
Three Thousand Years of Longing สร้างมาจากเรื่องสั้นของ เอ.เอส.ไบอัตต์ ชื่อเรื่อง The Djinn in the Nightingale’s Eye
เอ.เอส.ไบอัตต์ เป็นนักวิชาการในศาสตร์แห่งการเล่าเรื่อง (narratology) และตัวเองก็เป็นนักเล่าเรื่อง (narratologist) ตัวยงอีกด้วย
กว่ายี่สิบปีมาแล้ว ผู้เขียนเคยแปลผลงานชิ้นเอกของเธอ คือนวนิยายเรื่อง Possession, a Love Story โดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า “นิยายรักข้ามศตวรรษ” เป็นเรื่องราวที่สอดประสานและคู่ขนานกันไประหว่างความรักของหนุ่มสาว 2 คู่ซึ่งมีชีวิตอยู่ในต่างศตวรรษ
ตอนแปลนิยายก็ได้แต่นึกทึ่งในความรู้ความสามารถและความละเอียดประณีตของไบอัตต์ในการถักทอเรื่องราวด้วยเรื่องเล่าหรือนิทานปรัมปราที่เล่าขานกันมาแต่ครั้งอดีตกาลอันผ่านโพ้น นำมาปะติดปะต่อโดยข้ามกาลเวลาข้ามปริภูมิ (สถานที่) ให้ผสานเป็นเอกภาพอันเชื่อมโยงกัน
ตัวเอกในหนัง Three Thousand Years of Longing ที่สร้างมาจากเรื่องสั้นของไบอัตต์ เช่นเดียวกับไบอัตต์ อลิเธีย (ทิลดา สวินตัน) ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ของการเล่าเรื่อง

อลิเธียเป็นนักวิชาการชาวอังกฤษที่ได้รับเชิญจากบริติชเคาน์ซิลไปบรรยายที่อิสตันบูล
เราทราบกันดีว่าตุรกีเป็นประเทศเก่าแก่ซึ่งเป็นที่ตั้งของอารยธรรมโบราณแม้ก่อนหน้าจักรวรรดิโรมันตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นดินแดนเชื่อมต่อหรือประตูที่ผ่านเข้าออกระหว่างยุโรปกับเอเชียและตะวันออกกลาง
เช่นเดียวกับนักเดินทางไปต่างแดนทั้งหลาย อลิเธียไปเดินดูข้าวของในร้านค้าของเก่า ซึ่งคงมีทั้งโบราณวัตถุของจริงของปลอมปะปนกันไป
เธอเหลือบไปเห็นและสะดุดใจกับขวดแก้วลายสีน้ำเงินเก่าคร่ำคร่าดูท่าจะผ่านวันเวลาบนโลกมาเนิ่นนาน จึงซื้อติดมือกลับไปเป็นของที่ระลึก
เมื่อพยายามทำความสะอาดขัดสีฉวีวรรณขวดแก้วใบนั้น ฝาขวดก็หลุดออก และเรื่องอัศจรรย์และน่ากลัวก็บังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอที่อยู่ลำพังในห้องที่โรงแรม
สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติหลุดออกจากขวดมาอยู่ตรงหน้า และโต้ตอบกับเธอเมื่อเธอใช้ภาษาโบราณพูดด้วย
สิ่งเหนือธรรมชาตินั้นเป็นภูตที่เรียกว่า จินน์ หรือบางทีก็เรียกว่า จีนี่ ในเรื่องเล่าของอาหรับหรือในวัฒนธรรมอิสลาม
ภาพที่เรามักเห็นกันบ่อยๆ จินน์มักโผล่ออกจากขวดหรือตะเกียงเป็นฝุ่นธุลีสีดำคลุ้งออกมาก่อน พอออกมาก็ประกอบร่างเป็นทาสผิวดำ แต่งองค์ทรงเครื่องเหมือนมาจากนิยายอาหรับราตรี
บอกว่าให้ผู้ที่ปลดปล่อยเขาเป็นอิสระจากการถูกจองจำอยู่ในตะเกียงหรือขวดมานานปี ขอพรได้สามประการ ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น

จินน์ (ไอดริส เอลบา) ที่อลิเธียกำลังเผชิญหน้าอยู่ในห้องโรงแรมที่อิสตันบุลนี้ ค่อยๆ แปลงร่างจากยักษ์ใหญ่คับห้องน่ากลัวให้เล็กลงในขนาดที่จะติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ได้
และหลังจากพูดจาสื่อสารกันในภาษาปัจจุบันหลายภาษา ก็ไม่เข้าใจกันได้ อลิเธียก็เลยใช้ภาษากรีกโบราณพูดด้วย ภูตจึงได้ตอบโต้คุยกันรู้เรื่อง
จินน์บอกว่าถูกกักขังอยู่ในขวดมาหลายพันปีแล้ว จะต้องทำตามหน้าที่คือทำให้เธอสมหวังในพรสามประการที่ขอ แต่ต้องไม่ใช่พรที่ขออย่างพล่อยๆ หรือขออย่างเสียไม่ได้
ต้องมาจากความปรารถนาของหัวใจจริงๆ โดยไม่ใช่ขอพรที่จะได้รับพรต่อไปอีก ไม่ใช่ขอพรให้มีชีวิตเป็นอมตะ ไม่ใช่ขอพรที่จะทำให้บาปผิดหรือความทุกข์ทรมานจบสิ้นลง
ทว่า อลิเธียเป็นปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญด้านปกรณัมปรัมปราจากหลายวัฒนธรรม เธอจึงไม่ยอมเอ่ยปากขอพร เพราะไม่ไว้ใจว่าภูตมาเล่นตลกกับเธอหรือเปล่า
ระหว่างนั้น จินน์ก็เริ่มเล่าเรื่องราวความเป็นมาแต่ครั้งอดีตกาลนับพันปีที่ผ่านมา
ย้อนไปถึงความหลงใหลที่เขามีต่อราชินีชีบาผู้ทรงเสน่ห์ ซึ่งทำให้กษัตริย์โซโลมอนจับตัวเขาใส่ขวดเอาไปทิ้งกลางทะเลลึก กว่าจะได้มีโอกาสออกมาเป็นทาสรับใช้ของกุลเตนในวังของสุลต่านซูไลมาน และถูกทอดทิ้งข้ามกาลเวลาหลายร้อยปี กว่าจะได้ออกมาสู่โลกกว้างอีกครั้ง แต่ก็ต้องถูกจับใส่ขวดไว้อีก
แล้วยังตามต่อมาด้วยเรื่องราวพิสดารพันลึกต่างๆ นานา กว่าจะมาถึงกาลปัจจุบัน ซึ่งวิทยาศาสตร์และวิทยาการก้าวหน้าไปมาก
จินน์พบว่าตัวเองมีร่างกายที่เป็นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ถูกรบกวนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากมายของโลกแห่งเทคโนโลยี จวบจนอำนาจในตัวก็ค่อยๆ อ่อนพลังลงเรื่อยๆ

