bg-single

ปฏิทินราคา 50 ล้าน : สัญลักษณ์ของความไม่คุ้มค่า ที่ผู้ประกันตนท้วงถาม

26.05.2025

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ต้องบอกว่าประเด็นปฏิทินประกันสังคมที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของกระดาษพิมพ์ราคาแพงที่ห้อยอยู่ตามฝาผนัง แต่มันคือภาพสะท้อนของวิธีคิดในการบริหารจัดการเงินมหาศาลที่ผู้ประกันตนกว่า 24.6 ล้านคนฝากไว้ให้ดูแล

แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องปฏิทินประกันสังคมถูกตั้งคำถาม

แต่ในยุค Social Media เข้มข้นต้องให้เครดิตจาก “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ที่กล้าเปิดเผยข้อมูลจากงาน “Hack งบประกันสังคม” ว่าสำนักงานประกันสังคมได้ใช้งบประมาณจัดทำปฏิทินไปแล้วกว่า 450 ล้านบาทใน 8 ปีที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยปีละ 50-70 ล้านบาท

ตัวเลขนี้อาจดูเล็กเมื่อเทียบกับกองทุนประกันสังคมที่มีเงินหมุนเวียนนับล้านล้าน

แต่มันเป็นภาพสะท้อนของความไม่คุ้มค่าที่เกิดขึ้นในระบบ ทั้งที่เงินทุกบาททุกสตางค์มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการทั่วประเทศ

น่าขันที่ว่าในแต่ละปีมีการผลิตปฏิทินมากถึง 4.1 ล้านฉบับ แบ่งเป็นแบบแขวน 3.7 ล้านฉบับ และแบบตั้งโต๊ะ 4 แสนฉบับ โดยที่ต้นทุนการผลิตจริงๆ สำหรับปฏิทินตั้งโต๊ะอยู่ที่ราว 40 บาทต่อชิ้น และปฏิทินแขวนราว 20 บาทต่อชิ้น

นอกจากความพ้นสมัยของปฏิทิน ยังมีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าว่ากระบวนการผลิตโปร่งใสเพียงใด

คำตอบส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ใน 5 ปีหลังนี้ มีเพียง 1 ปีเท่านั้นที่ใช้วิธี E-Bidding ส่วนที่เหลือเป็นการใช้วิธีกรณีพิเศษ 2 ปี และวิธีเฉพาะเจาะจงอีก 2 ปี

และน่าแปลกที่ปีที่ใช้ E-Bidding กลับเป็นปีที่มีงบประมาณน้อยที่สุด ซึ่งบ่งชี้ว่าการเปิดให้มีการแข่งขันอย่างโปร่งใสอาจทำให้ราคาถูกลงได้

ข้ออ้างที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ใช้ในการแก้ตัวคือ ปฏิทินเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้ประกันตนในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต ต้องใช้ปฏิทินในการสื่อสารข้อมูลสิทธิประโยชน์ต่างๆ

แต่ในยุคที่แทบทุกคนมีสมาร์ตโฟน คำอ้างนี้ฟังดูขัดแย้งกับความเป็นจริง และที่น่าขันกว่านั้นคือ ผู้ที่อยู่ห่างไกลกลับเป็นกลุ่มที่มักจะไม่ได้รับการแจกปฏิทินเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ

แรงกดดันจากสังคมทำให้รัฐมนตรีต้องออกมาประกาศว่าจะทำประชาพิจารณ์ว่าจะยกเลิกหรือดำเนินการจัดทำปฏิทินต่อไป

โดยสำนักงานประกันสังคมได้เริ่มสำรวจความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2568 ผ่านแบบสอบถามออนไลน์

หากผลสำรวจบ่งชี้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการปฏิทินอีกต่อไป ก็จะยกเลิกการพิมพ์ในปี 2570

ล่าสุด ผลประชาพิจารณ์เบื้องต้นปรากฏว่ามีผู้ให้ความเห็นไม่ต้องการปฏิทินมากถึง 60% สะท้อนเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า

แต่ดูเหมือนว่าการยกเลิกเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะเป็นเพียงงบประมาณราว 0.1% จากงบฯ บริหารสำนักงานก็ตาม

