
บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
ตุ๊กตามิชลิน = เครื่องแสดงฐานะ
ตุ๊กตามิชลิน (Michelin) มีชื่อว่า Bibendum เป็นตุ๊กตาที่สร้างจากยางรถยนต์ ไม่ใช่ “มัมมี่” เหมือนที่หลายคนคิด
Bibendum ชื่อเล่น Bib หมายถึง Michelin Man ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1898 จากฝีมือการออกแบบของ O’Galop นามปากกาของ Marius Rossillon นักวาดการ์ตูนชาวฝรั่งเศส
Bibendum ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกองยางรถยนต์ที่ถูกนำไปแสดงในงาน Lyon Universal Exhibition ปี ค.ศ.1894
“ดูสิ ถ้ามันมีแขนนะ มันจะดูเหมือนคนเลยล่ะ” ?douard Michelin ผู้ก่อตั้ง Michelin กล่าวกับ Andr? Michelin พี่ชายของเขา
อ่านถึงตรงนี้ แฟน “มติชนสุดสัปดาห์” หลายท่านอาจสงสัย ว่าเหตุใดตุ๊กตาที่สร้างมาจากยางรถยนต์จึงมีสีขาว?

เหตุผลก็คือ “ยางรถยนต์สีดำ” นั้น เพิ่งเริ่มมีในปี ค.ศ.1912 แต่ Bibendum ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1898 ตัวมันจึงเป็นสีขาวนั่นเอง
เพราะก่อนหน้าปี ค.ศ.1912 ยางรถยนต์ทั่วโลกยังคงมีสีขาว หรืออาจมีสีเทา และสีน้ำตาล แต่ยังไม่มีสีดำ
ต่อมาได้มีการพัฒนาสูตรใหม่โดยเติมผงคาร์บอนลงไปเพื่อเป็นสารกันเสีย และช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทาน ทำให้ยางมีสีดำเหมือนที่เราเห็นเช่นทุกวันนี้
ปีนี้ Bibendum อายุ 127 ปีแล้ว เขาเคยได้รับรางวัล Icon of the Millennium จาก Advertising Week
โดย Bibendum ถือเป็นหนึ่งในเครื่องหมายการค้าเก่าแก่ที่สุด ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้คนทั่วทุกมุมโลก และมีอิทธิพลทางอารมณ์มากที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชื่อของเขาได้ถูกนำไปตั้งเป็นหมวดหมู่สำหรับร้านอาหารรสเลิศ แต่ราคาย่อมเยาว์ใน Michelin Guide หรือ Bib Gourmand
อย่างไรก็ดี Bibendum ยุคแรกไม่ได้น่ารักในสไตล์หมีเนย หรือหมูเด้ง แต่ค่อนข้างดูดิบเถื่อนเลยทีเดียว เพราะ Bibendum ในยุคนั้นจัดเต็มทั้งเหล้าบุหรี่
Bibendum มักยกแก้วเหล้าขึ้นแล้วพูดว่า “Nunc est Bibendum” ซึ่งเป็นภาษาละตินเสมือนการชวนสิงห์รถบรรทุกหลังเลิกงานว่า “ได้เวลาดื่มฉลองแล้ว!”
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขามักปรากฏตัวพร้อมท่าคาบบุหรี่สุดเท่ และถือแก้วเบียร์ที่เต็มไปด้วยตะปูและเศษแก้ว นั่นคือการสื่อสารว่ายาง Michelin ทนทานต่อสิ่งเหล่านี้
ต่อมา Bibendum ถูกยกระดับด้วยการดื่มไวน์ และสูบซิการ์ เพื่อดึงดูดชนชั้นสูงที่ร่ำรวย และมีฐานะพอจะซื้อรถหรู ตามด้วยบทบาทหนุ่มเจ้าเลห์จอมเพลย์บอย ในมาดนักเต้นรำลีลาพลิ้วในตลาดที่อิตาลี
นำไปสู่การได้เป็นคอลัมน์ประจำในนิตยสารท่องเที่ยวของอิตาลีตั้งแต่ปี ค.ศ.1907 บทความแรกประเดิมด้วยรายงานข่าวปาร์ตี้ Ball of Nations
โดย Bibendum ได้เขียนในคอลัมน์คล้ายจดหมายรัก ชื่นชมเหล่าหญิงสาวในงานปาร์ตี้ ผู้เสมือนตัวแทนของวัฒนธรรมอิตาลี
นอกจากนี้ Bibendum ยังเคยได้รับเชิญให้ไปร่วมเป็นแขกพิเศษในซีรีส์การ์ตูนฝรั่งเศสเรื่อง Asterix ในฐานะตัวแทนจำหน่ายล้อรถม้า
แถมด้วยการร่วมแสดงในหนังสั้นฝรั่งเศสเรื่อง Logorama ความยาว 16 นาที ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ในปี ค.ศ.2010 อีกด้วย
ทศวรรษ 1920 ที่ภาพลักษณ์ของ Bibendum ได้ถูกปรับให้ดูอ่อนโยน และเป็นมิตรกับเด็กๆ ดูเป็นแฟลมิลี่แมนมากขึ้น
เพราะเขาเลิกดื่มแอลกอฮอล์ และเลิกบุหรี่ (นี่คือเรื่องจริง!) และหันมาออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬามากขึ้น
เป็นที่ทราบกันดี ว่าตัวตนของ Bibendum นั้นไม่ใช่คนช่างพูดแต่อย่างใด
เพราะดูเหมือนว่า เขาจะเคยเอ่ยปากออกมาเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต คือในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1898 ณ งานแสดงจักรยานที่กรุงปารีส
Andr? Michelin พี่ชายของ ?douard Michelin ผู้ก่อตั้ง Michelin ได้สั่งให้คนตัดกระดาษแข็งขนาดใหญ่เป็นรูป Bibendum เพื่อนำไปติดตั้งที่บูธของ Michelin
