Ibrahim Mahama ศิลปินผู้ใช้วัตถุเก็บตกเหลือใช้ สะท้อนประวัติศาสตร์การเมือง
อะไร(แม่ง)ก็เป็นศิลปะ | ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์
ในตอนนี้ขอกลับมาต่อด้วยการเกริ่นถึงงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ครั้งที่ 4 ที่กำลังจะจัดขึ้นในช่วงปลายปี 2025 นี้ ที่จังหวัดภูเก็ต ด้วยการแนะนำหนึ่งในศิลปินที่เดินทางมาร่วมแสดงงานในมหกรรมศิลปะครั้งนี้
ศิลปินผู้นี้มีชื่อว่า อิบราฮิม มาฮามา (Ibrahim Mahama)
ศิลปินแห่งสาธารณรัฐกานา ผู้ทำผลงานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ เขาอาศัยและทำงานในกรุงอักกรา เมืองคูมาซี และทามาเล ในประเทศกานา มาฮามาเป็นที่รู้จักจากผลงานศิลปะจัดวางที่ติดตั้งกลางแจ้งที่สะท้อนประเด็นการเมือง และวิพากษ์วิจารณ์ประวัติศาสตร์ในอดีตและสถานการณ์ในปัจจุบันของประเทศกานาอย่างแหลมคม ด้วยการมุ่งเน้นตั้งคำถามเกี่ยวกับคุณค่าของเศรษฐกิจการค้าระดับโลก และเศษซากผลพวงทางการเมืองในประเทศกานา ที่หลงเหลือจากยุคล่าอาณานิคม เขามักทำงานกับวัตถุเก็บตกเหลือใช้ ด้วยการแปรเปลี่ยนพวกมันในกระบวนการทำงานของเขาให้มีความหมายใหม่
หนึ่งในผลงานที่เป็นรู้จักมากที่สุดของมาฮามาคือการสร้างงานศิลปะขนาดมหึมาจากวัสดุเก็บตกที่ไม่คุ้นเคยในกระบวนการทำงานศิลปะ อย่างเช่น ผ้ากระสอบป่านที่ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนที่จะถูกนำเข้ามายังประเทศกานา โดยถูกใช้ในตลาดและขนส่งสินค้าต่างๆ อย่างอาหาร ถ่านไม้ และถ่านหิน
กระสอบป่านเหล่านี้เต็มไปด้วยร่องรอยประทับที่เปรียบเสมือนบันทึกการเดินทาง มาฮามาใช้กระสอบป่านเหล่านี้เป็นตัวแทนของระบบการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าในระดับโลกอันซับซ้อน
และสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะในการขนส่งในตลาดการค้า ที่ให้ความสำคัญและเสรีภาพกับสินค้ามากกว่าผู้คน

มาฮามามักทำงานร่วมกับทีมงานในการนำกระสอบป่านเก่าๆ ขาดวิ่น มาเย็บเข้าด้วยกันจนกลายเป็นผลงานศิลปะในรูปของผืนผ้าปะติดปะต่อขนาดยักษ์ที่นำไปห่มคลุมบนอาคารและสถาปัตยกรรมต่างๆ ทั้งโรงละคร พิพิธภัณฑ์ ตึกอพาร์ตเมนต์ ห้องสมุด สนามบิน สะพาน หรือกระทรวงต่างๆ ในเมืองอักกราและคูมาซี
นอกจากจะแสดงงานทั้งนอกและในหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์แล้ว มาฮามายังมักจัดแสดงผลงานของเขาในตลาดท้องถิ่นของกานา การกระทำเช่นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสะท้อนและวิพากษ์ระบบคุณค่าที่แฝงอยู่ในวัสดุที่เขาใช้ นอกจากเป็นศิลปินศิลปะจัดวางแล้ว เขายังเป็นทั้งจิตรกรและประติมากรอีกด้วย
“วิกฤต” และ “การไถ่บาป” คือแรงผลักดันสำคัญในผลงานของมาฮามา ผลงานของเขามีขนาดใหญ่ ทั้งในแง่ของมิติและความทะเยอทะยาน การแทรกแซงพื้นที่สาธารณะของเขาเปิดบทสนทนาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของความล้มเหลวและความหวังของผู้คน ตั้งแต่แนวคิดเริ่มต้น การจัดหาวัสดุ การผลิต จนถึงการติดตั้ง เขาเรียกกระบวนการทั้งหมดนี้ว่า “การเดินทางข้ามเวลา” โดยเป็นการเปลี่ยนทิศทางเศษซากของยูโทเปียยุคอาณานิคมและหลังอาณานิคมเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ
เขากล่าวว่า “ผมสนใจจุดที่ความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุกับสังคม หรือพื้นที่ที่พวกมันไปอยู่ เกิดการแตกร้าวหรือขาดสะบั้น”


มาฮามายังเป็นศิลปินอายุน้อยที่สุดที่ได้รับให้แสดงผลงานในพื้นที่ของศาลากาลา (Ghana Pavilion) ในมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 56 ภายใต้หัวข้อ All The World’s Futures ซึ่งจัดโดยภัณฑารักษ์ชาวไนจีเรียน โอควุย เอนวาซอร์ (Okwui Enwezor) ในปี 2015
ผลงานของเขาที่จัดแสดงในมหกรรมศิลปะ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 56 อย่าง Out of Bounds (2015) มาฮามาใช้ผืนผ้าที่เย็บปะติดปะต่อจากกระสอบป่านห่มคลุมผนังทางเดินของพื้นที่แสดงงานหลักของมหกรรมอย่าง อาร์เซนาเล (Arsenale) เพื่อสร้างทางเดินคล้ายอุโมงค์เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างบริบทของศิลปะร่วมสมัยนานาชาติเข้ากับชีวิตของผู้คนที่เคยสัมผัสกับผืนผ้านั้นในอดีต
แม้ว่ากระสอบป่านเหล่านี้จะได้มาจากตลาดในประเทศกานา แต่พวกมันถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะถูกนำเข้าโดยคณะกรรมการโกโก้แห่งกานา เพื่อใช้บรรจุเมล็ดโกโก้ ต่อมาจึงถูกนำมาใช้บรรจุอาหาร ถ่าน และสินค้าอื่นๆ ในช่วงสุดท้ายของวงจรการใช้งาน
มาฮามากล่าวว่า “ผมสนใจว่าความวิกฤตและความล้มเหลวจะถูกดูดซับเข้าสู่วัสดุนี้ได้อย่างไร โดยมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับการแลกเปลี่ยนระดับโลก และกลไกของระบบทุนนิยม”
ผืนกระสอบป่านที่มีร่องรอยประทับต่างๆ เหล่านี้ จึงบันทึกการเดินทางและผู้คนที่มันเคยผ่าน พบเจอ กลายเป็นเสมือนผิวหนังของพื้นที่เมือง ผ้าและสิ่งทอมีบทบาทสำคัญในงานของมาฮามา เขาอธิบายว่ามันคือเอกสารจดหมายเหตุ ที่บันทึกเวลา รูปทรง และสถานที่ เขากล่าวเอาไว้ว่า
“เศษซากกระสอบเหล่านี้ที่แปดเปื้อน ขาดวิ่น และถูกทอดทิ้ง หากแต่ยังเปล่งแสง และอาจเป็นความหวังที่พาเราไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ หรือแม้แต่พื้นที่ที่อยู่ไกลเกินขอบเขตเดิมก็เป็นได้”

กระบวนการทำงานร่วมกันกับผู้คนเป็นหัวใจสำคัญในแนวทางการสร้างสรรค์งานศิลปะของมาฮามา นอกจากการสร้างสรรค์ผลงานแล้วยังรวมถึงการรวบรวม ดัดแปลง และติดตั้งวัสดุต่าง ๆ โดยอาศัยความร่วมมือจากหลากหลายฝ่ายอย่าง ศิลปิน ช่างฝีมือ สถาปนิก ช่างเทคนิค พ่อค้า แรงงาน ข้าราชการ และผู้บริหาร ฯลฯ เขาเคยถ่ายภาพแขนของผู้ร่วมงานบางคนที่สักชื่อและข้อมูลชีวประวัติของตนเองลงบนผิวหนัง เนื่องจากไม่มีเอกสารบนกระดาษ การนำเสนอบันทึกเหล่านี้ของมาฮามาไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนแปลงสถานะจากวัตถุทางเศรษฐกิจกลับคืนสู่ร่างกายมนุษย์
ในผลงาน Non-Orientable Nkansa (2017) ประติมากรรมจัดวางที่ประกอบขึ้นจากกล่องไม้เก่าๆ ที่เคยใส่อุปกรณ์ทำงานของช่างทำรองเท้านับร้อยใบ นำมารวบรวมเข้าไว้ด้วยกันเป็นเหมือนกำแพงขนาดใหญ่ ที่เป็นเหมือนอนุสรณ์ของแรงงานไร้ชื่อในประเทศกานา มาฮามารวบรวมกล่องเหล่านี้โดยการนำกล่องใหม่ไปแลกกับกล่องเก่าที่ใช้แล้ว หรือจ้างผู้คนจำนวนมากให้ผลิตกล่องขึ้นจากเศษไม้ที่พบในเมืองอักกราและคูมาซี
ภายในกล่องเหล่านี้ยังถูกบรรจุด้วยข้าวของของช่างทำรองเท้าอย่าง ส้นรองเท้า ค้อน และเข็ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจอย่างต่อเนื่องของมาฮามา เกี่ยวกับวิถีชีวิตของวัสดุต่างๆ และศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งอื่นของพวกมัน

Check Point Sekondi Loco. 1901-2030. 2016-2017 (2016 – 2017), ภาพจาก https://rb.gy/39l2bd

หรือผลงาน A Grain of Wheat 1918-1945 (2015-2018) ประติมากรรมจัดวางที่ทำขึ้นจากเตียงผ้าใบหามผู้ป่วยเก่าๆ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์เก่าเก็บจากในอดีต ที่มาฮามาได้มาจากลานเก็บของเก่าในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ประกอบกันให้เรียงหน้ากระดานคล้ายคนกำลังเข้าแถวไหล่เบียดกัน ในประติมากรรมยังประกอบด้วยผืนผ้าสีดำที่มีรอยเปื้อนและส่งกลิ่นฉุนของควัน น้ำมันเครื่อง และเลือดปลา จากโรงงานรมปลาในแอฟริกาตะวันตก ผลงานชิ้นนี้เป็นเหมือนอนุสรณ์และความทุกข์ทรมานของแรงงาน ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับผลงานที่ใช้กระสอบป่านในการสำรวจชีวิตของแรงงานในประเทศกานา
หรือผลงาน Parliament of Ghosts (2019) ที่จัดแสดงในเทศกาลศิลปะ Manchester International Festival ในปี 2019 โดยเป็นผลงานที่จินตนาการถึงห้องประชุมรัฐสภาใหม่อีกครั้ง โดยใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น เบาะที่นั่งรถไฟเก่าที่ถูกทิ้ง หมอนไม้ทางรถไฟ และเอกสารจากคลังข้อมูลของรัฐบาล เพื่อสำรวจประวัติศาสตร์ของประเทศกานา และการเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณานิคมสู่ความเป็นเอกราช
มาฮามาใช้ผลงานชิ้นนี้วิพากษ์วิจารณ์มรดกของลัทธิล่าอาณานิคม และผลกระทบที่ยังคงดำรงอยู่ของเหตุการณ์ในอดีตที่มีต่อสังคมร่วมสมัย ด้วยการใช้วัตถุที่ถูกทิ้งร้าง โดยเฉพาะวัตถุที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและสถาบันของรัฐ


มาฮามายังเป็นที่รู้จักอย่างมากจากผลงานที่เขาร่วมแสดงใน มหกรรมศิลปะ Documenta ครั้งที่ 14 ในปี 2017 (ปีเดียวกันกับ อริญชย์ รุ่งแจ้ง) ที่จัดแสดงทั้งในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ และเมืองคัสเซิล ประเทศเยอรมนี กับผลงาน Check Point Prosfygika. 1934-2034. 2016-2017 (2017) ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจำนวนมากมีส่วนร่วมในการเย็บกระสอบป่านเก่าๆ ที่ใช้บรรจุสินค้าส่งออกจากกานาไปยังยุโรปและอเมริกา โดยได้มาด้วยการแลกเปลี่ยนมากับกระสอบใหม่จากพ่อค้า โดยร่วมกันทำกลางพื้นในจัตุรัสซินตักมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการรัฐบาล และเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการชุมนุม การประท้วงทางสังคมและการเมืองในกรุงเอเธนส์
และผลงาน Check Point Sekondi Loco. 1901-2030. 2016-2017 (2016-2017) ที่ใช้ผืนผ้าขนาดยักษ์ที่เย็บปะติดปะต่อจากกระสอบป่านเก่าๆ ที่นำไปห่มคลุมบน Torwache อาคารทางประวัติศาสตร์สองหลัง ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการก่อสร้างพระราชวังขนาดใหญ่ที่ไม่เคยสร้างเสร็จสมบูรณ์ใจกลางเมืองคัสเซิล ผลงานชิ้นนี้ของเขานอกจากจะเป็นการแทรกแซง เปลี่ยนรูปลักษณ์และความหมายของอาคารและพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ในเมืองแห่งนี้แล้ว ยังสะท้อนถึงประเด็นสำคัญในยุคปัจจุบัน เช่น การย้ายถิ่นฐาน โลกาภิวัตน์ และการหมุนเวียนของสินค้าและผู้คนข้ามพรมแดนระหว่างประเทศอีกด้วย
อิบราฮิม มาฮามา เป็นหนึ่งในศิลปินที่จะเดินทางมาร่วมแสดงผลงานใน มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025 ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2568-เมษายน 2569 ที่จะถึงนี้ ส่วนผลงานของเขาจะเป็นแบบไหนอย่างไรนั้น เราก็คงต้องรอชมกันต่อไปด้วยใจระทึกพลัน
ข้อมูล https://rb.gy/2dn0en, https://rb.gy/ofhb7g, https://rb.gy/vx4387, https://rb.gy/39l2bd
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