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของระบบราชการที่มักจะยึดติดกับแนวทางเดิมๆ

หรืออาจมีผลประโยชน์บางอย่างที่ไม่อยากให้หลุดลอยไป

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีได้ตั้งเกณฑ์ไว้ล่วงหน้าว่า หากมีคนประมาณร้อยละ 30-40 เห็นว่ายังจำเป็น ก็จะยังทำปฏิทินต่อไป

นั่นหมายความว่าแม้มีคนเกินครึ่งไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามีคนราวหนึ่งในสามเห็นด้วย ก็อาจใช้เป็นเหตุผลในการดำเนินการต่อได้

ซึ่งขัดกับหลักการปกครองแบบเสียงส่วนใหญ่โดยสิ้นเชิง

อนุกรรมการประชาสัมพันธ์สัดส่วนผู้ประกันตนพยายามผลักดันการตัดงบประมาณที่ไม่คุ้มค่า ไม่โปร่งใส และเดินหน้าสู่การประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น เข้าใจผู้คนได้มากขึ้น

แต่ดูเหมือนทางสำนักงานจะพยายามยื้อเวลาออกไป รวมถึงกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับการผลิตปฏิทินที่พยายามโยงประเด็นเรื่องยกเลิกการผลิตปฏิทินเข้าสู่ประเด็นทางการเมืองเพื่อโจมตีกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าอันเป็นคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงครั้งแรก

ประเด็นปฏิทินประกันสังคมนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาคนบางกลุ่ม และหากมองเป็นสัดส่วนของงบประมาณทั้งหมดก็เพียง 0.1% เท่านั้น

แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของการตรวจสอบถ่วงดุลที่สำคัญในสังคมประชาธิปไตย

เมื่อประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเริ่มตั้งคำถามกับการใช้เงินกองทุนที่ตนเองมีส่วนร่วม

นี่คือก้าวย่างสำคัญของการมีส่วนร่วมและความโปร่งใสที่ควรเกิดขึ้นในทุกมิติของการบริหารเงินของผู้ประกันตน

งบประมาณการบริหารจึงควรถูกจัดเพื่อกิจการของประกันสังคมมากกว่าการเป็นโครงกดารกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวาของกระทรวงแรงงานว่าหากไม่รู้จะนำงบประมาณจากตรงไหนก็หันเข้าหาประกันสังคม ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์ของงบประมาณประกันสังคม

สุดท้าย คงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลประชาพิจารณ์อย่างเป็นทางการจะออกมาอย่างไร

และจะมีการปรับเปลี่ยนการบริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตนอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่

งบประมาณกว่า 50 ล้านบาทต่อปีที่ใช้ทำปฏิทิน แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของงบฯ ทั้งหมด

แต่หากนำไปใช้ในการพัฒนาสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของผู้ประกันตน

ก็จะเกิดคุณค่ามากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กำกับและตัดต่อ
สุดารัตน์ ถามประชาชนจะเชื่อมั่นในความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบ คดีฮั้วเลือก สว.ได้ ?
เชลยศึกสงครามลาว (35)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (18) การตีความละคร Return to the East
E-DUANG | ทำไม ประยุทธ์ จันทร์โอชา แตกกับ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ชลบุรีเร่งยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รับโอกาสจากพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 5) : เรื่อง บรรทัดฐานคำตัดสินศาลโลก | สุรชาติ บำรุงสุข
อะธีนา พระแม่ผู้เป็นเทพีประจำเมืองเอเธนส์ ของชาวกรีกโบราณ
‘ลำไส้ ลำแสง’ นิทรรศการที่ถ่ายทอดภาพ ที่ถูกขับออกมาจากภายในร่างกาย อย่างตรงไปตรงมา โดย ณัฐพล สวัสดี
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (180)
มองข้ามช็อต ศึก 3 เส้า ทะเลจีนใต้เดือด กลางเวทีแชงกรีล่า ทำไมไทยควรใส่ใจจริงๆ
ANTA แบรนด์กีฬาจีน ท้าชน NIKE ADIDAS