bg-single

‘ยุคสมัยอันกะพร่องกะแพร่ง’ | ปราปต์ บุนปาน

03.01.2025

หนึ่งในซีรีส์/ละครโทรทัศน์ไทยที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง (ทั้งแง่มุมด้านบวกและลบ) ในปี 2567 ก็คือ “แม่หยัว”

คิดว่าคนที่ได้ชมซีรีส์/ละครเรื่องนี้ครบถ้วนทั้ง 10 ตอน คงสังเกตเห็นสิ่งที่อาจจะเป็นทั้ง “ลักษณะเด่น” “จุดแปลกประหลาด” และ “ปัญหาใหญ่” ของ “แม่หยัว”

นั่นก็คือ ทีมงานผู้สร้างได้ตัดสินใจที่จะไม่กล่าวถึงตัวละครร่วมยุคอย่าง “พระเทียรราชา” และ “สุริโยไท” เลย ราวกับตัวแสดงทางการเมืองกลุ่มนี้ไม่มีตัวตนอยู่ใน “ประวัติศาสตร์”

หากจะวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างจริงจัง แนวทางที่คนทำซีรีส์ “แม่หยัว” เลือก ก็คือการนำเอา “ส่วนเสี้ยวของประวัติศาสตร์” มาขยายให้ใหญ่โต เหมือนกับมันเป็น “ภาพรวมทั้งหมด” ของประวัติศาสตร์หน้าดังกล่าว

แลกมากับการที่ซีรีส์ต้องสูญเสียศักยภาพในการอธิบายความสืบเนื่อง ตลอดจนภาวะแตกหักตัดขาด ที่บังเกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์หน้านั้น

รวมถึงเป็นการลดทอนมิติความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างชนชั้นนำกลุ่มต่างๆ ในสมัยอยุธยา ให้กลายเป็นเพียงปัญหาเรื่องกิเลสตัณหาและความมัวเมาในอำนาจของมนุษย์ไม่กี่คน

พูดสั้นๆ อีกแบบได้ว่า “ประวัติศาสตร์ในแม่หยัว” เป็นประวัติศาสตร์ที่มองไม่เห็นยุคสมัยทั้งยุค

แต่ถ้าจะพยายามทำความเข้าใจผู้สร้างมากขึ้น ทางเลือกเช่นนี้ก็เป็นการนำเอาประวัติศาสตร์มารับใช้ปัจจุบันได้น่าสนใจไม่น้อย

ไม่ว่าเหตุผลหลักจะเป็นเพราะคนสร้างต้องการให้ซีรีส์โฟกัสไปที่ตัวละครนำเด่นชัดขึ้น ด้วยโครงสร้างเรื่องราวที่กระชับขึ้นและซับซ้อนน้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะความต้องการที่ไม่อยากให้ “แม่หยัว 2567” มีลักษณะซ้ำรอยกับ “สุริโยไท 2544” ของ “ท่านมุ้ย-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล” มากเกินไป

กระนั้นก็ดี เรื่องเล่าของ “ยุคสมัยที่ขาดพร่อง” ใน “แม่หยัว” กำลังบ่งบอกเราว่า ประวัติศาสตร์สามารถถูก “ตัดตอน” ได้

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดกับ “แม่หยัว” นั้น เป็นการมองย้อนกลับไปยัง “ประวัติศาสตร์อันไกลโพ้น” เพื่อเลือกหยิบ “อดีตบางส่วน” มาใช้สอยในปัจจุบัน

ทว่า เรื่องที่อยากชวนคุยชวนคิดในอีกมุมหนึ่ง ก็คือ เวลาพวกเรา ณ ยุคปัจจุบัน ทำการวิเคราะห์สถานการณ์-ภาพรวมต่างๆ ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง เพื่อประเมินความเป็นไปได้ใน “อนาคตทั้งไกลและใกล้”

เราได้ลงมือ “ตัดตอน-มองข้ามประวัติศาสตร์ระยะใกล้” หน้าไหนไปบ้าง? หรือเลือก “ตัดทอนส่วนเสี้ยวองค์ประกอบของยุคสมัยปัจจุบัน” ชิ้นใดทิ้งไป?

คิดว่าแต่ละคน (ถ้ายังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนสมบูรณ์และไม่โกหกหลอกลวงตัวเองจนเป็นนิสัย) ก็คงมีคำตอบอยู่ในใจว่า เราตัด “เหตุ-ปัจจัย-ข้อเท็จจริง” อะไรออกไปจากวิสัยทัศน์ของตนบ้าง

 

แน่นอน ปลายทางที่เราพบเจอก็ไม่คงไม่แตกต่างจาก “ยุคสมัยอันกะพร่องกะแพร่ง” ซึ่งปรากฏในซีรีส์เรื่อง “แม่หยัว”

โดยราคาที่พวกเราต้องจ่าย ก็คือ อาการไม่เข้าใจ “ภาพรวมของยุคสมัย” อย่างที่มันเป็นจริงๆ

บางคนอาจ “หลงทาง-ออกนอกลู่นอกทาง” หรือบางคนอาจพเนจรร่อนเร่ไป “ผิดทิศผิดทาง” หรือมองเห็นอะไรแบบ “ผิดฝาผิดตัว” ไปไกลสุดกู่

นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ลงมือ “ตัดทอน” อะไรออกไปจากการมองโลกของตนเอง

คงมีคนอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งตัดสินใจถูก ด้วยการเลือกขจัด “รายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่ค่อยมีสาระ” ทิ้งไปเสียบ้าง จนสามารถเดินมุ่งหน้าไปบนหนทางอันราบรื่นและกระจ่างแจ้งชัดเจน

แต่โชคร้าย ที่เราส่วนใหญ่มักเผอเรอตัด “สาระสำคัญ” ทิ้งไป จนพบเจอเพียงปัจจุบันและอนาคตอัน “ขาดพร่อง” •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
‘เห่เรือ’ ไม่มี สมัยอยุธยา
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’