บทความพิเศษ | พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์
ปรีดี แปลก อดุล
: คุณธรรมน้ำมิตร (73)
ทูตพิวรีฟอย
ช่วงเวลาของสหรัฐอเมริกาในการกำหนดทิศทางการดำเนินการต่อประเทศไทยในยุคต้นทศวรรษ 2490 อันเป็นช่วงต้นของสงครามเย็นนั้น การเมืองภายในประเทศไทยอยู่ระหว่างการต่อสู้ของฝ่ายรอยัลลิสต์กับฝ่ายจอมพล ป.พิบูลสงคราม สหรัฐอเมริกามี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (พ.ศ.2496-2504) เป็นประธานาธิบดีซึ่งสืบทอดนโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเอาเป็นเอาตายต่อจาก แฮร์รี่ เอส. ทรูแมน ทั้งสองสังกัดพรรครีพับลิกัน
พ.ศ.2496 ปีแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ เลือก วิลเลียม เจ. โดโนแวน อดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับโอเอสเอสในภูมิภาคเอเชียใต้ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้มาปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยที่สหรัฐอเมริกากำหนดให้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการต่อสู้คอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 4 กันยายน พ.ศ.2496 มีภารกิจสำคัญคือการสานต่อภารกิจออกแบบโครงสร้างเครือข่ายต่อสู้คอมมิวนิสต์ในไทย
โดโนแวนใช้เวลาไม่นานก็เสนอให้เชิดชูสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจคนไทยเข้าต่อสู้กับอันตรายสำคัญของชาติคือลัทธิคอมมิวนิสต์
ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ให้การสนับสนุนแนวความคิดนี้อย่างเต็มที่ นำไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาอย่างสมบูรณ์แบบเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้การต่อสู้คอมมิวนิสต์ในประเทศไทยประสบผลลัพธ์เป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว โดยมีซีไอเอเป็นหน่วยปฏิบัติสำคัญ ทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเอางานเอาการของเอกอัครราชทูตโดโนแวนที่ยังสามารถสร้างความสนิทสนมกับสถาบันกษัตริย์ของไทยอย่างได้ผลอีกด้วย แต่โดโนแวนก็สามารถปฏิบัติหน้าที่นี้ได้เพียงปีเศษเท่านั้นก็เกิดอาการโรคสมองเสื่อมจนต้องพ้นหน้าที่เมื่อ 21 สิงหาคม พ.ศ.2497 เพื่อกลับไปรักษาตัวโดยด่วนที่สหรัฐอเมริกา
จอห์น อี. พิวรีฟอย ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาคนใหม่ประจำประเทศไทยในวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2497 ขณะที่การขับเคี่ยวระหว่างฝ่ายรอยัลลิสต์กับรัฐบาลยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้นพร้อมกับการแตกแยกระหว่างจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ที่รุนแรงขึ้นตามลำดับ
พิวรีฟอยเป็นนักการทูตที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่ง ก่อนได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ให้มารับตำแหน่งนี้ พิวรีฟอยเป็นรองผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ นับเป็น “เบอร์สาม” ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นคนหนุ่มที่ถูกจัดเป็น “นักการเมืองสายเหยี่ยว” ที่เอาการเอางานและทำหน้าที่ให้แก่มหาอำนาจโลกเสรีอย่างเข้มแข็งในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ทั้งที่กรีซและกัวเตมาลา จนได้ชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ เขาวางแผนไว้ว่า หากหมดภารกิจในประเทศไทยจะเข้าสู่วงการการเมืองที่เซาธ์แคโรไลนาบ้านเกิด ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก
พิวรีฟอยเคยมีบทบาทในการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ เคยเป็นทูตสหรัฐอเมริกาที่กรีซ (พ.ศ.2493) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของฝ่ายโลกเสรีในช่วงต้นสงครามเย็น บทบาทสำคัญของพิวรีฟอยที่ล่อแหลมต่อ “มารยาททางการทูต” ในกรีซคือการสนับสนุนกลุ่มการเมืองปีกขวาให้ขึ้นมีอำนาจ ส่งผลให้ชื่อเสียงด้านมารยาททางการทูตของเขาไม่ดีนัก จนถ้ามีนักการเมืองต่างชาติคนใดเข้าไปแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศอื่นก็จะถูกเรียกว่าทำตัวเป็น “พิวรีฟอย”
หลังจากนั้นเขาถูกส่งไปเป็นทูตที่กัวเตมาลา (พ.ศ.2496) ซึ่งก็ได้ร่วมกับซีไอเอสนับสนุนให้ พ.อ.คาร์ลอส คาสติลโล-อาร์มาส ทำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลฝ่ายซ้ายที่มาจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดีจาโคโบ อาร์เบนซ์ กูซแมน ก่อนที่เขาจะถูกส่งมาประจำประเทศไทย
ขณะที่ในประเทศไทย การขับเคี่ยวระหว่างฝ่ายรอยัลลิสต์กับรัฐบาลกำลังเป็นไปอย่างเข้มข้นพร้อมกับการแตกแยกระหว่างจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ที่รุนแรงใกล้จุดแตกหักขึ้นตามลำดับ
มีบันทึกว่า พิวรีฟอยเป็นนักการทูตที่มีเสน่ห์ มีวิธีการและท่วงทำนองในการทำงานที่แตกต่างจากนักการทูตคนอื่นๆ ไม่เป็นเรื่องแปลกที่จะเห็นเขาใส่เสื้อแบะอกหรือนุ่งกางเกงลายทาง ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นกันเองกับผู้คน และชอบให้เรียกเขาด้วยชื่อเล่นว่า “แจ็ก-Jack” จนได้ฉายาว่า “Smiling Jack”
พิวรีฟอยถูกส่งมาประจำการในไทยเพื่อสานต่อภารกิจจากโดโนแวนในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ โดยที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งมีผลงานด้านต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างโดดเด่นถึงเลือดถึงเนื้อทำให้สนิทสนมแนบแน่นและได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากโดโนแวน แต่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปเมื่อพิวรีฟอยเข้ารับหน้าที่
ก่อนที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะทำการปฏิวัติเมื่อ 16 กันยายน พ.ศ.2500 นั้น พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้คิดจะก่อการรัฐประหารมาก่อนแล้ว โดยวางแผนจะกระทำระหว่างที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน พ.ศ.2498 โดย พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้มาขอการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาผ่านพิวรีฟอยซึ่งควบคุมซีไอเอ แต่พิวรีฟอยปฏิเสธ และให้ความเห็นว่าหากกลุ่มตำรวจทำการรัฐประหารเพื่อกำจัดจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ยากที่จะได้รับการยอมรับจากที่ปรึกษาทางทหารประจำประเทศไทย “จัสแมก” พิวรีฟอยให้เหตุผลว่า จัสแมกสนับสนุนจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และกลุ่มทหารบก
และเมื่อจอมพล ป.พิบูลสงคราม เดินทางกลับมาไทยก็ได้นำเรื่องความพยายามรัฐประหารของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ แจ้งให้จอมพล ป.พิบูลสงคราม ทราบด้วย
พิวรีฟอยส่งรายงานเหตุการณ์นี้ไปยังกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา และมีรายงานของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาหลายฉบับระบุว่า พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เหมาะสมที่จะอยู่เบื้องหลังการเมืองมากกว่าที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำด้วยตนเอง
ปริศนาการตายของพิวรีฟอย
12 สิงหาคม พ.ศ.2498 พิวรีฟอยพร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปชมการกระโดดร่มของตำรวจพลร่มซึ่งได้รับการก่อตั้งและสนับสนุนจากซีไอเอ ที่ค่ายนเรศวร อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังจากชมการกระโดดร่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว พิวรีฟอยได้ขับรถส่วนตัว ฟอร์ดธันเดอร์เบิร์ด ด้วยความเร็วกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทิ้งรถตำรวจติดตามไว้เบื้องหลัง
ถนนเส้นนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ละสะพานที่ข้ามคลอง รถไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ ขณะที่ธันเดอร์เบิร์ดกำลังจะขึ้นสะพานแห่งหนึ่งด้วยความเร็วสูง ปรากฏว่ามีรถบรรทุกโผล่สวนมาจากอีกด้านหนึ่ง แม้พิวรีฟอยจะพยายามเบรก แต่ไม่ทันการ พิวริฟอยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
การสูญเสียพิวรีฟอยนับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา
ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์กล่าวไว้อาลัยว่า สหรัฐอเมริกาได้สูญเสียนักการทูตคนสำคัญที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและสันติภาพ
ระหว่างเกิดเหตุการณ์นี้ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อยู่ระหว่างการเยือนสหรัฐอเมริกา แต่ก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ซีไอเอ 2 คนที่นั่งมากับรถของพิวรีฟอยให้การยืนยันว่าการเสียชีวิตเป็นอุบัติเหตุ ทำให้ยุติข้อสงสัยนี้ไปได้
แต่กระนั้นก็ยังมีกลุ่มผู้ที่ไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุได้ตั้งสมมุติฐานว่าอาจจะเป็นแผนสมคบคิดของฝ่ายคอมมิวนิสต์จากพฤติการณ์ของพิวริฟอยเมื่อครั้งที่ประจำการอยู่ในกรีซหรือกัวเตมาลา แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดๆ ยืนยัน
(ขอบคุณ “อำนาจ ลอกคราบการเมืองไทย อุดมการณ์ เพื่อชาติ และญาติมิตร” ของ รุ่งมณี เมฆโสภณ)
