bg-single

เหตุใด ‘คนขี้เกียจ’ จึงใช้ ‘พลังสมอง’ มากกว่า ‘คนขยัน’ | จักรกฤษณ์ สิริริน

09.11.2023

ถ้า “นกที่ตื่นเช้าจะได้กินหนอนก่อนใคร” คือคำสอนใจ “คนขยัน”

“หนอนที่ตื่นสายมักรอดตายจากนกที่ตื่นเช้า” ก็อาจเรียกว่าเป็น “คำสอนใจ” ของ “คนขี้เกียจ” ก็น่าจะพอเรียกได้

ทำนองเดียวกัน คำสอนประมาณว่า “คนขยันจะได้รับคำชื่นชม ส่วนคนขี้เกียจจะมีแต่คนประณาม” ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ “คนขยัน”

แปลไทยเป็นไทยก็คือ คนส่วนใหญ่ในโลกใบนี้ มักให้ค่าแก่ “คนขยัน” มากกว่า “คนขี้เกียจ”

แน่นอนว่า ในทางตรงข้าม “คนขี้เกียจ” ในบางสังคม ไม่เพียงถูกประณาม ทว่า ถึงขั้นถูกลงทัณฑ์กันเลยทีเดียว เช่นใน “สหภาพโซเวียต” มีการลงโทษ “คนขี้เกียจ” ถึงขั้นเรียกว่าเป็น “ปรสิตสังคม” โดยรัฐถึงกับตรากฎหมายเพื่อกำหนดให้ “ความเกียจคร้าน” เป็น “ความผิดทางอาญา” กันเลยทีเดียว

 

ศาสตราจารย์ ดร. Anastasia Berg อาจารย์สาขาวิชาปรัชญาแห่ง University of Cambridge ชี้ว่า ในอดีต ทัศนคติประณามหยามเหยียด “ความเกียจคร้าน” ทั้งหนักทั้งเบา สามารถพบได้ทั่วไป

“ถึงขั้นมีการลงทัณฑ์คนที่ถูกมองว่าไม่ทำการทำงานอย่างรุนแรง หนักหน่วง” ศาสตราจารย์ ดร. Anastasia Berg กระชุ่น

อย่างในราย Joseph Brodsky ผู้เป็นถึงกวีรางวัลโนเบลชาวรัสเซีย ก็เคยถูกลงโทษให้ใช้แรงงานหนักในค่ายกักกัน เพียงเพราะเขาเป็น “กวี”

“ซึ่งดูเหมือนจะไม่สามารถนับได้ว่า เป็นผู้ประกอบสัมมาชีพใดๆ อย่างจริงจังนัก?” ศาสตราจารย์ ดร. Anastasia Berg กล่าว

สอดคล้องกับ Catherine Carr ผู้สื่อข่าววิทยุของ BBC ที่ได้ทดลองออกไปตั้งคำถามภาคสนามกับผู้คนในเมือง Cambridge ในสหราชอาณาจักร

ว่าเหตุใด “ความเกียจคร้าน” ถึงได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องเลวร้ายนัก?

ผลการสำรวจพบว่า คนส่วนใหญ่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย จากพ่อแม่ผู้ปกครอง จากปู่ย่าตายาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสังคม ว่า “ความขี้เกียจ” นั้น คือเรื่องที่ “ผิดศีลธรรม”

“ร้อยทั้งร้อยของกลุ่มตัวอย่าง บอกว่า คนเราควรทำการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอย่างน้อย ยิ่งทำงานทำการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ก็รังแต่จะทำให้ชีวิตมีคุณค่า และดูว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จ” Catherine Carr ระบุ

 

ในยุคปัจจุบัน ที่ดูเหมือนว่า “ความขยัน” ได้รับการสถาปนาเป็น “ความปกติ” ของสังคมโลกไปแล้ว ดังนั้น ในทางตรงข้าม “ความขี้เกียจ” ได้ถูกเตะออกไปจาก “ความถูกต้อง” กลายเป็น “คนไม่เอาถ่าน” กระทั่งการ “ลาพักร้อน” บางครั้ง กลายเป็นเรื่องที่ต้องเหนียมอาย!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “โลกทุนนิยม” ที่ปวารณา “ความขยัน” ไว้บนหิ้งเหนือสิ่งอื่นใด “ความขยัน” กลายเป็นทางเลือกเดียวเท่านั้นที่ถูกต้อง ในแนวคิดของ “ทุนนิยม”

อย่างไรก็ดี โลกได้สร้าง “ความสมดุล” ขึ้นมา เพื่อ “คานอำนาจ” ให้เกิด “ความพอดี” อยู่เสมอ แม้บางครั้งอาจจะดูขัดแย้งกับ “กระแสหลัก” ที่หลายคนคุ้นเคย และ Lucy Gransbury นักแสดงหญิงชาว Australia ก็คือผู้ที่ลุกขึ้นมาสร้าง “ความสมดุล” ดังกล่าวให้เกิดขึ้น

 

ที่ผ่านมา Lucy Gransbury มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้นำที่ออกโรงมาสนับสนุน “ความขี้เกียจ” รวมถึงบรรดา “คนขี้เกียจ” ทั้งหลาย

“ทัศนคติแบบยึดถือความขยันขันแข็งเป็นสรณะนั้น ล้าสมัยไปเสียแล้ว แถมยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งกายและใจอีกด้วย” Lucy Gransbury กล่าว และว่า

อาจบางที การทำตัว “ขี้เกียจ” ในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น งีบหลับ หรือเอกเขนกนิ่งๆ บนโซฟา ถือเป็นการถนอมร่างกาย และ Heal ใจไปในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี

“ฉันคิดว่า ความขยัน หรือการทำงานหนักในสังคมยุคนี้ มิได้มอบรางวัลชีวิตให้แก่เรามากมายเหมือนเช่นอดีตอีกแล้ว” Lucy Gransbury กล่าว และว่า

หลังจากทำงานสายตัวแทบขาดมาจนเกษียณ หลายคนยังผ่อนบ้านไม่หมดด้วยซ้ำ

นี่ไม่ใช่วิถีชีวิตที่คนรุ่นใหม่จะยอมจำนนอีกต่อไป

 

หลายปีมาแล้ว ที่ Lucy Gransbury ออกมาประกาศตัวว่าเป็น “คนขี้เกียจที่สุดในโลก”

“ฉันภูมิใจที่เป็นคนขี้เกียจ” Lucy Gransbury ป่าวร้องให้ก้องโลก

ไม่เพียงเปิดหน้า แต่เธอยังทำ Campaign รณรงค์ เพื่อชักชวนให้ผู้คนหันมาปรับมุมมองกันใหม่ ว่า “ความขี้เกียจ” ไม่ใช่สิ่งผิด และไม่ใช่เรื่องแย่ในชีวิตคน

“ฉันคิดว่า คนขี้เกียจ สมควรได้รับการยกย่องมากกว่าที่เป็นอยู่ นั่นเพราะพวกเราได้ค้นพบหนทางลัดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อไปสู่จุดหมาย”

เห็นได้จาก Lucy ค้นคิดประดิษฐ์วิธีทำงานบ้าน ที่ทั้งประหยัดเวลา และออมแรง ไม่ว่าจะเป็นการล้างห้องน้ำพร้อมกับอาบน้ำ หรือเป่าผมพร้อมเป่าเสื้อผ้าให้ทั้งแห้งและเรียบได้ในคราวเดียวกัน

“โลกควรมองความขี้เกียจเสียใหม่ ว่าเป็นคุณสมบัติเชิงบวก เพราะมันทำให้เราสามารถจัดลำดับความสำคัญในเรื่องต่างๆ ได้ดีขึ้นนั่นเอง” Lucy Gransbury กล่าว และว่า

“คิดดูก็แล้วกัน คนฉลาดที่สุดในโลก อย่าง Bill Gates ก็ยังแนะนำว่า ให้เลือกคนขี้เกียจเข้าองค์กร เพื่อให้ทำงานยากๆ เพราะคนพวกนี้จะพยายามหาหนทางง่ายที่สุด เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง”

อย่าลืมว่า นวัตกรรมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย ล้วนถูกประดิษฐ์ขึ้นมาก็เพื่อตอบสนองความขี้เกียจทั้งนั้น Lucy Gransbury สรุป

 