Andr? Michelin ประกาศรับสมัครผู้ที่มีคุณสมบัติ “วาทศิลป์เป็นเลิศ” “มีไหวพริบและกระตือรือร้น” และ “ฉลาดแต่ไม่หยาบคาย”
ทำให้มีคนมาสมัครอย่างท่วมท้นจนก่อให้เกิดความชุลมุนวุ่นวาย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องถูกเรียกเข้ามาเพื่อดูแลความสงบ
สุดท้าย นักแสดงคาบาเร่ต์คนหนึ่ง ซึ่งเล่นบทตัวตลกเป็นอาชีพ ได้รับการคัดเลือก เขาถูกสั่งให้แอบอยู่ข้างหลังรูปกระดาษแผ่นนั้นของ Bibendum เพื่อพากย์เสียงเป็น Bibendum ที่บูธของ Michelin
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 เมื่อโฆษณาของ Bibendum ถูกเผยแพร่ไปทุกที่ ทั่วทุกมุมโลก เรากลับไม่เคยเห็นเขาพูดอะไรอีกเลย
นี่เป็นความตั้งใจของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาแถวหน้าของโลก Campbell-Ewald ที่กำหนดไว้ว่า “ความเงียบของ Bibendum เป็นศิลปะ”
“แม้จะเป็นคนที่เงียบแต่เขาก็ยังแข็งแกร่ง” John Stewart ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Campbell-Ewald ได้กล่าวเอาไว้
ทำให้ Bibendum เป็นที่รักของคนส่วนใหญ่ ถึงขนาดมีเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเขา Eileen Grey นักออกแบบชื่อก้องโลก ได้ประดิษฐ์เบาะนั่งนุ่มสบาย
ที่รู้จักกันในชื่อ “เก้าอี้ Bibendum” ในปี ค.ศ.1900 และยังคงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ว่าเป็นหนึ่งในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดของศตวรรษที่ 20
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bibendum Restaurant and Oyster Bar ร้านอาหารในย่าน Fulham กรุงลอนดอน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในปี ค.ศ.1986
Bibendum Restaurant and Oyster Bar เป็นโครงการร่วมกันระหว่าง Sir Terence Conran และ Lord Paul Hamlyn เจ้าของภัตตาคารชื่อดังชาวอังกฤษ
โดยทั้งคู่เข้าซื้อกิจการ Michelin House อาคาร Art Deco ซึ่งเคยเป็นสำนักงานใหญ่ Michelin ในอังกฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1911 จนกระทั่งบริษัทย้ายออกไปในปี ค.ศ.1985
จะเห็นได้ว่า ตุ๊กตา Bibendum หรือ “ตุ๊กตามิชลิน” เป็นตุ๊กตาที่มีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากจะปรากฏตัวในสถานที่ดังๆ หลายแห่งทั่วทุกมุมโลกแล้ว
บรรดาคนขับรถบัสโดยสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่าสิงห์รถบรรทุกในต่างแดน ทั้งที่ใช้ยางมิชลินและไม่ได้ใช้ ต่างนิยมชมชอบ ด้วยการประดับตกแต่ง “ตุ๊กตามิชลิน” ไว้ที่ด้านหน้าของรถ
เพียงแต่ว่า จะมีการตกแต่งด้วย “ตุ๊กตามิชลิน” เพียงเล็กน้อย คือ 1 ตัว หรือ 2 ตัวเท่านั้น ต่างจาก “สิงห์รถบรรทุก” แดนสยาม ที่พากันติด “ตุ๊กตามิชลิน” กันหลายสิบตัว
ผู้ใช้ Tiktok truckdriver789 ได้เปิดเผยถึงเหตุผลที่รถบัส และรถบรรทุกบ้านเรานิยมติดตุ๊กตามิชลินไว้ที่หน้ารถ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายท่านอาจจะเพิ่งทราบ
ว่า การติด “ตุ๊กตามิชลิน” ไว้ที่หน้ารถใหญ่นั้น เป็นการแสดงฐานะ
“ไม่รวยจริงไม่มีติดนะ”
ผู้ใช้ Tiktok truckdriver789 ระบุว่า สาเหตุที่ “ตุ๊กตามิชลิน” เป็นที่นิยมในหมู่คนขับรถบัส และ “สิงห์รถบรรทุก” ก็เพราะว่า มันเป็นสิ่งบ่งบอกถึงฐานะของเจ้าของรถ
เพราะการจะเป็นเจ้าของ “ตุ๊กตามิชลิน” สักตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสนนราคาของ “ตุ๊กตามิชลิน” ไม่ใช่ถูกๆ
ด้วยราคาที่เริ่มต้น 800 บาทต่อตัว มันจึงเป็นเหมือนของสะสมที่แสดงถึงความอู้ฟู้ของผู้ขับขี่
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคา “ตุ๊กตามิชลิน” จะเพิ่มขึ้นตามขนาด และลูกเล่นที่เพิ่มขึ้น เช่น รุ่นลิมิเต็ด หรือรุ่นที่มีไฟเรืองแสงในตัว ราคาก็จะสูงขึ้นไปอีก เป็นต้น
เรียกได้ว่า “ตุ๊กตามิชลิน” คือความภาคภูมิใจของพี่ๆ คนขับรถบัส และพี่ๆ “สิงห์รถบรรทุก” ก็ว่าได้
เปลี่ยนยางรถบรรทุก 10 เส้น แถม “ตุ๊กตามิชลิน” 1 ตัว ยางเส้นละ 12,000 บาท ไม่รวยจริงไม่มีติดนะ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
