bg-single

จีนหนุนสยามยึดอยุธยา

15.06.2025

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

สยามแห่งรัฐสุพรรณภูมิกำจัดรัฐละโว้ แล้วยึดอยุธยาโดยการอุดหนุนของจีน

นับแต่นี้ไปอยุธยาต้องส่งบรรณาการ “จิ้มก้อง” จีน

จีนควบคุมเส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทร หลังสนับสนุนสยามยึดอยุธยา เพราะสยามมีอำนาจการเมืองระบบเครือญาติชาติภาษาไท-ไต ตั้งแต่รัฐสุโขทัย ถึงรัฐเพชรบุรี และรัฐนครศรีธรรมราช ซึ่งมีอำนาจเหนือเส้นทางข้ามคาบสมุทรสำคัญ ได้แก่

(1.) ช่องสิงขร ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ

(2.) ด่านเจดีย์สามองค์ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

สยามยึดอยุธยาจากละโว้ มีพัฒนาการเป็นลำดับดังนี้

1.ช่วงชิงอำนาจ

สยามกับละโว้ ร่วมกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อสถาปนากรุงศรีอธยา พ.ศ.1893

กษัตริย์อยุธยาที่สถาปนาใหม่ (สืบจากอโยธยาศรีรามเทพ) เชื้อวงศ์ละโว้ ทรงนามสมเด็จพระรามาธิบดี

นับแต่นี้ไปเมื่อสิ้นรัชกาลทุกครั้ง มักมีขัดแย้งช่วงชิงอำนาจระหว่างเชื้อวงศ์สยาม (สุพรรณบุรี) กับเชื้อวงศ์ละโว้ (ลพบุรี)

2.เจ้านครอินทร์ไปจีน

พระบรมราชา (พะงั่ว) จากรัฐสุพรรณภูมิเสวยราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินอยุธยา (สืบต่อจากพระรามาธิบดี)

ครั้นสิ้นรัชกาลมีขัดแย้งทางการเมืองระหว่างละโว้กับสยาม

พระบรมราชา (พะงั่ว) ส่งโอรสสยามนามเจ้านครอินทร์ ไปเมืองจีน เข้าเฝ้าจักรพรรดิจีน 2 ครั้ง เมื่อ พ.ศ.1914, พ.ศ.1920

พระร่วงไปเมืองจีน 2 ครั้ง และได้ช่างจีนทำสังคโลก คือ เจ้านครอินทร์ (สุพรรณภูมิ) ไม่ใช่พ่อขุนรามคำแหง (สุโขทัย)

เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ รับเทคโนโลยีก้าวหน้าจากจีน ผลิตเครื่องเคลือบสังคโลกและเครื่องปั้นดินเผาส่งไปขายกับต่างประเทศตามหมู่เกาะที่ใกล้เคียง เช่น อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย นับเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่นอกเหนือไปจากการส่งสินค้าประเภทต่างๆ เป็นสินค้าออก

ในระยะนี้เมืองบางเมืองในราชอาณาจักรได้กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรม เช่น เมืองในเขต อ.ชันสูตร จ.สิงห์บุรี, เมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และพิษณุโลก เป็นต้น

การผลิตเครื่องปั้นดินเผาไปขายต่างประเทศ น่าจะริเริ่มในสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช เพราะในสมัยที่ยังทรงดำรงพระยศเป็นเจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ นั้น ได้เคยเสด็จไปเมืองจีน เมื่อเสวยราชย์แล้วก็ยังทรงติดต่อกับประเทศจีน ทรงขอช่างปั้นจากจีนมาสอนและทำเครื่องถ้วยชามในเมืองไทย

โดยเหตุที่พระองค์ทรงเป็นใหญ่เหนือรัฐสุโขทัยด้วยในขณะนั้น คงทรงเลือกเมืองสุโขทัยและศรีสัชนาลัยเป็นแหล่งอุตสาหกรรม เพราะเป็นแหล่งที่มีดินดีเหมาะแก่การทำเครื่องสังคโลก

ดังนั้น ตำนานพงศาวดารจีนเรียกพระองค์ว่าเป็นพระร่วงที่เคยเสด็จไปเมืองจีน และนำช่างจีนเข้ามาสอนการทำสังคโลกในเมืองไทย

[จากหนังสือ กรุงศรีอยุธยาของเรา ของ ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2527]

พระแสงขรรค์ชัยศรี (พร้อมฝัก) สัญลักษณ์ของจักรพรรดิราช ที่เชื่อกันว่าตกทอดจากกษัตริย์อาณาจักรกัมพูชาโบราณ พระราชทานพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด
[ภาพพระแสงขรรค์ชัยศรีและฝักดาบ พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ ปัจจุบันจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา จากปกหลังนิตยสาร ศิลปากร ปีที่ 62 ฉบับที่ 2 (มีนาคม-เมษายน) 2562]

3.สุพรรณยึดอยุธยา

พระรามราชา เชื้อสายรัฐละโว้ เสวยราชย์อยุธยา (ระหว่าง พ.ศ.1938-1952)

ขัดแย้งรุนแรงกับเจ้านายขุนนางที่เป็นเชื้อสายรัฐสพรรณภูมิ มีในพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐ สรุปดังนี้

ตอนแรก พระรามราชาสั่งให้จับกุมเจ้าเสนาบดี ที่รับราชการในราชสำนักอยุธยา

เจ้าเสนาบดีหนีรอดอยู่เมืองปท่าคูจาม (เวียงเหล็ก) ซึ่งเป็นขุมกำลังของสยาม

ตอนหลัง เจ้าเสนาบดีนัดหมายทางการเมืองกับเจ้านครอินทร์ สุพรรณภูมิ

เมื่อถึงกำหนด เจ้าเสนาบดียึดอยุธยาโดยยกกำลังผู้คนเมืองปท่าคูจามกับสุวรรณภูมิ แล้วเชิญเจ้านครอินทร์ขึ้นเสวยราชย์อยุธยา (นาม พระนครินทราธิราช) พ.ศ.1952