สอดคล้องกับศาสตราจารย์ ดร. Masud Husain นักประสาทวิทยาแห่ง University of Oxford สหราชอาณาจักร ที่เผยว่า “คนขี้เกียจ” ใช้ “พลังสมอง” มากกว่า “คนขยัน”

“งานวิจัยเกี่ยวกับสมองของคนที่มีบุคลิกเฉื่อยชาและเกียจคร้าน ของผมที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร Celebral Cortex เมื่อปี ค.ศ.2015 ยืนยันว่า สมองของคนขี้เกียจ ทำงานหนักกว่าสมองของคนขยัน”

การทดลองของศาสตราจารย์ ดร. Masud Husain ใช้วิธีการตรวจวัดความเคลื่อนไหวของกระแสประสาทในสมองของคน 3 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มที่มีบุคลิกกระตือรือร้น

2. กลุ่มคนที่มีบุคลิกเฉื่อยชาและเกียจคร้าน

3. กลุ่มคนที่มีบุคลิกผสมผสาน 1. + 2.

โดยกลุ่มตัวอย่างที่เข้ารับการทดสอบ ต้องตัดสินใจว่า จะออกแรงกำมือเพื่อให้ได้รับรางวัลตอบแทนอย่างใดอย่างหนึ่งที่ผู้วิจัยเสนอให้หรือไม่

ซึ่งจะมีการเปลี่ยนชนิดของรางวัล และระดับการออกแรงที่ต้องทำไปเรื่อยๆ ให้สอดคล้องกัน

ผลการวิจัยพบว่า เมื่อดูจากภายนอก “คนขี้เกียจ” (2.) มีแนวโน้มไม่ออกแรงเพื่อให้ได้รางวัลตอบแทน

ทว่า ผลการ Scan การทำงานของสมองกลับชี้ว่า ระบบประสาทมีความเคลื่อนไหว และใช้พลังงานในการตัดสินใจสูงกว่ากลุ่มตัวอย่าง 1. และ 3. เป็นอย่างมาก

นี่คือการยืนยันว่า “คนขี้เกียจ” มักวางแผนอย่างซับซ้อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลงมือทำสิ่งต่างๆ ให้วุ่นวายเปลืองแรง ซึ่งต้องใช้ “พลังสมอง” มากกว่า “คนขยัน” ที่ไม่คิดอะไร นอกจากลงมือทำทันทีที่ได้รับมอบหมายอะไรมาสักอย่าง

ดังนั้น คนที่ทำตัวเฉื่อยแฉะ ที่ถูกสังคมมองว่าเป็นเรื่องผิดมาโดยตลอด หากดูจากภายนอก คงคิดว่าเขาคนนั้น “ขี้เกียจทั้งกายและใจ”

ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว สมองของพวกเขาพลุ่งพล่านเป็นอย่างมาก เพื่อคิดหาหนทางที่จะไม่ต้องเหนื่อย ซึ่งต่างจากบรรดา “คนขยัน” ทั้งหลาย ราวฟ้ากับเหว

เหมือนกับที่ Bill Gates ได้ค้นพบนานแล้วว่า

“ให้เลือกคนขี้เกียจเข้าองค์กร เพื่อให้ทำงานยากๆ เพราะคนพวกนี้จะพยายามหาหนทางง่ายที่สุด เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วง” นั่นเอง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS
E-DUANG | ทำไม กรณี เจาะลึกทั่วไทย จึงเป็น เผือกร้อน ต่อรัฐบาล
2 คู่รักคนดังวิวาห์ชื่นมื่น ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ 15 ปีที่รอคอย ‘พระพาย-หนุน’ เริ่มต้นชีวิตคู่
โศกนาฏกรรมบ้านทิโคร่ง จาก 7 ขวบหายตัวปริศนา สู่เหตุฆาตกรรม ‘น้ององุ่น’ คดีรันทดผืนป่าตะวันตก
ครูสอบตก ‘ลูกจ้างชั่วคราว’ โจทย์ใหญ่ ‘สพฐ.’ เกาไม่ถูกที่คัน
‘REMARKABLY BRIGHT CREATURES’ | ‘หมึกยักษ์สีสดใส’
ย่านฮิต ทรงวาดไวบ์
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (4)