bg-single

‘นักการเมือง 3 แบบ’ ในสภา

27.03.2025

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ผ่านพ้นไปแล้วเรียบร้อย

เรื่องผลโหวต ณ ขั้นตอนสุดท้าย ไม่มีประเด็นน่าเซอร์ไพรส์หรือผิดคาดนัก ทว่า เรื่องราวระหว่างทางกลับถูกประเมินค่าอย่างแตกต่างหลากหลายกันไป

อย่างไรก็ดี พื้นที่คอลัมน์นี้อยากจะขออนุญาตประเมินการอภิปรายไม่ไว้วางใจหนที่ผ่านในอีกแบบหนึ่ง อีกแง่มุมหนึ่ง

กล่าวคือจะไม่ให้คะแนนแก่การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล กระทั่งประธาน-รองประธานสภา

ไม่ขอฟันธงว่าใคร-ฝ่ายไหน ทำหน้าที่ได้ดีกว่า หรือทำหน้าที่ได้แย่กว่า

แต่พยายามจะพินิจพิเคราะห์ว่า ศึกซักฟอกรอบนี้บ่งชี้ว่าบรรดา “นักการเมือง” ทั้งหลายในสภา ตีความภารกิจหรือกำหนดหน้าที่-พันธกิจทางการเมืองของตนเองไว้อย่างไรบ้าง

 

“นักการเมือง” ประเภทแรก ดูจะหวังและตั้งใจเข้ามา “ทำงานการเมือง” แบบจริงจัง

“การทำงานการเมืองแบบจริงจัง” มิได้หมายความว่า นักการเมืองกลุ่มนี้อยากได้ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อยากได้ตำแหน่งรัฐมนตรี อยากเป็นใหญ่เป็นโตในฐานะผู้เข้าถึงหรือครอบครองอำนาจรัฐ

แต่หมายถึง “นักการเมือง” ที่ปรารถนาจะสร้างความเปลี่ยนแปลง ปรารถนาจะผลักดันนโยบายใหญ่ๆ ปรารถนาจะสะท้อนให้คนอื่นๆ ในสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาสำคัญบางเรื่อง ผ่านการใช้ “สิทธิอำนาจทางการเมือง” ของตนอย่างเต็มศักยภาพ

“คนการเมือง” บางคนลงสมัครรับเลือกตั้งและเดินเข้ามาทำงานในสภา ด้วยพันธกิจและความเชื่อเช่นนี้ อย่างน้อยก็ในห้วงเวลาหนึ่ง ในช่วงวัยหนึ่ง

สังคมการเมืองไทยไม่เคยสิ้นไร้ “นักการเมือง” ประเภทนี้ แม้กระทั่งในยุคสมัยปัจจุบัน

 

“นักการเมือง” ประเภทที่สอง นั้นดูจะมุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์และประคับประคองสถานภาพดั้งเดิม (อันได้เปรียบเหนือคนส่วนใหญ่) ของตนเองและเครือข่ายเอาไว้เรื่อยๆ

บางคนสานต่อพันธกิจนี้ ด้วยกระบวนท่าถีบถอย ถีบถอย ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ หรือไม่ก็ปลีกตัวเงียบหายไปแบบเงียบๆ เฉยๆ

บางคนพยายามยื้อยุดสถานะ-ความสำคัญของตัวเอง โดยหารู้ไม่ว่ากำลังกลายเป็นตัวตลก หมดสภาพ ไร้ราคา ให้คนอื่นหัวร่อล้อเลียน

บางคนยินยอมเสียสละต้นทุนทางสังคม เกียรติยศ เกียรติคุณ ความน่านับถือเก่าๆ ที่เคยสั่งสมมานาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ก้อนสุดท้ายเอาไว้ ราวกับว่านี่คือราคาที่จำเป็นต้องจ่ายให้แก่การกระเสือกกระสนดิ้นรนเฮือกสุดท้ายในชีวิตทางการเมืองของตน

 

แล้วก็ยังมี “นักการเมือง” ประเภทที่สาม ซึ่งพลัดหลงเดินงงงวยเข้ามาสู่วงจรอำนาจ แวดวงการเมือง ในลักษณะที่ “ไม่ได้อยากทำงานการเมือง” จริงๆ หรือไม่ได้ปรารถนาจะพัฒนาให้สังคมการเมืองมีสภาพดีงามขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

แต่คล้ายว่า “คนการเมือง” ประเภทนี้ จำเป็นต้องเข้ามา “ปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง” รับตำแหน่งและรับผิด-รับชอบทางการเมือง ด้วยเหตุผลอื่นๆ ซึ่งยึดโยงกับความสัมพันธ์ทางสังคมชุดอื่นๆ

โดยมิได้คำนึงถึงปณิธานทางการเมืองของตนเอง แม้กระทั่งผลประโยชน์เฉพาะบุคคลของตนสักเท่าใดนัก

คำถามที่พลเมืองไทยต้องตอบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก็คือ พวกเราอยากเลือก “นักการเมือง” แบบไหน ให้เข้าไปบริหารปกครองบ้านเมืองแทนเรา? •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ
‘เห่เรือ’ ไม่มี สมัยอยุธยา
FACING EL CHAPO | ‘จับตัวเจ้าพ่อ’