การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
เปิดดูโดยไม่คาดหวัง ครั้นได้ยินเสียงเพลงประกอบไพเราะและลื่นไหล ลองปิดฟังเสียงพากย์ไทยก็ยังถือว่าดีมาก ได้ทั้งสัมผัสนอกในและความหมาย อดไม่ได้ต้องเปิดดูว่าใครแต่งเพลง
ที่แท้คือ Alan Meken เจ้าของผลงานชั้นเลิศในอดีต ได้แก่ The Little Mermaid (1989), Beauty and the Beast (1991), Aladdin (1992) และ Pocahontas (1995) กวาดรางวัลเวทีต่างๆ นับไม่ทัน
ครั้งนี้ดูลายเส้นและวิธีเล่าเรื่องมิใช่ของดิสนีย์แน่ มุขตลกที่ยิงเข้ามาถี่ๆ ไม่ถี่เท่าหรือโดนทุกหมัดเหมือนพิกซาร์ อดไม่ได้เปิดดูเครดิตอีกที ที่แท้เป็น Sky Dance เจ้าของผลงาน Luck (2022)
อันที่จริงการ์ตูนที่สร้างด้วยซีจีสีแจ่มแจ๋วคมชัดบาดแก้วตาซิบๆ ตลอดเรื่องทำนองนี้ ฉากหลังอลังการงานสร้างเนื้อเรื่องเปี่ยมล้ำแฟนตาซีระดับนี้ เจ้าหญิงมีบุคลิกท่าเดินท่าเอี้ยวตัวคอเอียงเหวี่ยงมือไม้ทำหน้าทำตาลักษณะนี้ ดูมาแล้วหลายเรื่องจนเริ่มเฝือ น่าจะยากมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เรื่องใหม่ๆ จะมีอะไรดึงคนดูอยู่หมัดให้ดูต่อ
แต่เรื่องนี้พอทำได้

เปิดฉากที่อาณาจักรหนึ่ง ภูมิทัศน์จากท้องฟ้างามล้ำประหนึ่งเทพนิยาย (ก็เทพนิยายจริงๆ) เจ้าหญิงกับเพื่อนๆ ขี่แมวอ้วนฟูบินได้ร้องเพลงแสนสุขใจ อาศัยว่าเพลงเพราะจริงจึงดูและฟังจนจบฉาก
ฉากต่อไปผู้สร้างรีบฮุกคนดูทันทีก่อนจะใครจะทันเลิกดู พระราชาและพระราชินีของอาณาจักรแห่งนี้เป็นสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์สองตัว อ๊ะ พล็อตนี้ไม่เคยพบ
ที่น่าสนใจคือราชาและราชินีเป็นสัตว์ยักษ์คนละสปีชีส์ ราชาตัวบึกบึน มีเกล็ดสีฟ้าและเขี้ยวงอก ราชินีตัวอวบกว่าสีหวานกว่า มีหกขามีปีกบินได้และมีเขา
ทั้งสองเป็นสัตว์จริงๆ พูดไม่ได้ได้แต่คำราม ไม่มีทีท่ารู้ว่าตัวเองเป็นหรือเคยเป็นราชาราชินีมาก่อน อีกทั้งจำพระธิดาคนเดียวก็ไม่ได้
สัตว์ยักษ์ถูกขังในตัวปราสาทลั่นดาลแน่นหนาห้ามข้าราชบริพารเข้า กินอยู่เหมือนสัตว์ยักษ์ วันๆ ทำลายวังไปทั่ว พระธิดากับเสนาบดีสองคนที่รู้เรื่องทนไม่ไหวเมื่อไรจึงจะต้อนเข้ากรงยักษ์ลั่นกุญแจสักที กรงเป็นเรือนนอนของราชาและราชินีในยามค่ำคืนอีกด้วย
พระธิดาองค์เดียวชื่อ เอลเลียน เธอผิวสี เสนาบดีที่ล่วงรู้ความลับคนหนึ่งและขุนพลหญิงที่ไม่รู้ความลับคนหนึ่งก็ผิวสี พระราชาก็เช่นกัน ตัวราชวังไม่ชัดเจนว่าเป็นศิลปะตระกูลไหนแต่ฉากแมวอ้วนฟูบินบนท้องฟ้า คนดูจะได้เห็นต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งเป็นทรงหัวหอมเรียงรายไปทั้งป่า
อ้อ พระธิดาหูแหลม

อาณาจักรตกในสภาพนี้มาเกือบปีแล้ว นี่ใกล้วันครบรอบวันเกิดอายุ 15 ปีของเอลเลียน นอกจากทหารไม่กี่คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุตอนที่ราชาราชินีกลายเป็นสัตว์ประหลาดก็มีเพียงเอลเลียนและเสนาบดีสองคนที่รู้ความจริง ทหารไม่กี่คนที่รู้เรื่องตกที่นั่งเลี้ยงสัตว์ประหลาดสองตัวมาตลอด ขุนพลหญิงถูกปฏิเสธมิให้เข้าเฝ้ามานานมากจนความอดทนใกล้สิ้นสุด ตอนนี้ทุกคนมาถึงทางตัน
“ได้เวลาให้เจ้าหญิงเอลเลียนขึ้นครองราชย์เสียที”
แม้เอลเลียนจะไม่ค้าน เหตุเพราะความเสียหายที่สัตว์ยักษ์สองตัวทำไว้มากเกินรับได้ ตัวเองมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่ออาณาจักรจะละเลยไปเรื่อยๆ ก็มิได้
แต่เธอขอโอกาสที่จะขอความช่วยเหลือจากสองเทพพยากรณ์อีกครั้ง
มุขสองเทพยากรณ์ดูเพลินๆ ฆ่าเวลา เนื้อหาโครมครามวนเวียนไปมาพักใหญ่กว่าจะถึงคำตอบสำคัญนั่นคือมีแต่พระราชากับพระราชินีที่ออกจะเดินทางไปเพื่อหาหนทางคืนร่างเอง
แต่จะทำอย่างไร สองพระองค์ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอะไร จะไปไหน ไปทำอะไร จะไปค้นหาอะไร เพื่ออะไร ทั้งหมดนี้จะทำได้อย่างไร
ว่าแล้วธิดาเอลเลียนก็พาสัตว์ยักษ์สองตัวออกเดินทาง โดยมีขุนพลหญิงและกองทหารที่ไม่รู้เรื่องราวไล่กวดตาม

จากจุดนี้ไปจึงเป็นส่วนที่สำคัญของเนื้อหา สภาพการณ์จะว่าไปเหมือนกรณี “พาผู้ป่วยจิตเวชไปพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อจะได้รักษาให้กลับคืนเป็นคนเดิม”
คำถามเริ่มตั้งแต่จะให้ผู้ป่วยจิตเวชไปเองได้อย่างไรในกรณีที่ไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังป่วย
คำตอบก็คล้ายๆ กันคือเป็นหน้าที่ของผู้ป่วยเองที่จะให้ความร่วมมือหรืออ้าปากกลืนยากลืนน้ำตามจึงจะหายเป็นปกติ
งานนี้จิตแพทย์เข้าใจผู้ป่วยคนเดียวมิได้ กินยาแทนก็มิได้ มีแต่ผู้ป่วยต้องทำเอง
ความจริงคือเป็นเรื่องทำได้
ระหว่างราชาราชินีเดินทางไกลกับธิดานั้นเอง ก็เหมือนระหว่างที่ผู้ป่วยพบจิตแพทย์หลายครั้ง จะมีเหตุการณ์หรือประสบการณ์บางขณะที่สัตว์ยักษ์ทั้งสอง “สัมผัส” ได้ถึงอารมณ์บางอย่างที่เคยมี จากสัมผัสอารมณ์ได้จึงสัมผัสความจำบางส่วนได้ จากสัมผัสความจำบางส่วนได้จึงสัมผัสความจำทั้งหมดได้ จากสัมผัสความจำทั้งหมดได้จึงรู้ตัวตน รับรู้ว่าตนเองเป็นอะไร ทำอะไรไป และตอนนี้ต้องการการรักษา
ผู้ป่วยจิตเวชเดินบนเส้นทางนี้ ขั้นแรกสัมผัส “อารมณ์” บางอย่างที่เคยมีให้ได้ก่อน จากนั้นการบำบัดจึงจะเริ่มต้นขึ้น เดินทางไกลเท่าไร จะถึงจุดหมายเร็วเท่าไร ก็ขึ้นกับความร่วมมือระหว่างผู้ป่วยและจิตแพทย์ จิตแพทย์ไวพอที่จะจับ “อารมณ์” บางอย่างนั้นได้ เหมือนที่เอลเลียนทำได้

หลังจากล้มลุกคลุกคลานกันอีกพักใหญ่ ความจำก็คืนสู่สัตว์ยักษ์ทั้งสองตัว เอ๊ย สองพระองค์ จำได้แล้วว่าตนเองเป็นราชาและราชินี มีธิดาหนึ่งองค์ ก่อนหน้านี้วันๆ เอาแต่ทะเลาะกัน ทะเลาะกันทุกวัน รุนแรงขึ้นทุกๆ ทีจนกระทั่งกลายร่างไปเลย ก็ใช่ ไปถามเด็กทุกคนที่บ้านพ่อแม่ทะเลาะด่าทอกันเสียงดังทุกวัน
เขาก็จะบอกว่าที่บ้านมีสัตว์ประหลาดอยู่สองตัว
เรื่องมาถึงไคลแมกซ์เมื่อราชาราชินีแม้จำได้แล้วแต่ยอมรับว่าหมดหนทางคืนดีกันอีกแล้ว สองคนขอไม่กลับไปเหมือนเดิม เอาล่ะสิ!
พลาดไม่ได้คือเพลงเอกของเอลเลียนเมื่อรู้ข่าว โดยเฉพาะท่อนฮุก “ลูกล่ะอยู่ไหน” “What about me?” กระแทกกระทั้นซ้ำๆ อย่างหนำใจ จะฟังเสียงในฟิล์มหรือเสียงร้องเป็นเนื้อเพลงไทยก็น่าฟังพอกัน ใช้ได้มากๆ เลย ทั้งไพเราะทั้งดุเดือด พ่อแม่เป็นอะไร จะทะเลาะจะเลิกคิดกันเองเออกันเองอยู่สองคน
ก็สมควรแล้วที่เป็นสัตว์ประหลาดตั้งแต่แรก
