
พ่อขุนรามคำแหงตามหลักฐานไม่เคยเสด็จไปเมืองจีน
แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยเคยบอกว่าพ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน 2 ครั้ง ดังนี้
1. พ่อขุนรามคำแหงเสด็จไปเมืองจีน 2 ครั้ง
2. จักรพรรดิจีน พระราชทานช่างจีนทำเครื่องสังคโลกที่สุโขทัย
ทั้งนี้ ด้วยความเข้าใจว่า “เสียน” หรือ “เสียม” ในจดหมายเหตุจีนคือ “สยาม” หมายถึงสุโขทัย
แต่ในความจริงแล้ว เสียนในจดหมายเหตุจีนหมายถึงสยาม ลุ่มน้ำท่าจีน คือ สุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี)
สมเด็จฯ เชื่อว่าจริง
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตอนแรกไม่เชื่อ แต่ตอนหลังทรงเชื่อว่าพ่อขุนรามคำแหงเสด็จไปเมืองจีน 2 ครั้ง ตามคำแปลภาษาจีนของพระเจนจีนอักษร จึงทรงอธิบายไว้เมื่อ 111 ปีที่แล้ว พ.ศ.2457 ใน “ตำนานหนังสือพระราชพงศาวดาร” ต้นเรื่องหนังสือ พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา จะคัดเฉพาะตอนสำคัญ ดังนี้
“ในหนังสือจดหมายเหตุจีน ที่ขุนเจนจีนอักษร (สุดใจ) แปลเป็นเรื่องพระราชไมตรีในระหว่างกรุงสยามกับกรุงจีน เรียกเมืองไทยว่าเสียมหลอก๊ก (และจีนยังเรียกอยู่จนทุกวันนี้)
อธิบายไว้ในหนังสือนั้นว่า เดิมเป็น 2 ประเทศ ประเทศเสียมอยู่ข้างเหนือ ประเทศหลอฮกอยู่ข้างใต้ ภายหลังประเทศหลอฮกได้ประเทศเสียม (เห็นจะหมายความว่าตั้งแต่แผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่หนึ่ง ครองกรุงศรีอยุธยา) สองประเทศนี้รวมเป็นประเทศเดียวกัน จีนจึงเรียกเสียมหลอก๊กแต่นั้นมา
ประเทศที่จีนเรียกว่า “เสียม” มาจากคำ “สยาม” หมายความว่าราชอาณาจักรสุโขทัยเป็นแน่ไม่ต้องสงสัย
ประเทศที่จีนเรียกว่าหลอฮกและว่าอยู่ข้างใต้ประเทศเสียมนั้น ก็จะแปลได้อย่างเดียวว่ามาจากคำละโว้ จีนเห็นจะเรียกมาแต่ยังอยู่ในอาณาจักรขอม หรือเมื่อพระเจ้าแผ่นดิน เชื้อพระวงศ์ของพระเจ้าจันทโชติยังปกครอง—-“
ต้นเรื่องพระร่วงไปเมืองจีน
ต้นเรื่องพ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน อยู่ในพงศาวดารเหนือ (บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรสมัยอยุธยา)
แต่ไม่เรียกพ่อขุนรามคำแหง หากเรียก “พระร่วง” หมายถึงกษัตริย์วงศ์สุโขทัยองค์ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพ่อขุนรามคำแหง
สมเด็จฯ เชื่อด้วยความอัศจรรย์ใจ
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตอนแรกไม่เชื่อ แต่ตอนหลังเชื่อว่าพ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน ดังนี้
“ผู้ที่อ่านพงศาวดารเหนือมาแต่ก่อนเมื่อแลเห็นความที่กล่าวไว้ในนั้นว่าพระร่วงเสด็จออกไปเมืองจีน จึงไปได้พวกจีนเข้ามาทำเครื่องสังคโลก
แม้ถ้วยชามสังคโลกเป็นของมีจริง และเชื่อได้ว่ามีจีนเข้ามาทำทั้งที่เมืองสวรรคโลกและที่เมืองสุโขทัยไม่ต้องสงสัย แต่กระนั้นข้อที่ว่าพระร่วงได้เสด็จออกไปถึงเมืองจีนเห็นน้อยคนจะเชื่อ ข้าพเจ้าคนหนึ่งไม่เคยเชื่อ
จนกระทั่งมาแลเห็นจดหมายเหตุจีนว่า เมื่อ พ.ศ.1837 พระเจ้ากรุงสยามได้เสด็จออกไปถึงราชสำนักพระเจ้ากรุงจีนดังนี้ จำต้องเชื่อด้วยความอัศจรรย์ใจ ว่าจริงอย่างเนื้อเรื่องที่กล่าวในพงศาวดารเหนือ และเป็นความจริงที่พระเจ้าขุนรามคำแหงเสด็จออกไปเมืองจีน จึงไปเอาช่างจีนเข้ามาทำถ้วยชามสังคโลก เมื่อราวปีมะแม จุลศักราช 657 พ.ศ.1838
ในจดหมายเหตุจีนว่า พระเจ้ากรุงสยามได้เสด็จออกไปเมืองจีนถึง 2 ครั้ง คือเมื่อ พ.ศ.1837 ครั้ง 1 และต่อมาอีก 6 ปี ได้เสด็จออกไปเมื่อ พ.ศ.1843 อีกครั้ง 1 น่าพิจารณาว่า พระเจ้าขุนรามคำแหงเสด็จเองทั้ง 2 ครั้ง หรือครั้งหลังเป็นพระองค์อื่น”

สังคโลก จากเตาที่สุโขทัยและศรีสัชนาลัย ยุคต้นอยุธยา ไม่ใช่ยุคพ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย
“พระร่วง” ไปเมืองจีน ไม่ใช่ “รามคำแหง”
ดร.สืบแสง พรหมบุญ เป็นนักวิชาการไทยคนแรกที่พบตั้งแต่ พ.ศ.2513 (และพิมพ์เผยแพร่ทั่วประเทศ พ.ศ.2525) ว่าพ่อขุนรามคำแหงไม่ได้ไปเมืองจีน แต่ที่เชื่อกันว่าพ่อขุนรามคำแหงไปเมืองจีน เนื่องจากการแปลเอกสารจีนเป็นภาษาไทยมีข้อผิดพลาด “เพราะการแปลข้อความผิดพลาดก็เป็นได้”
[จากหนังสือ ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการระหว่างจีนกับไทย ของ สืบแสง พรหมบุญ (กาญจนี ละอองศรี แปลจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก โดย สืบแสง พรหมบุญ เสนอต่อมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน (เมดิสัน) สหรัฐ พ.ศ.2513) มูลนิธิโครงการตำราฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2525 หน้า 76]
เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ ทำสังคโลก
ศรีศักร วัลลิโภดม บอกไว้นานแล้ว (ก่อน พ.ศ.2527) ว่าเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ รับเทคโนโลยีก้าวหน้าจากจีน ผลิตเครื่องเคลือบสังคโลกและเครื่องปั้นดินเผาส่งไปขายกับต่างประเทศตามหมู่เกาะที่ใกล้เคียง เช่น อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย นับเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่นอกเหนือไปจากการส่งสินค้าประเภทต่างๆ เป็นสินค้าออก
ในระยะนี้เมืองบางเมืองในราชอาณาจักรได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรม เช่น เมืองในเขต อ.ชันสูตร จ.สิงห์บุรี, เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และพิษณุโลก เป็นต้น
การผลิตเครื่องปั้นดินเผาไปขายต่างประเทศ น่าจะริเริ่มในสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช เพราะในสมัยที่ยังทรงดำรงพระยศเป็นเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณนั้น ได้เคยเสด็จไปเมืองจีน เมื่อเสวยราชย์แล้วก็ยังทรงติดต่อกับประเทศจีน ทรงขอช่างปั้นจากจีนมาสอนและทำเครื่องถ้วยชามในเมืองไทย โดยเหตุที่พระองค์ทรงเป็นใหญ่เหนือรัฐสุโขทัยด้วยในขณะนั้น คงทรงเลือกเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัยเป็นแหล่งอุตสาหกรรม เพราะเป็นแหล่งที่มีดินดีเหมาะแก่การทำเครื่องสังคโลก
เหตุนี้ตำนานพงศาวดารจีนเรียกพระองค์ว่าเป็นพระร่วงที่เคยเสด็จไปเมืองจีน และนำช่างจีนเข้ามาสอนการทำสังคโลกในเมืองไทย
[จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาของเรา ของ ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2527]
“พระร่วง” ไปเมืองจีน
คือเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ
พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โบราณคดีของกรมศิลปากร เป็นนักปราชญ์คนแรกที่พบว่า “พระร่วง” ไปเมืองจีน คือเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ แล้วเขียนบทความเชิงวิชาการบอกไว้เมื่อ 46 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2522
(ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 พ.ศ.2522 หน้า 19-21) •
| สุจิตต์ วงษ์เทศ
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
