกชีวิตของคนทุกคนในเรื่องไปในทิศทางที่เราไม่ได้คาดมาก่อน

ผู้เขียนชอบฝีมือกำกับหนังของ มาร์ก เว็บเบอร์ ในเรื่อง 500 Days of Summer ที่มี โจเซฟ กอร์ดอน-ลูอิต เป็นหนุ่มที่ทำงานเป็นคนเขียนข้อความให้กับการ์ดอวยพรของบริษัทฮอลล์มาร์ก ซึ่งผู้หลงใหลในหญิงสาวชื่อซัมเมอร์อยู่ห้าร้อยวัน ก่อนจะก้าวต่อไปกับผู้หญิงชื่อออทัมน์ ซึ่งเป็นหนังแบบวัยรุ่นกุ๊กกิ๊กน่าเอ็นดู

แต่ผู้เขียนไม่ติดใจฝีมือกำกับฯ ของ มาร์ก เว็บเบอร์ ในเรื่อง The Amazing Spider-man ทั้งสองภาค

ส่วนหนังปัจจุบันของเว็บเบอร์ ถือว่า “พอไปได้” ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ก็ไม่ถึงกับโดนใจหรือเฉียบคม…ตามถ้อยคำวิจารณ์ที่เล่าไว้ข้างต้นค่ะ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

56 ปียิงสดบอลโลกในไทย ค่าลิขสิทธ์จากร้อยสู่พันล้าน
การแยกทางของ ‘ลิเวอร์พูล’ กับ ‘ชล็อต’ เพราะฟุตบอลใช้หัวใจมากกว่าอัลกอริธึ่ม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 5 – 11 มิถุนายน 2569
ทดสอบฮอนด้า CR-V e:HEV 2026 เพิ่มออปชั่นขับสนุก-นั่งสบายเหมือนเดิม
หยีทะเล พืชสามัญแต่ไม่ธรรมดา
ต้มซูเปอร์ปีกไก่
อสังหาฯ บ้านคอนโดฯ ‘ไหลย้อนกลับ’
E-DUANG | สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย จุดพลิก รัฐบาล ฝ่ายค้าน
‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด