บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน
ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ทารกในครรภ์ที่แม่รับประทาน Choline สมองจะคิดได้เร็วกว่าทารกที่แม่ขาด Choline
เพราะ Choline ช่วยในการสังเคราะห์ Phospholipids ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์ในร่างกายของเรา
ดังนั้น การขาด Choline ระหว่างการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ จึงส่งผลต่อการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์สมอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โภชนาการของแม่ในช่วงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร หรือนับไปถึง 2 ปีแรกของเด็ก ที่เป็นช่วงสำคัญของพัฒนาการทางร่างกาย
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า Choline มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ โดยทารกจะเกิดมาพร้อมกับ Choline ที่มากกว่าแม่ถึง 3 เท่า
เนื่องจากปริมาณ Choline ในครรภ์ สัมพันธ์กับสติปัญญาของทารก โดยประโยชน์ของ Choline จะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายปีเมื่อทารกเจริญเติบโตขึ้น
จากสถิติพบว่า แม่ที่บริโภค Choline ในไตรมาสแรก คือตั้งแต่สัปดาห์ที่ 13 ถึงสัปดาห์ที่ 28 ทารกที่คลอดออกมา จะทำคะแนนการเรียนได้สูงจนถึง 7 ขวบ ในทางตรงกันข้าม การได้รับ Choline ไม่เพียงพอในระหว่างตั้งครรภ์ อาจเชื่อมโยงกับพฤติกรรมสมาธิสั้นของบุตรได้
เหตุผลก็คือ ร่างกายต้องการ Choline เพื่อผลิต Acetylcholine สารสื่อประสาทซึ่งทำหน้าที่ส่งข้อความจากสมองไปยังร่างกายผ่านเซลล์ประสาท
โดย Acetylcholine มีบทบาทสำคัญในเซลล์ประสาทของสมอง ซึ่งจำเป็นต่อความจำ การคิด และการเรียนรู้ของเรา
งานวิจัยเกี่ยวกับ Choline จากกลุ่มตัวอย่าง 1,400 คน อายุระหว่าง 36 ถึง 83 ปี ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่รับประทาน Choline ปริมาณสูง มักจะมีความจำที่ดีกว่า
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริโภค Choline ในวัยกลางคน สามารถช่วยปกป้องสมองของท่านจากโรคต่างๆ ได้
ปัจจุบัน Choline เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Nootropics ซึ่งเป็นกลุ่มสารหลากหลายที่บางคนเชื่อว่า สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ และความจำได้
ในทางกลับกัน การขาด Choline ส่งผลโดยตรงกับการเกิดโรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน อีกด้วย
Choline พบได้ใน “ไข่ไก่” นม เนื้อปลา เนื้อไก่ และเนื้อวัว แต่ยังมีในถั่วลิสง ถั่วแดง เห็ด และผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บร็อกโคลี่ ร่างกายมนุษย์ต้องการ Choline เพื่อทำหน้าที่หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการทำงานของตับ เพราะ Choline ช่วยในการขนส่งไขมันออกจากตับ เมื่อขาด Choline ก็อาจทำให้เกิดไขมันพอกตับได้
งานวิจัยอีกชิ้นพบว่า Choline ช่วยลดระดับของ Homocysteine กรดอะมิโนที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
นอกจากนี้ ระดับของ Homocysteine ที่สูงเกี่ยวข้องกับโรคกระดูกพรุนอีกด้วย ผู้ที่มี Choline สูง จะมีความหนาแน่นของกระดูกสูงมากกว่าปกติ
ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า กระดูกแข็งแรง มีสุขภาพดี และมีความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักน้อยกว่า
มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในยุโรป ให้ผู้ชายบริโภค Choline 400 มิลลิกรัมต่อวัน 480 มิลลิกรัมสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และ 520 มิลลิกรัมสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร
ส่วนในอเมริกา กำหนดให้ผู้ชายบริโภค Choline 550 มิลลิกรัมต่อวัน ผู้หญิง 425 มิลลิกรัม สตรีมีครรภ์ 450 มิลลิกรัม และแม่ที่ให้นมบุตร 550 มิลลิกรัม
“ไข่ไก่” 1 ฟองมี Choline ประมาณ 150 มิลลิกรัม ขณะที่อกไก่มี Choline ประมาณ 72 มิลลิกรัม และถั่วลิสง 1 กำมือ มี Choline ประมาณ 24 มิลลิกรัม
ที่ผ่านมา มีการพบโรคสมาธิสั้น และภาวะอ่านหนังสือไม่ออกในโรงเรียนมากขึ้น โรคเหล่านี้เกิดจากพันธุกรรม แต่ก็เป็นไปได้ว่า เกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์
จึงน่าเป็นห่วงเด็กๆ ที่ไม่ได้รับ Choline ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญมากในพัฒนาการของสมองอย่างเพียงพอ
เพราะการเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการทางระบบประสาทเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ที่เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อพวกเขาโดยไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ Choline ที่ร่างกายได้รับในระหว่างตั้งครรภ์ และช่วงให้นมบุตร กับพัฒนาการของสมอง
จากการทดลองกับสัตว์ พบว่า เมื่อแม่มี Choline มากขึ้น พัฒนาการทางปัญญาของลูกก็จะดีขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เริ่มพบผลลัพธ์ที่คล้ายกันในงานวิจัย Choline ในมนุษย์ แม้ว่าผลการวิจัยจะไม่ตรงกันทุกประการก็ตาม
ดังเช่น ผลการวิจัยในสัตว์ 38 รายการ และในมนุษย์ 16 รายการ ที่พบว่า การเสริม Choline ช่วยในการพัฒนาสมองอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน มีเพียงการศึกษาในสัตว์เท่านั้น ที่แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่าง Choline กับการทำงานที่ดีขึ้นของสมอง
แม้ว่าส่วนใหญ่ผลการวิจัยจะไม่ได้กำหนดปริมาณที่เหมาะสมของการเสริม Choline ที่ชัดเจนก็ตาม
อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยเกี่ยวกับ Choline ในมนุษย์ ว่าการบริโภค Choline สูงถึง 930 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบเท่ากับ Choline ใน “ไข่ไก่” 6 ฟอง นั้น ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
ทั้งนี้ หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีระดับ Estrogen ต่ำ และผู้ที่เป็นโรคไขมันพอกตับ ต้องการ Choline มากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวัน
แน่นอนว่า ความแตกต่างทางพันธุกรรมของแต่ละคน หรือแต่ละเผ่าพันธุ์ ก็มีความต้องการ Choline ที่แตกต่างกันด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเรารับประทาน Choline ในอาหาร Choline จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตได้ง่ายมาก ทำให้มั่นใจได้ว่า เราได้รับ Choline ในแต่ละวันที่เพียงพอ
อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า พวกเราหลายคนไม่ได้รับ Choline ที่เพียงพอ เช่น มีการพบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันเพียง 11% ที่บริโภค Choline
“ไข่ไก่” ถือเป็นแหล่ง Choline ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดแหล่งหนึ่ง ทำให้มีข้อกังวลบางประการ ว่าผู้ที่รับประทานอาหารเจ อาจไม่ได้รับ Choline เพียงพอ
แม้จะมี Choline จะอยู่ในพืชหลายชนิด และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี Choline ก็มีวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายในหลายประเทศก็ตาม
งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่กิน “ไข่ไก่” จะได้รับ Choline มากถึง 2 เท่าของผู้ที่ไม่กิน “ไข่ไก่”
ทำให้นักวิจัยสรุปว่า การบริโภค Choline ให้ได้ปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวันนั้นยากมาก หากไม่กิน “ไข่ไก่” หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี Choline
อย่างไรก็ตาม คำแนะนำผู้เชี่ยวชาญจากยุโรป ที่ให้รับประทาน Choline 400 มิลลิกรัมต่อวันนั้น สามารถทำได้สำหรับคนส่วนใหญ่
โดยต้องมีการวางแผนรับประทานอาหารที่รอบคอบ เช่น เต้าหู้ มี Choline 28 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม เนยถั่ว 61-66 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม ถั่วเหลือง 120 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม
สำหรับผู้ที่กังวลว่าจะได้รับ Choline ไม่เพียงพอ สามารถรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มี Choline ได้ทุกวันโดยไม่เป็นอันตราย
ในอนาคต จำเป็นต้องมีการวิจัยในสัตว์ และมนุษย์เพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจกลไกเบื้องหลังในแง่ประโยชน์ต่อสุขภาพบางประการของ Choline ให้ดียิ่งขึ้น
และในปัจจุบัน วงการแพทย์เริ่มตระหนักถึงความจำเป็นของ Choline ต่อร่างกายมนุษย์มากขึ้น จากที่ Choline ถูกมองข้ามมาอย่างยาวนาน
อีกงานวิจัยหนึ่งซึ่งพบว่า Choline ส่งผลต่อสมองโดยตรงเลยก็คือ เรื่องของสุขภาพจิตของเรา
จากผลการวิจัยที่พบว่า การบริโภค Choline ในปริมาณมากขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับระดับความวิตกกังวลที่ลดลง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลการวิจัยอีกชิ้นชี้ว่า การบริโภค Choline ในปริมาณมากขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าที่ลดลง
สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่า Choline ไม่ใช่วิตามิน หรือแร่ธาตุ แต่เป็นสารประกอบอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาทในมนุษย์
ปัจจุบัน มีหลักฐานใหม่มากมายที่ชี้ว่า การบริโภค Choline ส่งผลดีหลายประการ ตั้งแต่ประสิทธิภาพการรับรู้ ไปจนถึงป้องกันความผิดปกติของระบบประสาท
