bg-single

‘อนาคต’ ที่ดับสูญไป | ปราปต์ บุนปาน

04.10.2024

อุบัติเหตุใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับรถบัสนักเรียนจากโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี ระหว่างการเดินทางมาทัศนศึกษานอกพื้นที่ ซึ่งนำมาสู่การเสียชีวิตของเยาวชนและครูหลายสิบชีวิต

นับเป็นปรากฏการณ์อันน่าเศร้าสลด

หากพิจารณาในภาพใหญ่สุด เราก็จะเห็นปัญหาหลักสำคัญอยู่สองประการ

ประการแรก ขณะที่รัฐไทยและผู้มีอำนาจรัฐให้ความสำคัญกับเรื่อง “ความมั่นคง (ภายใน)” เป็นอย่างสูง (ดังวิวาทะกรณี “กอ.รมน.” ที่ยังกรุ่นๆ อยู่)

แต่ “ความมั่นคงของมนุษย์” ในสังคมไทยกลับมีความเปราะบางอ่อนไหวอย่างไม่น่าเชื่อ

เมื่อทรัพยากรมนุษย์คนแล้วคนเล่าของเรา สามารถเสียชีวิตได้โดยง่าย มิใช่เพราะอาการเจ็บป่วยหรือความผิดพลาดส่วนบุคคล แต่เป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของผู้มีหน้าที่ความรับผิดชอบรายอื่นๆ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่มีคุณภาพย่ำแย่ต่ำกว่ามาตรฐาน

ประการถัดมา สิ่งที่เสียหายหนักหนาสาหัสที่สุดจากอุบัติเหตุข้างต้น ก็คือ ชีวิตที่สูญสิ้นไป และ “อนาคตของประเทศ” ที่ต้องสูญสลายไป

“อนาคต” ทั้งที่หมายถึง “เยาวชน” ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญของประเทศในภายภาคหน้า และ “ครูอาจารย์” ซึ่งมีหน้าที่ดูแล ฝึกอบรม และประคับประคองเด็กๆ ให้เจริญเติบโตงอกงามตามวิถีที่ถูกที่ควรต่อไป

 

ในเชิงรายละเอียดที่ลึกกว่านั้น ยังมีข้อถกเถียงซับซ้อนน่าสนใจภายหลังอุบัติเหตุ

เมื่อเกิดวิวาทะสำคัญว่า กิจกรรม “ทัศนศึกษา” ยังมีความจำเป็นหรือไม่? โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนในชั้นอนุบาลและประถมศึกษาตอนต้น

บางคนมองว่า นี่คือคำถามที่ผิดฝาผิดตัวผิดประเด็น เพราะกิจกรรม “ทัศนศึกษา” มิใช่ต้นเหตุหรือปัญหาหลักของโศกนาฏกรรมที่เกิดกับนักเรียนและครูโรงเรียนวัดเขาพระยาฯ ทั้งยังเป็นรูปแบบการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ช่วยเสริมส่งศักยภาพให้แก่เยาวชนในนานาอารยประเทศ

ประเด็นที่ควรใส่ใจกันมากกว่า จึงอยู่ที่การสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง รวมทั้งการจัดรูปแบบและกำหนดระยะทางของกิจกรรมทัศนศึกษาให้มีความเหมาะสมกับผู้เรียนมากกว่า

อย่างไรก็ตาม การที่ผู้คนจำนวนมาก ซึ่งกำลังตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างสูง ต่างพากันแสดงปฏิกิริยาอย่างฉับพลันทันทีในผลสำรวจออนไลน์ต่างๆ ว่า กิจกรรม “ทัศนศึกษา” นั้นไม่ใช่ “เรื่องจำเป็น” สำหรับบุตรหลานของพวกตน

ก็มิใช่ภาวะ “โง่เขลา” หรือการมี “จิตสำนึกที่ผิดพลาด” แบบรวมหมู่แต่อย่างใด

ตรงกันข้าม ปฏิกิริยาเช่นนั้นกลับวางพื้นฐานอยู่บนอารมณ์ความรู้สึกของ “ความไม่เชื่อมั่น” ที่สามารถทำความเข้าใจได้

เป็น “ความไม่เชื่อมั่น” ต่อมาตรการการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่ออกแบบและดำเนินการโดยภาครัฐ

เป็น “ความไม่เชื่อมั่น” ต่อการบังคับใช้กฎหมาย ว่าจะสามารถลงโทษผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายร้ายแรง ซึ่งเผาผลาญทำลายชีวิตของผู้บริสุทธิ์รายอื่นได้จริง

เป็น “ความไม่เชื่อมั่น” ต่อการบริหารจัดการการศึกษา หรือไม่แน่ใจว่ากิจกรรม “ทัศนศึกษา” จะช่วยเสริมส่งกระบวนการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ยิ่งเมื่อนำไปเทียบกับภาวะ “เสี่ยงภัย” ที่ไม่พึงปรารถนาและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การไม่ไปทัศนศึกษาเลย ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ฟังดูคุ้มค่า-ปลอดภัยกว่า

 

ทั้งหมดนี้ คือ “ความไม่เชื่อมั่นต่อรัฐไทย” ที่กินขอบเขตตั้งแต่เรื่องระบบการคมนาคมขนส่ง กระบวนการยุติธรรม ไปจนถึงการศึกษา

ดังนั้น นอกจากการแสดงความเศร้าสลดใจอย่างสุดซึ้ง และการเยียวยา-แก้ไขปัญหาเฉพาะกรณี

คำถามใหญ่ๆ ที่ผู้เข้าถึงอำนาจรัฐทุกภาคส่วนต้องช่วยกันตอบ ก็คือ พวกท่านจะร่วมกันฟื้นฟู “ความเชื่อมั่น” ในความรู้สึกนึกคิดของประชาชนได้อย่างไร?

ว่า “ลูกหลานของพวกเขา” และ “อนาคตของประเทศเรา” จะเจริญเติบโตขึ้นอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพอย่างแท้จริง ในบ้านนี้เมืองนี้ •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