ฝ่ายพระรามราชาเชื้อสายละโว้ถูกกักขังไว้ในเมืองปท่าคูจาม (ขุมกำลังของสยาม แห่งรัฐสุพรรณภูมิ)

เจ้าเสนาบดี น่าจะเป็นเจ้านายผู้ใหญ่ เชื้อสายสุพรรณภูมิ รับราชการในอยุธยา โดยมีอำนาจควบคุมขุมกำลังชาวสยามแห่งรัฐสุพรรณภูมิ อยู่เมืองปท่าคูจาม (ซึ่งเดิมเป็นเวียงเหล็กของพระเจ้าอู่ทอง) โดยรับอุดหนุนจากจีน

4.จีนอุดหนุนสุพรรณ

จีนต้องการควบคุมและคุ้มครองบ้านเมืองแถบทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะบริเวณคาบสมุทรมลายู

ก่อนสยามสุพรรณภูมิยึดอยุธยา พ.ศ.1952 จีนส่งกองเรือจีนนำโดยแม่ทัพขันที เจิ้งเหอ (หรือซำปอกง) ยกกองเรือท่องสมุทร (ครั้งที่ 3) ผ่านอ่าวไทย เท่ากับใช้กองเรือกดดัน ซึ่งเท่ากับมีส่วนสนับสนุนการยึดอยุธยาของสยามแห่งรัฐสุพรรณภูมิ

[หลักฐานและคำอธิบายมีในหนังสือ 2 เล่ม ของ สืบแสง พรหมบุญ (1.) ความสัมพันธ์ในระบบบรรณาการ ระหว่างจีนกับไทย มูลนิธิโครงการตำราฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2525 และ (2.) เจิ้งเหอ ซำปอกง อุษาคเนย์ สำนักพิมพ์มพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรกเมษายน พ.ศ.2549]

การแผ่อำนาจของจีนมีเสมอ ในลักษณะกดดันและใช้กำลังทหารจากกองเรือ ข่มขู่คุกคามบ้านเมืองที่อ่อนแอกว่า เพื่อได้สิ่งที่ต้องการ รวมทั้งมีเหตุการณ์อย่างนี้ในอยุธยาด้วย

เรือน พ.ศ.1900 มีในเอกสารจีนว่าเจิ้งเหอ ออกคำสั่งให้รื้อถอนพระสถูปในอยุธยา อย่างน้อย 1 องค์ว่า “เป็นพระสถูปที่ปราศจากยอดและอยู่ทางเบื้องทิศตะวันตก โดยกล่าวว่าพวกชนป่าเถื่อน (ชาวอยุธยา) เหล่านี้สร้างพระสถูปจนสำเร็จอยู่ก่อน เจิ้งเหอได้บัญชาให้ปราบพระสถูปนี้จนราบเรียบ จนแม้ต่อมาจะมีความพยายามที่จะสร้างสถูปขึ้นอีก ก็ไม่สำเร็จอีกเลย”

[ดูในบทความเรื่อง “เจิ้งเหอกับการทูตแบบสันถวไมตรี หรือเพื่อกดขี่บีฑา” ของ เจฟ เวด (ทรงยศ แววหงษ์ แปลจากบทความภาษาอังกฤษ พิมพ์เป็นเอกสารประกอบสัมมนาวิชาการ จัดโดยมูลนิธิโครงการตำราฯ ร่วมกับมูลนิธิโตโยต้า เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2548)]

เหตุการณ์ครั้งนี้เสมือนจีนได้สยามกับละโว้ในอำนาจโดยไม่ต้องยกทัพ ตามนโยบายที่พบในเอกสารจีน ดังนี้

“(จักรพรรดิ) ทรงปรึกษาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หารือเรื่องการจัดทัพไปปราบเสียน (สยาม) หลอหู (ละโว้) หม่าปาเอ๋อร์ (เปโป้ยยี้) จี้หลัน (กู้น้ำ) และซูมู่ตามา (สุมาตรา) แต่ขุนนางชื่อเจียหลู่น่าต๋าซือ กราบทูลว่า ‘อาณาจักรเหล่านั้นเป็นอาณาจักรเล็กที่ไม่มีความสำคัญอะไร แม้ว่า (จีน) จะได้ (อาณาจักรเหล่านั้น) มาเป็นเมืองขึ้น ก็หาประโยชน์มิได้ (นอกจากนั้น) การที่จะจัดทัพไปปราบอาณาจักรเหล่านั้น ยังเป็นการทำลายชีวิตประชาชนโดยใช่เหตุ ควรส่งทูตไปชี้แจงบาปบุญคุณโทษ (และ) ชักชวน (ให้อ่อนน้อม) จะเหมาะสมกว่า ถ้า (อาณาจักรเหล่านั้น) ไม่ยอมอ่อนน้อมก็ยังไม่สายเกินไปที่จะไปโจมตีได้’ จักรพรรดิทรงเห็นชอบด้วย และรับสั่งให้เอียลาเยหนูเตอมีและคณะ จัดการส่งทูตตามข้อเสนอดังกล่าว (ปรากฏผลว่า) กว่า 20 อาณาจักรยอมนอบน้อม”

[จากหนังสือ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน พ.ศ.1825-2395 จากเอกสารทางราชการของจีน) โดยคณะกรรมการสืบค้นประวัติศาสตร์ไทย เกี่ยวกับจีนในเอกสารภาษาจีน สำนักนายกรัฐมนตรี พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2523)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี