เมื่อเร็วๆ นี้ ไปร่วมกิจกรรมงาน Real ConNext 2025 ที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา งานชุมนุมผู้เคยเข้าอบรม Next Real รวมสิบสี่รุ่น

ในงาน มีเศรษฐา ทวีสิน ผู้ร่วมก่อตั้งหลักสูตรและวิทยากร มาเปิดงาน มาเล่าถึงประสบการณ์เมื่อครั้งที่ไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เนื้อหาที่บรรยาย เป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังแบบง่ายๆ สบายๆ เหมือนครูสอนหนังสือนักเรียน เหมือนนักธุรกิจรุ่นพี่แนะนำรุ่นน้อง โดยสาระนั้น ครอบคลุมหลายเรื่อง ทั้งนักการเมือง ปัญหา

จีโอโพลิติกส์ ประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ

หนึ่งในนั้น เป็นเรื่องอนาคตที่ไม่อยู่ในกระแส ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมือง อดีตนายกฯ เศรษฐากล่าวว่า ในปีปัจจุบัน บ้านเรามีประชากรอยู่หกสิบหกล้านคน แต่ในอนาคตต่อไปอีก 60 ปีข้างหน้า จำนวนดังกล่าวจะลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียวคือ เหลือแค่สามสิบสามล้านคน ตัวเลขนี้จะส่งผลให้อุปสงค์ความต้องการที่อยู่อาศัยลดลงอย่างแน่นอน

ซึ่งเรื่องนี้ ตรงกับสถิติในปี พ.ศ.2564 พบว่าจำนวนเด็กที่เกิดใหม่ทั่วประเทศเท่ากับ 485,085 คน ขณะเดียวกัน จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วประเทศเท่ากับ 550,042 คน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า จำนวนประชากรไทยลดลง ด้วยมีผู้เสียชีวิตมากกว่าผู้ที่เกิดใหม่ ถึง 64,957 คน

ถ้าหากอัตราการเกิดและการตาย ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป บทสรุปของอดีตนายกฯ ย่อมเกิดขึ้นได้แน่นอน ประเทศไทยจะมีสภาพคล้ายหลายประเทศที่เผชิญกับปัญหาประชากร ที่ส่งผลไม่เฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หากรวมถึงทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

อย่างเช่น ความขัดแย้ง หลังจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสโก้ ประมุขคริสตจักรคริสเตียนคาทอลิก ตำหนิคู่รักชายหญิง ที่เลือกจะเลี้ยงสัตว์แทนการมีบุตรว่า เป็นคนเห็นแก่ตัว และกำลังสูญเสียความเป็นมนุษย์

หลายปีก่อน ประเทศสวีเดนกำหนดให้การเพิ่มจำนวนจำนวนประชากรเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อไม่ให้ประเทศสวีเดนที่มีประชากรเพียงสิบล้านคน หายไปในแผนที่โลก ประกาศให้การมีบุตร เป็นหนึ่งในหน้าที่พลเมือง เช่นเดียวกับการเกณฑ์ทหาร หรือการเสียภาษี ประกาศนโยบาย Speed Premium ให้โอกาสพ่อแม่ลาพักงานได้นานถึงสิบหกเดือนเพื่อเลี้ยงดูบุตร ในช่วงเวลาตั้งแต่เกิด จนถึงอายุ 12 ปี โดยสามารถแบ่งระยะเวลา และตัวผู้เลี้ยงดูได้โดยจะได้รับเงินเดือนสูงถึงร้อยละแปดสิบ

ผลจากนโยบายดังกล่าว ทำให้อัตราการเกิดในสวีเดนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.5 ในปี พ.ศ.2541 เป็นร้อยละ 2.0 ในปี พ.ศ.2553 และกลายเป็นต้นแบบให้กับหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เป็นต้น

แต่ทิศทางของบ้านเรา คงตรงข้ามกับบ้านเขา ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ และการสมรสเพศเดียวกัน รวมทั้งจำนวนสัตวแพทย์และคลินิกสัตว์เพิ่มมากขึ้น

เช่นเดียวกับเรื่องประชากร ด้วยบ้านเรามีคนต่างถิ่นมาช่วยเพิ่มตัวเลขตลอดมา ตั้งแต่เพื่อนบ้านที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา กุลีพ่อค้าจีนเข้ามาหากินตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์

บรรดาลูกหลานพวกเขาเหล่านั้น ปัจจุบันก็กลายเป็นคนไทย ยังไม่นับลูกครึ่งทหารอเมริกัน สมัยสงครามเวียดนาม ที่ทุกวันนี้ กลายเป็นดารา นักร้อง และนางงาม ทรัพยากรสำคัญในอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์

ส่วนแรงงานภาคบริการและอุตสาหกรรมปัจจุบัน ล้วนเป็นคนต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้ อาทิ พม่า ลาว เขมร ฯลฯ และจากประเทศเพื่อนบ้านไกล อาทิ เนปาล บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ยังไม่นับจีนเทาที่กำลังเป็นข่าว

ดังนั้น ประเทศไทยจะไม่หายไปจากแผนที่โลกแน่นอน •

 

มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รัฐประหาร 2520 ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ศุภชัย เบรกกระแสฮั้วสว. ปม‘สำนวนคณะ 26’ ชี้ต้นทางยังพิสูจน์ไม่ได้ เตือนอย่าเพิ่งเชื่อเพียงเพราะเขาพูดกันมา
“ประชาธิปัตย์” ต้อนรับ “ปุ๊น ตรีรัตน์” ร่วมพรรค มอบบทบาทเสริมทัพนโยบายพลังงาน-เศรษฐกิจ ชูเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเพื่อประชาชน
‘โครงการหิ่งห้อย’ โดย CKPower ส่งต่อความเชี่ยวชาญ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน
ผู้คิดค้น Bluetooth ให้เราฟังเพลงเพราะๆ
จากฮอร์มุซสู่มะละกา : ข้อคิดเรื่องความเสี่ยงทางภูมิเศรษฐศาสตร์
กลไกอุดมการณ์หนังไทย ก่อนลั่นไกฆ่านกพิราบ 6 ตุลา 19
นโยบาย ‘กระเตง’ พม่า! ความท้าทาย ในนโยบายต่างประเทศไทย
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (191)
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (19)
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (2)
E-DUANG | รากฐาน แห่ง วิกฤตศรัทธา อันเนื่อง แต่ กรณี”โกงส.ว.”