bg-single

‘กันตธีร์ ศุภมงคล’ แนะนโยบายต่างประเทศของไทย ต้องไม่ใช่แค่ ‘ตัวประกอบ’ มองไกลเป็นแกนหนึ่งในเวทีโลก

29.12.2023

กันตธีร์ ศุภมงคล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มองสถานการณ์โลกในปี ค.ศ.2024 ว่าปี 2024 สถานการณ์โลกมีปัญหาค่อนข้างจะต่อเนื่องกันจากปี 2023 อาทิ สงคราม “ฉนวนกาซา” จะจบหรือไม่อย่างไร

ส่วนตัวมีความหวังว่าอย่างน้อยมันคงจะยุติความสูญเสียให้มากที่สุดเท่าที่จะเกิดได้ กระทั่งสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่จบ แม้ประเด็นของยูเครนไม่ได้อยู่ในจอทีวีรายงานข่าวมากนักในช่วงนี้ แต่ก็ยังเป็นปัญหาสืบเนื่องต่อไปจนถึงปีหน้า

รวมถึงการเลือกตั้งสหรัฐที่จะอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางมาก ประชาธิปไตยของสหรัฐเองอยู่ในที่ที่เรียกว่าเปราะบางจริงๆ เราก็ต้องจับตามอง

และอาจจะมีความขัดแย้งอื่นๆ ที่เกิดขึ้นแบบยูเครนก็ไม่มีใครคาดคิดได้

มองภูมิรัฐศาสตร์แล้วโลกเราอยู่ในความเปราะบางมากในอีกหลายประเด็น

ทั้งประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมาก อย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ภาวะโลกร้อน

หรือกระทั่งเรื่อง AI ก็ประมาทไม่ได้ AI อาจจะทำลายโลกก็ได้ เพราะในที่สุด AI คิดเองได้แถมคิดเร็วด้วย ถ้าเผื่อคิดผิดนิดเดียวโดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องอาวุธ อย่างที่มีผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์หลายท่านเตือนมาว่าอาจจะทำลายล้างโลกได้ AI ก็ต้องระวังเหมือนกันนะ มันมีหลายอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นมาได้

เจาะไปที่ปมการเมืองสหรัฐ อดีต รมว.ต่างประเทศ ระบุว่ามันจะเป็นปัญหาใหญ่เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์มีอยู่คือ “ความแค้น” ซึ่งเป็นความแค้นในตัวบุคคล ตามที่ประกาศไว้แล้วว่าถ้ากลับเข้ามาได้เมื่อไร จะดำเนินการทันทีเลยก็คือการเปลี่ยนแปลงภายในหน่วยราชการหลักๆ ของสหรัฐ เกี่ยวเนื่องกับหน่วยงานราชการด้านความมั่นคง จะมีคนโดนย้ายแน่ๆ

รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้า CIA ทรัมป์คงจะเอาคนของตนเองเข้าไปหมด

ซึ่งคนเหล่านั้นก็น่ากลัวว่าจะทำตามคำสั่งอดีตประธานาธิบดีทรัมป์เท่านั้น อย่างที่ประกาศไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะถอนสหรัฐออกจากนาโต้

ซึ่งหากเกิดขึ้น ประธานาธิบดีปูตินก็คงยิ้มแล้วนอนหลับสบายเลย ดังนั้น หากผลการเลือกตั้งสหรัฐออกมาเป็นอีกแบบ มันก็จะมีหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น

ที่ผ่านมาอดีตประธานาธิบดีทรัมป์มีความรู้สึกว่าพันธมิตรของสหรัฐในยุโรป ในนาโต้ ถ้าพูดเป็นภาษาที่เข้าใจกันอย่างตรงไปตรงมา คล้ายๆ กับท่านมองว่าเป็น “ขอทาน” ที่มาคอยเอางบประมาณจากสหรัฐ อดีตประธานาธิบดีมองว่าสหรัฐเสียเปรียบไปให้เขาเยอะเกินไปหมด และไม่ให้อะไร เราจะทำลายพวกนั้นให้หมดเลยบรรดาความสัมพันธ์กับพันธมิตรต่างๆ

ซึ่งทั้งที่จริงแล้วการที่สหรัฐมีพันธมิตรสำคัญมาก เพราะอำนาจของสหรัฐอยู่ได้ด้วยการมีพันธมิตรร่วมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าไปทำลายตรงนั้น ในที่สุดเราอาจจะเห็นสหรัฐที่เปลี่ยนไปในทางที่เราไม่อยากจะเห็นก็ได้

