bg-single

เมื่อ ‘ผู้กำกับฯ ปาล์มทอง’ จากอิหร่าน ‘รักชาติ’ แต่ ‘ชังระบอบการปกครอง’

29.06.2025

| คนมองหนัง

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้แก่หลายฝ่ายทั่วทุกมุมโลก

หนึ่งในเสียงสะท้อนที่น่ารับฟัง ก็คือ ทัศนะของ “จาร์ฟา ปานาฮี” ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอิหร่าน ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัล “ปาล์มทองคำ” จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสมาหมาดๆ

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปานาฮีคือคนทำงานศิลปะผู้เป็น “คู่ขัดแย้ง” กับระบอบอำนาจรัฐของประเทศบ้านเกิด และเคยถูกตั้งข้อหา “สร้างโฆษณาชวนเชื่อเพื่อต่อต้านการปกครอง” จนต้องโทษจำคุกมาแล้วสองหน

ล่าสุด ปานาฮีเพิ่งเขียนถ้อยแถลงผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านสงคราม

โดยด้านหนึ่ง เขาก็แสดงความรู้สึกรักชาติหวงแหนประเทศบ้านเกิด และกล่าวโจมตีผู้รุกรานอย่างอิสราเอล แต่อีกด้าน คนทำหนังผู้นี้ก็วิพากษ์ระบอบอำนาจของอิหร่าน ว่าไร้ศักยภาพในการรับมือกับภัยสงครามที่กำลังเกิดขึ้น

ดังเนื้อหาทั้งหมดต่อไปนี้

“ผมมีจุดยืนที่กระจ่างชัด ปราศจากข้อกังขา โดยไม่ยอมรับการต่อรองใดๆ และผมอยากจะประกาศมันอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่า การโจมตีประเทศอิหร่านอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของผม คือการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้

“อิสราเอลได้ล่วงละเมิดประทุษร้ายต่ออิหร่าน และสมควรที่จะถูกไต่สวนจากนานาชาติ ในฐานะผู้ก่อสงครามรุกรานประเทศอื่น

“อย่างไรก็ตาม จุดยืนข้างต้นมิได้หมายถึงการเพิกเฉยต่อห้วงเวลาสี่ทศวรรษของการบริหารประเทศที่ผิดพลาด, การทุจริต, การกดขี่ข่มเหงราษฎร, การเป็นทรราช และการไร้ความสามารถของสาธารณรัฐอิสลาม

“รัฐบาลอิหร่านชุดปัจจุบันไร้ซึ่งอำนาจ, เจตจำนง และความชอบธรรม อันเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการขับเคลื่อนประเทศ หรือการบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต

“การยังคงต้องมีชีวิตอยู่ในระบอบการปกครองแบบนี้ ย่อมหมายถึงการล่มสลายลงอย่างไม่หยุดหย่อน และการกดขี่ปราบปรามที่จะดำเนินไปไม่รู้จบ

“วิถีทางเดียวที่จะหลุดพ้นจากสภาพการณ์ดังกล่าว ก็คือการล้มล้างระบบการเมืองนี้ลงอย่างฉับพลันทันที แล้วแทนที่ด้วยการเริ่มต้นขึ้นของรัฐบาลประชาธิปไตย ซึ่งสนองตอบต่อข้อเรียกร้องของประชาชน

“ด้วยการให้ความสำคัญอย่างเต็มเปี่ยมต่อการธำรงรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศอิหร่าน และสิทธิ์ในการมีอำนาจอธิปไตยของชาติเรา ผมขอเรียกร้องให้สงครามระหว่างสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและระบอบอำนาจของอิสราเอล ซึ่งสร้างหายนะอย่างใหญ่หลวง ต้องยุติลงทันที

“นี่คือสงครามที่ทำลายล้างชีวิตพลเรือนจำนวนมาก ทั้งยังทำลายระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญของทั้งสองประเทศ

“นี่คือสงครามที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสันติภาพและคุณค่าของมนุษย์ในภูมิภาคแห่งนี้

“ระบอบการปกครองของทั้งอิหร่านและอิสราเอลสมควรที่จะถูกประณามอย่างตรงไปตรงมา อันเนื่องจากการยืนกรานที่จะใช้ความรุนแรง, ก่อสงคราม และไม่แยแสต่อเกียรติยศศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์โดยสิ้นเชิง

“การโจมตีกันด้วยขีปนาวุธ, การทิ้งระเบิดใส่ย่านที่พักอาศัย และการพุ่งเป้าสังหารบรรดาพลเรือน ล้วนถือเป็นอาชญากรรมทั้งสิ้น

“ไม่ว่าจะพิจารณาจากหลักเกณฑ์ทางจริยธรรม, รัฐศาสตร์ หรือความปลอดภัย การก่ออาชญากรรมเหล่านี้ล้วนถือเป็นพฤติกรรมที่ให้อภัยไม่ได้

“การผลิตซ้ำวงจรแห่งการสูญเสียเลือดเนื้อและการสร้างความเกลียดชังเช่นนี้ มีแต่จะนำพามาซึ่งโลกอันไร้เสถียรภาพ และหายนภัยที่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ

“ผมจึงขอเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติและประชาคมโลกช่วยกันบีบบังคับกดดันอย่างเด็ดขาดและฉับพลัน ให้ระบอบอำนาจของอิหร่านและอิสราเอลหยุดใช้กำลังทหารโจมตีกัน รวมทั้งยุติการเข่นฆ่าชีวิตพลเรือนในทันที

“การเลือกจะเงียบงันและไม่ยอมแสดงท่าทีใดๆ ออกมาเลย ย่อมหมายถึงการมีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมคราวนี้ด้วย”

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ปานาฮีได้โพสต์อินสตาแกรมเพิ่มเติม โดยเปิดเผยว่า ตนเอง ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจที่เทศกาลภาพยนตร์ในประเทศออสเตรเลีย ยังไม่สามารถเดินทางกลับอิหร่านได้

ผู้กำกับฯ วัย 64 ปี ระบายอารมณ์ความรู้สึกอัดอั้นตันใจไว้ดังนี้

“สองสัปดาห์ก่อน ผมได้ตอบรับคำเชิญในการเดินทางไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ซิดนีย์ แล้วช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านก็บังเกิดขึ้น

“นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมก็ต้องแสวงหาหนทางกลับบ้าน เพื่อกลับไปหาครอบครัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลับไปหาแม่ของผม

“การปิดพรมแดนทางพื้นดินและอากาศส่งผลให้ผมต้องติดค้างอยู่นอกบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง

“กระทั่งเมื่อวานนี้ ผมก็ยังคงพยายามสรรหาวิธีการที่ดีที่สุด ที่จะทำให้ตัวเองได้กลับบ้าน แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นความสูญเปล่า กระนั้นก็ดี ผมจะพยายามต่อไป

“สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวให้แก่ผมอย่างลึกซึ้ง มิใช่เพียงเพราะว่ามันทำให้ผมต้องไกลบ้าน หากมันยังทำให้ผมรู้สึกไร้ความสามารถ เมื่อต้องพบเห็นผู้คนจำนวนมากมีความทุกข์ยากแสนสาหัสและสูญเสียชีวิตในพื้นที่สงครามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน โดยที่ตนเองเข้าไปช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย

“เมื่อชะตากรรมของประเทศชาติต้องตกเป็นตัวประกันของผู้กระหายอำนาจและทะเยอทะยาน สิ่งที่หลงเหลือทิ้งไว้ให้พวกเราจึงมิใช่อะไรอื่น นอกจากความโกรธแค้น, ความเศร้าโศก และการต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง ในการบอกเล่าความจริงให้คนรุ่นหลังได้รับทราบ”

ข้อมูลจาก

https://variety.com/2025/film/global/jafar-panahi-iran-must-initiate-democracy-israel-conflict-1236435025

https://www.instagram.com/p/DLC77HcI1ja/?igsh=MXRlNnJweGsxOHV0Mw==

ภาพประกอบจาก

https://www.instagram.com/jafar.panahi?igsh=N3B5ZGRjMmZndGd0



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จริงลวง จริงแท้ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไทยใหม่ ศรีกรุง
สงครามตลอดกาล! ปัญหาสงครามไทย-กัมพูชา
3 คนไทย ในบอลโลก
นับถอยหลัง เข้าสู่โลกยุคไร้แผ่นเกม
E-DUANG | เมื่อ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยับ คือ สัญญะ อันเป็น สัญญาณ
สุทธิพงษ์ นำประชุมมูลนิธิรักษ์เขาขยายชัยนาท ตั้งเป้าหมายให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียนและเยาวชน แหล่งศึกษาตามธรรมชาติ ฯลฯ
สตอกโฮล์มเปิดเวที “ประชุมสันติภาพโลก 2026” เชิญผู้นำ-นักสันติวิธีทั่วโลก ร่วมสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ 22 สิงหาคมนี้
CKPower ใช้นวัตกรรมเปลี่ยน “ของเสีย” เป็นคุณค่า คว้า 2 รางวัล TJDA ปีนี้
“สีหศักดิ์” ชี้ “กัมพูชา” ลากไทยเข้ากลไกประนอมภาคบังคับทำปิดประตูเจรจาเขตแดนทางบก รับกังวลกรณีเขมรประโคมข่าว “รถถังจีน” ในช่วงสถานการณ์เปราะบาง
“วัชระพล” มอบนโยบาย อ.ส.ค.เร่งแผนการตลาดระบายสต๊อกนมก่อนพึ่งงบฯ แนะเพิ่มประสิทธิภาพบริหาร-มาร์เก็ตติ้งให้แข่งได้ในตลาดเสรี
พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก