bg-single

Thai-style Neoclassical Revival กับความทรงจำที่เพิ่งสร้าง บนถนนราชดำเนิน (จบ)

26.06.2025

พื้นที่ระหว่างบรรทัด | ชาตรี ประกิตนนทการ

Thai-style Neoclassical Revival

กับความทรงจำที่เพิ่งสร้าง

บนถนนราชดำเนิน (จบ)

ไม่เพียงแค่นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ และเทเวศร์ประกันภัย เท่านั้นที่ถูกปรับเปลี่ยน fa?ade จากรูปแบบเดิมที่เป็น Art Deco มาสู่ Neo-classic แต่อาคารทั้งหมดบนถนนราชดำเนินกลาง 17 อาคารจะต้องถูกปรับไปในแนวทางเดียวกัน พร้อมทั้งจะมีการตั้งชื่ออาคารใหม่ เพื่อให้อาคารบนถนนสายนี้มีความสวยงามและมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทย

ในเว็บไซต์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ.2567 ได้ทำการประกาศร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) งานจ้างเหมาปรับปรุงหน้าตาอาคารหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินใหม่ให้เป็น Neo-classic โดยเนื้อความบางส่วนที่ปรากฏอยู่ในหัวข้อหลักการและเหตุผลได้ระบุเป้าหมายใหญ่ในการเปลี่ยนโฉมหน้าอาคารทั้งหมดบนถนนราชดำเนินดังกล่าวเอาไว้ และยังระบุถึงโครงการปรับปรุงอาคารหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินเอาไว้น่าสนใจว่า

“…ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567-พ.ศ.2568 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจึงได้ดำเนินโครงการปรับปรุงภาพลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและแสงสว่างภายนอกอาคาร (Fa?ade) อาคารหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินเพื่อให้มีความสวยงาม ความร่วมสมัย และกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบ โดยความร่วมมือกับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในการใช้แบบแม่บท แบบงานลวดลายปูนปั้นประดับอาคาร…เพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ช่วงต้นรัชกาลที่ 6 ให้มีความสวยงาม ส่งเสริมคุณค่า สร้างมูลค่าเพิ่มทางศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย…”

(ดูรายละเอียดใน https://www.ocac.go.th/wp-content/uploads/2024/06/ขอบเขตของงานจ้างปรับปรุงภาพลักษณ์.pdf)

ข้อสังเกตคือ ทำไมถึงมีการระบุเป้าหมายว่า การปรับปรุงนี้คือการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ช่วงต้นรัชกาลที่ 6 ทั้งๆ ที่อาคารเดิมสร้างขึ้นด้วยรูปแบบ Art Deco ในยุคคณะราษฎรต้นทศวรรษ 2480

ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นเรื่องทั่วไปที่หาหลักฐานได้ไม่ยากอะไรเลย

ความผิดพลาดอย่างมหันต์ในข้อเท็จจริงที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ลึกซึ้งอะไรนักก็สามารถค้นข้อมูลเจอเช่นนี้ สอดคล้องเป็นอย่างดีกับการเกิดขึ้นของกระแส Thai-style Neoclassical Revival หลังรัฐประหาร 2557 ที่เกิดขึ้นในลักษณะคู่ตรงข้ามกับกระแส “การเกิดขึ้นครั้งที่ 2 ของคณะราษฎร” (กล่าวไปแล้วในสัปดาห์ก่อน)

นอกจากนี้ การเน้นย้ำหลายครั้งเรื่องการปรับปรุงเพื่อความสวยงามและมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทย ก็เป็นการผลิตซ้ำคำอธิบายของภาครัฐและชนชั้นนำไทยในช่วงทศวรรษ 2530 ที่พยายามบอกว่างานรูปแบบ Art Deco ในยุคคณะราษฎรนั้นเป็นงานศิลปะที่ต่ำทรามและไม่มีความเป็นไทย

ทั้งหมดทำให้ชวนตั้งข้อสังเกตว่า โครงการปรับปรุง fa?ade ทั้งหมดบนถนนราชดำเนินกลางนั้น ความตั้งใจที่แท้จริงอาจสัมพันธ์กับแรงจูงใจทางการเมืองเรื่องการ “ลบความทรงจำ” คณะราษฎรออกไปจากถนนราชดำเนินและจากสังคมไทยมากกว่า

มิใช่เกิดขึ้นจากเหตุผลเรื่องการอนุรักษ์หรือส่งเสริมคุณค่าอาคารแต่อย่างใด

บ้าน “สยามธามันโญ”
ที่มา : เพจ หมอชลน่านFcไม่มีดราม่า

ในขณะที่การเมืองเรื่องความทรงจำดำเนินไป Thai-style Neoclassical Revival ในภาคเอกชนและคนทั่วไปก็เติบโตขึ้นอย่างน่ามีนัยยะสำคัญเช่นกัน

Amarin Plaza ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในอดีตที่ออกแบบหน้าตาด้วยองค์ประกอบแบบ Neo-classic ในยุคปลายทศวรรษ 2520 ที่ต้องปิดตัวหลังไปหลังวิกฤตต้มยำกุ้งไม่นาน พร้อมๆ ไปกับการเสื่อมความนิยมลงของรูปแบบ Neo-classic

แต่ ณ ปัจจุบันได้กลับฟื้นชีวิตขึ้นใหม่ในชื่อ Gaysorn Amarin ที่มาพร้อมกับแนวคิดในการเก็บรักษาและทาสีทองอย่างหรูหราลงไปบนหัวเสาโรมัน และใช้องค์ประกอบนี้เป็นจุดขายที่สำคัญอย่างหนึ่ง

ปรากฏการณ์นี้จะมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็คงได้ แต่ผมอยากชวนให้คิดในภาพที่กว้างกว่านั้น การให้คุณค่าและความสำคัญกับงานสไตล์ Neo-classic ของอาคารหลังนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 2560 (ช่วงที่มีแนวคิดในการปรับปรุงอาคารหลังนี้ขึ้นใหม่) ซึ่งในช่วงหลังทศวรรษ 2540 มิได้ถูกมองว่ามีคุณค่าอะไรนัก ดูจะสอดคล้องกับกระแสการเกิดขึ้นของ Thai-style Neoclassical Revival หลังรัฐประหาร 2557 อย่างพอเหมาะพอดี

ผมไม่ได้กำลังจะเสนอทฤษฎี conspiracy theory อะไรนะครับ สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อเป็นเพียงแค่การบอกว่า สังคมไทยหลังรัฐประหาร 2557 เกิดกระแสหันมาสนใจและรื้อฟื้น Neo-classic อย่างจริงจังในปริมณฑลทางการเมือง

ซึ่งภายใต้กระแสดังกล่าวมันก็ได้ส่งผลต่อเนื่องไปสู่ปริมณฑลอื่นด้วยอย่างเป็นไปเอง และทำให้ Neo-classic กลับมาเป็นที่สนใจและมีคุณค่าสูงอีกครั้งในสังคมวงกว้าง ที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับการเมืองเรื่องความทรงจำแต่อย่างใด

แบบร่างอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 และอาคารทรงโดมที่สร้างขึ้นแทนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

อีกกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเปิดตัวบ้านใหม่สไตล์นีโอเรอเนสซองส์ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และภรรยา เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับปรุงบ้านเก่าที่น่าจะมีการสร้างไว้ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2530 ถึงราวต้นทศวรรษ 2540 (ช่วงเวลาที่บ้านสไตล์นี้เป็นที่นิยมสูงในหมู่คนรวยทั่วประเทศ)

โดยคุณหมอตั้งชื่อบ้านใหม่ไว้อย่างน่าสนใจว่า “สยามธามันโญ” เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่าน มาริโอ ตามาญโญ (Mario Tamagno) สถาปนิกอิตาเลียน สมัยรัชกาลที่ 5 ผู้อยู่เบื้องหลังสถาปัตยกรรมตะวันตกชิ้นสำคัญหลายแห่งไว้ในสยาม อีกทั้งคุณหมอยังคาดหวังว่าในอนาคต บ้านหลังนี้อาจมีคุณค่าจนสามารถยกระดับกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้คนได้เข้าชมอีกด้วย

วิธีการเขียนโพตส์ข้อความของคุณหมอ การอ้างอิงถึง มาริโอ ตามาญโญ และยุครุ่งเรืองของสถาปัตยกรรมแนวนี้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งหมดคือผลพวงของสิ่งที่ผมเรียกว่า Thai-style Neoclassical Revival หลังรัฐประหาร 2557 นั่นเอง

ขอย้อนกลับมาที่ถนนราชดำเนินกลางอีกครั้ง หลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้จะระบุเป้าหมายเพียงแค่การปรับ fa?ade อาคารบนถนนจำนวน 17 หลังเท่านั้น แต่สิ่งที่น่าคิดต่อไปก็คือ หากอาคารทั้งหมดถูกปรับเป็น Neo-classic แล้ว ก็คงจะเหลือเพียงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเท่านั้นที่ยังคงเป็นรูปแบบ Art Deco

และเมื่อถึงเวลานั้นจริง คงจะมีเสียงเรียกร้องอย่างจริงจังออกมาจากชนชั้นนำอนุรักษนิยมที่เกลียดคณะราษฎร ให้มีการรื้อถอนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยออกไป หรือไม่ก็ก็เรียกร้องให้มีการปรับ fa?ade อนุสาวรีย์ให้เป็น Neo-classic

ความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผมเพ้อไปเองอย่างเลื่อนลอยนะครับ หากเราย้อนดูประวัติศาสตร์ ก็จะพบว่าเคยมีการเรียกร้องอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษ 2490 (หลังจากที่ทำการรัฐประหารรัฐบาลคณะราษฎรออกไปเพียงไม่กี่ปี) ให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ในครั้งนั้นมีการนำเสนอแนวคิดหลากหลายแบบ โดยแบบหนึ่งที่ยังปรากฎหลักฐานเหลืออยู่ก็คือ แบบร่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ถูกรื้อออกทิ้งจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงฐานของปีกทั้งสี่ด้านเพียงเล็กน้อย โดยมีการสร้างอาคารโถง หลังคาโดมครึ่งวงกลมสไตล์ Neo-classic ภายในประดิษฐานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ไว้ตรงกลาง

ในทัศนะผม มีความเป็นไปได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะมีการผลักดันให้เกิดการสร้างอาคารในรูปลักษณะนี้ขึ้นแทนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในอนาคต

ใครก็ตามที่คิดว่าเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ขอให้ลองนึกย้อนกลับไปก่อนการรัฐประหาร 2557 ดู และลองนึกว่าจะมีใครสักคนไหมในยุคนั้นที่สามารถจินตนาการภาพโครงการปรับ fa?ade อาคารสองข้างถนนราชดำเนินกลางให้เปลี่ยนกลายเป็น Neo-classic ได้ในแบบที่กำลังเกิดขึ้นจริง ณ ปัจจุบัน

ผมอยากจบชุดบทความนี้ด้วยการยกสิ่งที่ผมเคยเขียนไว้แล้วเมื่อคราวมีการปรับ fa?ade แบบนี้ครั้งแรกที่อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์

ผมอยากเรียกร้องต่อสาธารณะผ่านคอลัมน์นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานทั้งหลายที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและโดยอ้อมในการดูแลรักษามรดกของชาติ ได้โปรดหันกลับมายืนหยัดในหลักการที่ถูกต้องอีกครั้ง และช่วยกันส่งเสียงยืนยันว่ากลุ่มอาคารสองฟากถนนราชดำเนินกลาง (รวมถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย) คือมรดกสถาปัตยกรรมที่เราทุกคนควรช่วยกันรักษาไว้

อย่าปล่อยให้ความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง รุกล้ำข้ามเส้นของหลักการพื้นฐานที่เราทุกคนควรยืดถือไปสู่จุดที่ไม่อาจย้อนกลับคืนได้ อย่าปล่อยให้สังคมไทยเดินไปสู่จุดที่ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความถูกต้องในหลักการพื้นฐานใดๆ ทั้งสิ้น และพร้อมที่จะทำลายมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่ตรงข้ามกับความคิดเราออกไปจนหมด



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

รมว.กลาโหม เชิญข่าวสดหารือแนวทางเสนอข่าวด้านความมั่นคง ไม่ให้เกิดผลกระทบในนาคต ชี้กรณีแผนที่ทหารไม่มีเจตนาร้าย ที่ผ่านมาข่าวสดและกองทัพประสานข้อมูลกันดีมาตลอด
จริงลวง จริงแท้ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไทยใหม่ ศรีกรุง
สงครามตลอดกาล! ปัญหาสงครามไทย-กัมพูชา
3 คนไทย ในบอลโลก
นับถอยหลัง เข้าสู่โลกยุคไร้แผ่นเกม
E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์