คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
คุยกับทูต | ชนัดดา ชินะโยธิน
Exclusive Talks With Ambassadors | Chanadda Jinayodhin
อาเซอร์ไบจาน…
อาจไม่ใช่อย่างที่คิด
เมื่อเอ่ยถึง “อาเซอร์ไบจาน” สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อย ประเทศแห่งนี้อาจยังเป็นดินแดนที่ค่อนข้างไกลตัว หรือเป็นเพียงชื่อหนึ่งบนแผนที่บริเวณเทือกเขาคอเคซัส
แต่หากได้ทำความรู้จักให้มากขึ้น อาเซอร์ไบจานอาจมีหลายแง่มุมที่ทำให้เราต้องมองประเทศนี้เสียใหม่
นายเอลชิน รากุบ โอกลู บาชีรอฟ (Elchin Ragub oglu Bashirov) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานประจำประเทศไทย เริ่มต้นบทสนทนาด้วยการชวนให้เราก้าวข้ามภาพจำบางอย่าง โดยอธิบายว่า
“อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพและความปลอดภัย แม้จะตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และต้องเผชิญกับความผันผวนอยู่ไม่น้อย ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านบางแห่งยังคงประสบกับความขัดแย้งและความไม่แน่นอน แต่อาเซอร์ไบจานสามารถรักษาสันติภาพและเสถียรภาพไว้ได้ ด้วยนโยบายต่างประเทศที่รอบคอบและมองการณ์ไกลของผู้นำประเทศ
อีกภาพหนึ่งที่น่าสนใจคือ แม้ประชากรส่วนใหญ่ของอาเซอร์ไบจานจะนับถือศาสนาอิสลาม แต่ประเทศนี้เป็นรัฐโลกวิสัย หรือรัฐฆราวาส (secular state) ที่แยกศาสนาออกจากการบริหารประเทศอย่างชัดเจน พร้อมให้ความเคารพต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้คนจากทุกศาสนา
เบื้องหลังภาพของประเทศสมัยใหม่ ยังมีประวัติศาสตร์ที่ชาวอาเซอร์ไบจานภาคภูมิใจ
อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยแห่งแรกในโลกมุสลิมตะวันออก และยังให้สิทธิสตรีในการเลือกตั้งก่อนหลายประเทศในยุโรป
ขณะเดียวกัน โอเปร่าเรื่องแรกของโลกมุสลิมตะวันออกก็ถือกำเนิดขึ้นที่นี่เช่นกัน
เรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นเพียงประตูบานแรก สู่การทำความรู้จักอาเซอร์ไบจาน
เพราะเมื่อก้าวพ้นภาพจำเดิมๆ ไปแล้ว เราจะพบประเทศที่มีทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และความหลากหลายซ่อนอยู่อีกมากมาย”

จากตะวันออกสู่ตะวันตก
อัตลักษณ์ที่หลอมรวมสองโลก
อาเซอร์ไบจานมักได้รับการกล่าวถึงในฐานะ “สะพานเชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชีย” ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ มีส่วนหล่อหลอมอัตลักษณ์ของประเทศอย่างไร
ท่านทูตอธิบายว่า
“ที่ตั้งของอาเซอร์ไบจาน ณ จุดบรรจบของอารยธรรมระหว่างยุโรปกับเอเชีย มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการก่อร่างสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศ
วัฒนธรรมอาเซอร์ไบจานสะท้อนการผสมผสานระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตกอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดทั้งในงานสถาปัตยกรรม ดนตรี และอาหาร
เพียงเดินไปตามถนนในกรุงบากู (Baku) เมืองหลวงของประเทศ ก็สามารถสัมผัสการหลอมรวมทางวัฒนธรรมนี้ได้อย่างชัดเจน
สถาปัตยกรรมตะวันออกแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่เคียงข้างอาคารสไตล์ยุโรปอันสง่างามจากศตวรรษที่ 19 ก่อเกิดเป็นภูมิทัศน์ของเมืองที่มีบุคลิกเฉพาะตัว และบอกเล่ามรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของอาเซอร์ไบจาน”



จากการฟื้นเอกราชในประวัติศาสตร์…
สู่ความภาคภูมิใจของอาเซอร์ไบจานยุคใหม่
หากมองอาเซอร์ไบจานในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จที่ภาคภูมิใจมากที่สุดนั้น
ท่านทูตย้อนกลับไปยังปี 1991 เมื่ออาเซอร์ไบจานได้รับเอกราชกลับคืนมาภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต แต่ช่วงเริ่มต้นของการเป็นประเทศเอกราชกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยอาเซอร์ไบจานต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางทหารกับอาร์เมเนีย ประเทศเพื่อนบ้าน
ตามคำอธิบายของท่านทูต ในสงครามคาราบัคครั้งที่หนึ่ง ซึ่งดำเนินมาจนกระทั่งมีการหยุดยิงในปี 1994 อาร์เมเนียได้เข้าควบคุมดินแดนประมาณร้อยละ 20 ของพื้นที่ที่นานาชาติรับรองว่าเป็นของอาเซอร์ไบจาน
ในช่วงเวลาดังกล่าว คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีมติ 4 ฉบับ เรียกร้องให้กองกำลังอาร์เมเนียถอนออกจากพื้นที่ที่ถูกยึดครองโดยทันทีอย่างสมบูรณ์ และไม่มีเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม ท่านทูตระบุว่า มติดังกล่าวไม่ได้รับการปฏิบัติจากฝ่ายอาร์เมเนีย
กระทั่งในปี 2020 ภายหลังสงครามคาราบัคครั้งที่สอง อาเซอร์ไบจานสามารถกลับเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าว และฟื้นฟูบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศ
สำหรับชาวอาเซอร์ไบจาน เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของประเทศ และยังคงเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของชาติ
ในมุมมองของท่านทูต นี่ไม่เพียงเป็นชัยชนะของอาเซอร์ไบจานเท่านั้น แต่ยังเป็น “ชัยชนะของความยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ”


ไทย-อาเซอร์ไบจาน
: จากมิตรภาพสู่โอกาสใหม่ของความร่วมมือ
นับจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอาเซอร์ไบจานกับไทย ท่านทูตเล่าว่า “นับตั้งแต่ไทยและอาเซอร์ไบจานสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 1992 ทั้งสองประเทศได้รักษาความสัมพันธ์อันดีมาอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของความเคารพ ความเข้าใจ และความร่วมมือซึ่งกันและกัน
ในปัจจุบันไม่มีประเด็นค้างคาในวาระความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยทั้งไทยและอาเซอร์ไบจานต่างมีความมุ่งมั่นที่จะขยายความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่อีกขั้นหนึ่ง
นอกเหนือจากความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีแล้ว ไทยและอาเซอร์ไบจานยังมีความร่วมมือที่ดีในกรอบองค์การพหุภาคีและเวทีระหว่างประเทศต่างๆ
สำหรับอนาคต ท่านทูตมองว่า ยังมีพื้นที่และโอกาสอีกมากในการต่อยอดความร่วมมือในหลากหลายสาขาที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะการค้า การคมนาคมขนส่ง การเกษตร การท่องเที่ยว ตลอดจนการแลกเปลี่ยนและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ”
เรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักอาเซอร์ไบจาน ประเทศที่อาจยังดูห่างไกลและไม่คุ้นเคยสำหรับคนไทยจำนวนมาก ทว่า เมื่อเปิดมุมมองให้กว้างขึ้น เราจะพบว่าประเทศในภูมิภาคคอเคซัสนี้ ยังมีทั้งประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และอีกหลากหลายมิติที่รอให้เราได้ค้นพบ
