bg-single

ครอบครัวพลัดถิ่น ชีวิตจริงที่อิง ‘ความจน’ ของ ส.ส.ผึ้ง พนิดา ก้าวไกล

07.11.2023

พนิดา มงคลสวัสดิ์ (ผึ้ง ) ส.ส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล เปิดใจเล่าถึงสิ่งที่ไม่ค่อยได้เล่าที่ไหนถึงเหตุที่ผลักดันให้เข้ามาทำการเมืองว่า เพราะเราเป็นคนจน พ่อแม่ของผึ้ง ปู่ย่าตายาย ครอบครัวผึ้งเป็นชาวรากหญ้า ปู่กับย่าเป็นคนอุดรธานี ตากับยายเป็นคนสกลนคร อยู่ภาคอีสานที่ไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ พ่อแม่ก็เป็นตัวแทนครอบครัวย้ายมาทํางานที่ จ.สมุทรปราการ แล้วก็มีผึ้งขึ้นมา

ผึ้งก็เป็นสายเลือดอีสานด้วยเหมือนกัน พลัดถิ่นลงมา นี่ก็สะท้อนปัญหาที่เกิดจากการไม่กระจายอํานาจทําให้ความเจริญกระจุกอยู่แค่ที่นี่

ในสมุทรปราการจะมีคนแบบผึ้งเยอะ แบบเดียวกันหมดเลย คือปู่ย่าตายายอยู่ต่างจังหวัด พอปิดเทอมก็จะกลับไปที กลับไปบ้านก็จะเจอเด็กที่เรียนสมุทรปราการเหมือนกัน เรียนกรุงเทพฯ เหมือนกัน รุ่นราวคราวเดียวกัน แต่พอเปิดเทอมก็ต้องกลับมากรุงเทพฯ ครอบครัวอยู่อีสานหมด

ผึ้งเข้าใจทั้งวิถีชีวิตคนเมือง พลวัตของโลกที่เปลี่ยนไปแล้ว และผึ้งก็เข้าใจบริบทของชนบทด้วยเช่นกัน ที่พวกเขาขาดอะไรอยู่มาก แล้วต้องการอะไรอยู่มาก

ผึ้งเลยรู้สึกว่าผึ้งเป็นตัวแทนของเขาของกลุ่มคนที่เปราะบาง ผึ้งใช้เวลาถีบตัวเองนาน เป็นปีๆ

ก่อนที่จะมาเป็น ส.ส. ผึ้งเคยเป็นแอร์ ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวเลย ไม่ใช่ว่าเป็นความฝันอยากเป็นแอร์เพราะต้องการแต่งตัวสวยไปทํางานบนเครื่องบิน แต่ผึ้งต้องการเป็นมงคลสวัสดิ์คนสุดท้ายที่จะลําบาก ผึ้งเคยบอกกับครอบครัวกับวงศ์ตระกูลไว้แบบนั้น

แต่เป็นแอร์ 5 ปีผึ้งได้บ้านพร้อมหนี้หลายล้าน ไม่ได้ทําให้ใครสบายเพิ่มขึ้น นอกจากพ่อแม่เปลี่ยนบ้านมาอยู่บ้านหลังใหม่ เพราะคนที่อยู่กับความจนมาตลอด โดนกดทับโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งนี้เจ็บปวดอะไรเท่าไร ไม่รู้สึกว่าสิ่งนี้ทําร้ายเราแล้วเรากลัวเราหลอนอะไร ไม่ใช่ เราก็อยู่กับมันนั่นแหละ อยู่แบบเวลาที่คนอื่นคนนอกมองเข้ามาก็อาจจะรู้สึกว่าก็มีความสุขดี

เปล่าเลย เพราะมันทําได้แค่นี้ ต้องมีความสุขกับสภาวะแบบนี้

 