ตรงนี้เป็นจุดที่น่าเป็นห่วงมาก

ดังนั้น การเลือกตั้งสหรัฐจึงมีความสำคัญมาก และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับสหรัฐก็คือการที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ประสบความสำเร็จในการทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไม่เชื่อมั่นในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ทั้งที่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับประชาธิปไตยคือเลือกตั้ง และผู้แพ้ยอมรับผลเลือกตั้ง โดยที่รอคอยอีก 4 ปีเพื่อมาสู้กันใหม่

แต่ตอนนี้มันจะกลายเป็นว่าถ้าแพ้ท่านจะไม่ยอมรับ คิดดูถ้าเป็นอย่างนั้น มันจะลำบากมากเลย ประชาธิปไตยจะอยู่ไม่ได้ ถ้าผู้แพ้ไม่ยอมรับ และผู้แพ้ก็จะบอกว่าระบบไม่ไหว ทำให้ผู้คนไม่มีความเชื่อถือในระบบ แล้วถ้าเกิดไม่มีความเชื่อในระบบการเลือกตั้งขึ้น เมื่อนั้นก็เท่ากับไม่มีประชาธิปไตยแล้ว

ฉะนั้น มันน่ากลัวมาก

สําหรับสิ่งที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับไทยก็คือเราเข้าใจปัญหาต่างๆ ในระดับต่างๆ ของโลก แล้วทำอย่างไรที่จะเข้าไปมีบทบาทได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าจากนี้ลาวกำลังจะขึ้นมาเป็นประธานอาเซียน แต่หลังจากนี้ไทยก็ยังต้องมีบทบาทได้อย่างเต็มที่

เพราะฉะนั้น ตรงนี้อยู่ที่นโยบายและยุทธศาสตร์ของเราจะต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่ลึกด้วยความเข้าใจ และเราน่าจะเป็นประเทศที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ประเทศหนึ่งในเวทีโลกได้

ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำแล้วก็เป็นประเทศที่มีบทบาทสร้างสรรค์ได้ ทั้งในเวทีอาเซียนหรือเวทีโลกก็ดี

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะต้องมองก็คือว่า เราจะต้องเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่สนใจประเทศเพื่อนบ้าน สนใจอาเซียน และมองให้เป็นขั้นบันไดคือไม่ได้หยุดแค่ตรงนี้ เราจะต้องมีบทบาทในเรื่องปัญหาของโลกด้วย

พอเรามีบทบาทครบวงจร การยอมรับโดยประเทศมหาอำนาจมันก็จะมีโดยธรรมชาตินะ

ยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตอนนั้นประเทศไทย (รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร) เราเป็นที่ยอมรับกันว่ากำลังจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วซะด้วยซ้ำ

ตอนที่ผมไปประชุมในกรอบอาเซียน เราก็มีข้อเสนอต่างๆ มากมาย ซึ่งอาเซียนก็รับฟังแล้วก็ได้มีมติทำตามข้อเสนอไทยค่อนข้างจะมาก

นอกเหนือจากนั้น ตอนที่ผมไปต่างประเทศ ผมจะสร้างความสัมพันธ์กับผู้นำหลากหลายประเทศมาก สหรัฐก็ดี สหราชอาณาจักร อิหร่าน เกาหลีเหนือ เราจะมีบทบาทค่อนข้างจะเต็มที่

จนมีครั้งหนึ่งที่เราไปประชุมอาเซียน+US ที่นครนิวยอร์กซึ่งมันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่าเวลาประชุมสหประชาชาติจะมีการประชุมอาซียน+US ออกมาด้วย พอไปถึงเป็นครั้งแรกเลยที่มีการเข้าประชุมในลักษณะนี้แล้ว ตัวผมได้รับโน้ตมาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐบอกว่าพอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศท่านอื่นๆ ของอาเซียนกลับไปแล้วขอให้ผมอยู่ต่อเพราะทางสหรัฐ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอยากจะได้รับข้อคิดเห็นเกี่ยวกับตะวันออกกลาง เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ เกี่ยวกับอิหร่าน และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับโลก

ซึ่งถือว่าเขาให้ความสำคัญกับเรามาก เป็นจุดที่ทำให้เขาเห็นเราน่าเชื่อถือ พอเรามีปัญหาอะไรที่ใกล้ตัว เรากระซิบกับเขา เขาก็เห็นใจเข้าใจ ตรงนี้มันมีประโยชน์

เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากให้เราคิดว่ามองแค่เป็นตัวประกอบ เราจะต้องสามารถที่จะเข้าไปมีบทบาท

หรือประธานาธิบดีเยอรมนีปัจจุบัน ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีอยู่ พอผมไปพบกับท่าน แน่นอนว่าวิธีการทูตก็คือมีการหารือกันเรื่องทวิภาคีไทยกับเยอรมนี ก็เป็นไปตามปกติ

พอจบตรงนั้น ผมเริ่มคุยกับท่านเรื่องอื่นๆ ในสถานการณ์โลกตรงนั้น ทำให้ท่านสนใจประเทศไทยมาก

ผมมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องหลักๆ ที่เป็นปัญหาในโลกตอนนั้น แทนที่จะพบกันครึ่งชั่วโมงกลายเป็นพบกัน 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นไม่นานประมาณสักเดือนหนึ่ง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเยอรมนีกำลังจะเดินทางไปอิหร่าน ท่านก็โทร.มาสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยว่าเยอรมนีควรจะมีท่าทียังไง ขอคำแนะนำหน่อย

ตรงนี้เป็นประโยชน์มากเลย เพราะพอเรามีผลประโยชน์ของไทยซึ่งเราจะต้องให้เยอรมนีช่วยมันง่าย อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นประเทศไทยมีนโยบายที่เรียกว่า proactive ในหลายระดับ

ตรงนี้เราได้เห็นแล้วว่าสิ่งสำคัญสำหรับ proactive diplomacy ตอนนี้ก็คือการที่นโยบายต่างประเทศของเราจะต้องสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทย สนับสนุนให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวประเทศไทย เป็นอีกบทบาทหลัก

สําหรับบทหลักอีกด้านสำหรับนักการทูตไทยอยู่แล้ว คือเราจะต้องสนับสนุนบริษัทไทยที่จะไปดำเนินการต่างประเทศ และเราก็จะต้องให้ชาวต่างประเทศเขาสนใจสินค้าไทย สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

อันนี้เป็นนโยบายที่เรียกว่าสำคัญสำหรับนักการทูต แต่ว่ามันจะไม่หยุดอยู่แค่ตรงนั้น มันจะต้องไปสู่ระดับที่เรียกว่าเรามีบทบาทนำในเรื่องต่างๆ ที่สำคัญในโลกนี้ด้วย

นี่จึงเป็นจุดที่นักการทูตของเรา รัฐมนตรีของเราจะต้องรู้เรื่องต่างๆ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปัญหาหลักๆ ในประเทศอื่นๆ ที่เป็นปัญหาในระดับโลกต้องมองให้ลึกซึ้ง

เราไม่ควรจะไปคิดถึงแค่ไทยกับเขา แต่เราจะต้องไปกว้างกว่านั้น ให้เขาเห็นว่าต้องฟังความคิดเห็นไทยในเรื่องนี้ด้วยนะ ไม่ใช่ฟังแค่ความคิดเห็นของไทยในเรื่องของไทยเท่านั้น

อันนี้จะเป็นจุดที่เราจะกลายเป็นแกนนำแกนหนึ่งในเวทีโลก

ไม่ใช่ให้เขาคิดว่าประเทศไทยนี่คงจะไม่มีความรู้เรื่องอื่นเลย ก็ต้องพูดแค่เรื่องที่ไทยสนใจ แต่อื่นๆ ไม่ได้คิดถึงเลย อันนั้นมันก็จะคนละระดับกัน

เพราะฉะนั้น การทูตเชิงรุกจะต้องมาในหลายมิติ ทั้งช่วยในเรื่องการค้า แต่มีบทบาทเต็มที่ในเวทีโลกในเรื่องต่างๆ อันนี้มีความสำคัญมาก ในสายตาของผมคนจะเห็นว่าการทูตอาจจะใช้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจในการลงทุนนะเป็นหลัก

แต่ว่าจริงๆ แล้วต้องมองภาพกว้างไปถึงเรื่องของจีโอโพลิติกด้วย ต้องเข้าใจปัญหาระหว่างประเทศด้วย

จะต้องเสริมด้วยในเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)