“เรื่องเล่า” อันเสกสรรค์ได้อย่างพิสดารพันลึกของภูตในขวดนี้ ทำให้นึกถึงหนังสือประวัติศาสตร์โดยย่อของมนุษยชาติ ที่เขียนโดยยูวาล โนอาห์ ฮารารี คือ Sapiens ซึ่งถือเป็นหนังสือที่ทรงอิทธิพลในเชิงเขย่าโลกและเบิกเนตรคนอ่านยุคปัจจุบันมากที่สุดเล่มหนึ่ง
ฮารารีบรรยายถึงสิ่งสำคัญในการที่เซเปียนส์ก้าวขึ้นครองโลกขั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือสัตว์อื่นทั้งปวง รวมทั้งสิ่งมีชีวิตในสปีชีส์ใกล้เคียงกัน สรุปเป็นความว่า
การเล่าเรื่องเป็นโยงใยสำคัญที่เชื่อมโยงเซเปียนส์เข้าไว้ด้วยกัน
มนุษย์เป็นนักสร้างสรรค์เรื่องราวสลับซับซ้อนจากจินตนาการที่ไม่ได้มีอยู่จริง เล่าขานสู่กันและทำให้คนอื่นๆ เชื่อตามได้
ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงสามารถร่วมมือกันได้เป็นจำนวนมาก และก้าวขึ้นเหนือสัตว์โลกอื่นทั้งปวง
เรื่องเล่าเชื่อมโยงมนุษย์แต่ละกลุ่มไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา เศรษฐกิจ หรืออื่นๆ
ฮารารีบอกว่า มีแต่เซเปียนส์เท่านั้นที่สามารถพูดเป็นตุเป็นตะถึงสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยได้เจอะเจอ ได้พบเห็น ได้สัมผัส หรือได้กลิ่นเลย เซเปียนส์สามารถสร้างเรื่องเล่าถ่ายทอดต่อๆ กันไปยาวนานชั่วลูกชั่วหลาน และยิ่งเล่าต่อกันไป เรื่องเล่าก็ยิ่งดูมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ และเป็นจริงมากขึ้น
ตำนาน เรื่องปรัมปรา พระเจ้า และศาสนา เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกพร้อมกับการปฏิวัติทางความคิด ความสามารถในการแต่งเรื่องราวขึ้นเป็นคุณสมบัติโดดเด่นของภาษาที่เซเปียนส์ใช้สื่อสารกัน
ตัวอย่างขำๆ ที่ฮารารีหยิบยกมาพูดคือ ไม่มีทางที่ใครจะไปขอกล้วยจากมือลิงได้โดยให้คำมั่นสัญญาว่ามันจะได้กล้วยอีกมากมายเมื่อมันตายไปอยู่บนสวรรค์ของลิง
นั่นคือ พลังของเรื่องเล่า ตามที่จั่วหัวไว้ข้างต้น

เรื่องเล่าสามารถสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในหมู่ชน หรือสร้างความแตกแยกร้าวฉานแบบสมานกันไม่ติดก็ได้ทั้งนั้น
เรื่องเล่าจึงมีความสำคัญต่อรากเหง้าของทุกวัฒนธรรม ทุกชาติ ทุกภาษา
เนื้อหาของหนังสร้างมาจากวัฒนธรรมการเล่าเรื่องตั้งแต่อดีตกาลนมนานไกลโพ้น ซึ่งยังคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน
ลองถามดูสิคะ ว่าใครบ้างไม่รู้จักเรื่องภูตจีนี่ในขวดหรือในตะเกียง ที่ให้พรสามประการแก่ผู้เปิดขวด/ถูตะเกียง
หนังเรื่องนี้แทบจะเล่นกันเพียงสองคน ตัวละครอื่นๆ อีกไม่กี่คนเป็นแค่ตัวประดับฉากเดินเข้าฉากมาแล้วก็ผ่านออกไปเท่านั้นเอง
ฝีมือการแสดงของทิลดา สวินตัน กินขาดกับทุกบทที่เธอแสดงจริงๆ
หาดูได้ใน Netflix นะคะ •

THREE THOUSAND YEARS OF LONGING
กำกับการแสดง
George Miller
นำแสดง
Tilda Swinton
Idris Elba

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