ถามว่าคุณเคยยืนรอรถเมล์ประมาณ 2 ชั่วโมงในช่วงที่ฝนตกหนัก แบบขนาดจะยอมกัดฟันเรียกรถแท็กซี่ยอมจ่ายแพง แต่เรียกเท่าไรก็ไม่ได้ แท็กซี่ยังไม่รับเลย รถเมล์มายังไม่มีที่ให้ขึ้นเลย จังหวะแบบนี้ผึ้งร้องไห้เลย มันหมดหวัง ท้อแท้กับสภาพชีวิตในประเทศไทยนี้จริงๆ

นี่เป็นเพียงเรื่องหนึ่งเท่านั้น บางคนเขาต้องอดมื้อกินมื้อ ซื้อข้าวมาแล้วแบ่งกันกินคนละครึ่ง จนเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตในตอนนั้น เราไม่รู้สึกว่าเป็นแผลในหัวใจ แต่จะรู้สึกเมื่อเราเห็นเพื่อนมีชีวิตไม่เหมือนเรา เราเริ่มเรียนรู้ว่ามันดีกว่านี้ได้ ชีวิตที่ดีกว่าเป็นแบบนี้เหรอ

พอเริ่มโตขึ้นมาเรื่อยๆ คุยกับเพื่อนที่แตกต่างกันไปถึงจะค่อยกลับมารู้สึกเจ็บปวดว่าคุณใช้เงินกันแบบนี้เลยเหรอ ใช้แบบไม่ต้องคิด เราไม่ได้เลยข้าวมื้อหนึ่งเราก็ต้องคิด ของที่จะซื้อแต่ละครั้งเราก็ต้องคิด

นี่คือภาพสะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าจะทํางานได้เยอะแค่ไหนคุณดูแลไม่ได้ทุกคนแน่นอน แล้วไม่ว่าคุณจะมีจิตใจเมตตาขนาดไหน คุณจะอยากช่วยคนขนาดไหน คุณช่วยไม่ได้ทั้งหมดแน่นอนถ้าคุณไม่มีอํานาจรัฐ

เราก็เลยต้องเข้ามาใช้อํานาจรัฐในการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกคน

แล้วเป็นเหตุผลเดียวที่ทําให้ผึ้งจะเป็นมงคลสวัสดิ์คนสุดท้ายที่ลําบากได้ ผึ้งต้องเข้ามาทําการเมือง

คงไม่พูดว่าผึ้งรอได้ แต่จะทําในทุกๆ วัน ทุกวินาทีที่มีโอกาสให้เต็มที่

 

จุดตัดสำคัญในชีวิตที่ทำให้เข้ามาสู่การเมืองคือวันที่มีการใช้รถฉีดน้ำความดันสูงกับผู้ชุมนุม (เยาวชน) เมื่อปี 2563 นั่นคือวันที่ผึ้งตัดสินใจสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล กรอกข้อมูลเข้ามาในเว็บไซต์ของพรรคก้าวไกลเพื่อสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต

แต่ก็มีสิ่งที่ก่อนจะตัดสินใจวันนั้นคือมีแบ็กกราวน์ตัวเองในตอนเด็กๆ สนใจทางการเมือง ชอบอ่านชอบดู อยากรู้-หาอ่านข้อมูลประวัติศาสตร์ทางการเมือง ก็มีความสนใจอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเข้ามาเป็นผู้ที่มีบทบาททางการเมือง ไม่ได้คิดว่าจะมาเป็นผู้เล่นเอง แต่เอาใจช่วยเอาใจเชียร์ อะไรอย่างนี้

ขณะเดียวกันพ่อของผึ้งก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทําให้ผึ้งสนใจการเมืองด้วย เพราะว่าพ่อก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ออกมาชุมนุมในวันที่พี่น้องเสื้อแดงออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม แต่ว่าในตอนนั้นก็ไม่ได้เข้มข้นขนาดนั้นเพราะว่าพ่อไม่ได้แชร์อะไรให้ฟังเลย ไม่ได้มาเล่าให้เราฟังว่าวันนี้เขาพูดเรื่องอะไร แต่เรารู้ว่าพ่อออกไปทุกวัน

เราก็อาศัยการเปิดหนังสืออ่าน คุยกับคนที่สนใจเรื่องการเมืองบ้าง แต่ตอนนั้นพลวัตมันยังไม่มาถึงแบบนี้ที่กระจายการรับรู้ไปทั่วเมือง ตอนนั้นยังเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มอยู่ เราพูดได้แค่ในบางพื้นที่ ระยะห่างช่องว่างของความเข้าใจประชาชนตอนนั้นค่อนข้างห่างกันมาก

ซึ่งปัจจุบันเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว

 

ความฝันของผึ้งคืออยากจะทําให้ทุกคนไม่ลําบาก รัฐสวัสดิการคือเป้าหมายสูงสุดในการทํางานการเมืองของผึ้ง อยากให้สังคมเราทุกคนเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกัน เพราะคนจนก็จนมากจนมหาศาล ส่วนคนที่รวยก็แบบรวยล้นฟ้า รวยแบบไม่กี่กลุ่ม ประเทศอยู่ในมือของคนแค่ไม่กี่กลุ่ม ช่องว่างมันห่างกันมาก แล้วคนที่มีมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของประเทศคือคนจน

สิ่งหนึ่งที่ผึ้งชอบมากคือคําพูดหนึ่งของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าถ้าเกิดเอาคนทั้งประเทศมายืนเรียงแถวหน้ากระดานต่อกันทั้งหมดคนที่อยู่ตรงกลางมีรายได้ 7,200 บาทอยู่ไม่ได้แน่ๆ ในสภาวะปัจจุบันแบบนี้ประเทศไทยยังมีคนที่ลําบากและกําลังรอตาข่ายอันหนึ่งที่จะมารองรับคุณภาพชีวิตเขามาก

เขาผิดอะไรที่เขาอยู่ในครอบครัวในสังคมที่ส่งต่อความยากจนกันมารุ่นต่อรุ่น เพียงแค่เกิดมาก็รู้แล้วว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นหนี้ ธ.ก.ส. เอานาไปจํานองไว้ เงินไม่มีส่งเรียนในโรงเรียนดีๆ แบบคนที่มีฐานะมากกว่าเขา

ถึงแม้เขาจะเป็นเก่งหรือขยันหรือทํางานหนักแค่ไหนก็ตาม ก็ไปไม่พ้นวังวนเดิมๆ แบบนี้

อย่างในม็อบสมัชชาคนจน ถ้าลองไปสังเกตดูพ่อๆแม่ๆ ที่เขามา ถามว่าพวกเขาขี้เกียจหรือเขาไม่ทํางานหรือ ก็เปล่า แต่เขาไม่มีโอกาส แล้วรัฐไม่เคยมอบโอกาสให้เขา

ผึ้งจึงมองว่ารัฐสวัสดิการคือสิ่งสําคัญและสิ่งจําเป็นในประเทศไทยอย่างมากที่จะทําให้เรามั่นใจได้ว่าเราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังแบบนี้ แล้วเราจะเริ่มกันเมื่อไหร่ถ้าไม่ใช่วันนี้

ง่ายๆ เลยอย่างนโยบายที่พรรคก้าวไกลเสนอผู้สูงอายุทุกคนได้ 3,000 บาท จริงๆ ก็เคยเดินมาถึงจุดที่ 600-1,000 บาทแล้วใช่ไหม แต่กลับถอยหลังอีกครั้งหนึ่งเมื่อเป็นการเลือกให้ต้องพิสูจน์ตัวเองก่อนต้องไปยืนยันตัว หาคนมารับรองความจนอีก ยังไงก็มีคนตกหล่นแน่นอน ซึ่งนั่นไม่ได้แปลว่าเกิดการได้รับอย่างถ้วนหน้าที่สมควรจะได้รับ คือเรากําลังมองหาความยั่งยืน เสถียรภาพความมั่นคงในชีวิตให้ประชาชน นี่คือสิ่งที่พรรคก้าวไกลมอง

อาจจะใช้งบประมาณมากก็จริง แต่ทําให้ประชาชนได้มั่นใจว่าเขาจะมีชีวิตที่อยู่รอดปลอดภัยอย่างน้อยเดือนละ 3,000 บาทไปตลอดชีวิต อันนี้ก็คือการเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตให้คนในประเทศ เป้าหมายของเราทําเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับการดูแลจากภาครัฐอย่างเสมอภาคเท่าเทียม และไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ได้

แต่การที่ครอบครัวครอบครัวหนึ่งต้องแบกภาระดูแลพ่อแม่แล้วมีลูกเล็ก โดนภาระบีบคั้นเหมือนแซนด์วิชแบบนี้คนที่ทํางานเหนื่อยที่สุด หากพ่อแม่ดูแลตัวเองได้ คนตรงกลางจะสบายขึ้น และนโยบายสําหรับเด็กของเราที่ต้องได้ถ้วนหน้าเด็กเล็กทุกคนต้องได้ถ้วนหน้าคนละ 1,200 บาท พ่อแม่สบายขึ้น คนทํางานยิ่งสบายตัวขึ้น ไม่ต้องกดดัน

ทุกวันนี้คนทํางานป่วยไม่ได้ เจ็บไม่ได้ เจ็บหนึ่งลําบาก 4-5 คน

 

บทบาทในฐานะฝ่ายค้านเราก็จะทําให้ได้มากที่สุดให้เต็มที่ในจังหวะและโอกาสที่มี เราจะได้ไม่ต้องเสียดายในตอนหลัง ไม่ต้องประเมินสถานการณ์อะไรอีก ถ้ามองในอีกแง่หนึ่งก็คือยิ่งปักธงได้มากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะทําให้ประชาชนมีหมุดหมายในการสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกับเรามากขึ้น เพราะเรามีเวทีในการพูดใหญ่ขึ้น

จากที่เราเคยพูดบนถนน จากที่เราเคยพูดบนโซเชียลมีเดีย วันนี้เรามีโอกาสมาพูดในรัฐสภา

วันหน้าเราอาจจะได้ขึ้นไปนั่งในกระทรวง เพราะเราเชื่อเราทําในเรื่องนี้มาตลอด ผลักดันเรื่องนี้มาตลอด

เมื่อถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปถ้าประชาชนยังมอบความไว้วางใจนั้นให้อยู่ เราก็พร้อมทําทันที

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สงครามอิหร่าน กับการอับจนทางเลือกของทรัมป์
สุดทางหนาม
เลขสิบสามหลัก | เรื่องสั้น : วัชรินทร์ จันทร์ชนะ
หนังสือ+ความจริง | กวีกระวาด : อรรถสิทธิ์ สมจารี
OZZY | กวีกระวาด : อนุชา วรรณาสุนทรไชย
โกง ส.ว. : อภิมหาวิกฤตรัฐบาล
ดีเดย์นับถอยหลัง 14 ก.ย. 7 เสือ กกต.นัดลงมติ มหากาพย์ ‘คดีฮั้ว ส.ว.’
IRON WOMEN ของจริง ไม่ละลาย
โกงเลือก ส.ว. …ค้ำระบอบอำมาตยาธิปไตย อยากฟ้อง…ต้องล้วงคองูเห่า
5 แสนล้านซื้อสันติภาพไม่ได้! 22 ปีไฟใต้ ไม่เคยดับ ทุ่มหมดหน้าตัก แต่รัฐบาลยังไร้คำตอบ
E-DUANG | ชัยชนะ ในทาง “รูปแบบ” ชัยชนะ ในทาง “เนื้อหา”
ข้อสัญญาเมกกะ (Mecca Pact) เป็นอะไรระหว่างนาโตตะวันออกกลางกับข้อสัญญาที่ไม่ก่อผลอะไร