หลังลับแล มีอรุณรุ่ง | ธงทอง จันทรางศุ
‘อีสาน’ ตัวจริงเสียงจริง
MINIMALIST
ใครๆ ก็รู้กันอยู่ว่า “อีสาน” แปลว่าทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และอีกความหมายหนึ่งที่อยู่ในความเข้าใจของพวกเรา คำเดียวกันนี้ยังหมายถึงภูมิภาคของประเทศไทยที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแผนที่ประเทศไทยด้วย
มีข้อแปลกอยู่อย่างหนึ่งว่า เมื่อเราพูดถึงภูมิภาคอื่น เราเรียกว่า ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งล้วนแต่เป็นคำไทยแท้ทั้งนั้น มีข้อยกเว้นแต่ภาคอีสานภาคเดียวที่เรียกชื่อเป็นภาษาต่างประเทศ
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน และขอละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจต่อไป เผื่อว่ามีใครจะศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ผมจะได้ขอมาอ่านในภายหลัง
เอาแต่เพียงว่าภาคอีสานในความเข้าใจของคนจำนวนไม่น้อย (ที่เป็นคนที่ไม่อยู่ในภาคอีสานเอง) มักจะมีความรู้สึกว่าเป็นภูมิภาคที่ห่างไกล กันดารแห้งแล้ง และถ้าใช้สำนวนการประชุมระหว่างประเทศก็ต้องบอกว่า “ยังมีโอกาสอีกมากที่จะพัฒนา”
ในฐานะที่ผมเป็นนักประวัติศาสตร์สมัครเล่น อย่างน้อยก็อยากจะยืนยันข้อเท็จจริงว่า การเดินทางไปภาคอีสานได้รับการพัฒนาตามหลังภาคอื่นมาพอสมควร ตัวอย่างเช่นรถไฟ ในขณะที่รถไฟสายเหนือทะลุถ้ำขุนตาลไปถึงเชียงใหม่ตั้งแต่ต้นรัชกาลที่ 7 แล้ว ส่วนสายใต้นั้นเชื่อมต่อเข้ามาเลเซียและสิงคโปร์มาแต่ไหนแต่ไร ในช่วงเวลาต้นรัชกาลที่ 7 ทางรถไฟอีสานตอนล่างเพิ่งจะไปหยุดอยู่แค่บุรีรัมย์และใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะไปถึงปลายทางที่อุบลราชธานี
ส่วนทางรถยนต์นั้น ถนนพหลโยธินกับถนนเพชรเกษมมีอายุมากกว่าถนนมิตรภาพมากพอสมควร พูดไปทำไมมี เมื่อผมเกิดมาถนนพหลโยธินกับถนนเพชรเกษมก็มีมานานแล้ว แต่ผมสามารถคุยโตได้ว่า ถนนมิตรภาพนั้นอายุอ่อนกว่าผมหลายปีอยู่
คำว่า “มิตรภาพ” ในที่นี้ หมายถึงมิตรภาพระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกาที่กำลังเจรจาเรื่องภาษีการค้ากันอยู่ระหว่างนี้ ยุคสมัยที่สร้างถนนกำลังเป็นเพื่อนซี้สนิทสนมกันเชียวครับ ส่วนปัจจุบันนั้น …
อย่างน้อยเรื่องรถไฟกับเรื่องถนนก็ทำให้เราเห็นข้อเท็จจริงว่า การพัฒนาภาคอีสานนั้นเดินตามหลังการพัฒนาภูมิภาคอื่นของประเทศไทยอยู่มากพอสมควร
แต่มาถึงทุกวันนี้ การคมนาคมในภาคอีสานไม่เหมือนเดิมแล้ว ผมมีเหตุให้ต้องเดินทางไปภาคอีสานบ่อยพอสมควร ได้รู้เห็นว่าสนามบินในภูมิภาคนี้มีหลายแห่ง ถนนที่เชื่อมระหว่างเมืองระหว่างอำเภอเป็นถนนสี่ช่องจราจร ผิวทางเรียบกริบ เวลานั่งรถแบบเป็นผู้โดยสารแล้วหลับสบายมากครับ ขอบอก
ส่วนการพัฒนาในเรื่องอื่น อีสานก็ได้รับการพัฒนามาจนอยู่ในระดับที่ไม่แตกต่างกับใครอื่นแล้ว ถ้าใครยังมีข้อสงสัยอยู่ก็ขอเชิญไปดูให้รู้เห็นด้วยตัวท่านเองได้เลย

ล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมานี้ผมเพิ่งไป จ.ขอนแก่นซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เพื่อไปร่วมงานอีสานสร้างสรรค์ ที่หลายหน่วยงานร่วมมือกันจัดขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ “ความเป็นอีสาน” ที่มีรากเหง้าอันน่าภูมิใจขึ้นมานำเสนอและสร้างสรรค์สำหรับเป็นประโยชน์ในทางเศรษฐกิจเพื่อเดินต่อไปในวันข้างหน้า
เท่าที่สติปัญญาอันมีไม่มากนักของผมพอจำได้ ความเป็นอีสานที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างน้อยมีมีอยู่สามแง่มุม มุมที่หนึ่งคือเรื่องการแสดง มุมที่สองเป็นเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิตต่างๆ ส่วนมุมที่สามคือเรื่องอาหารการกิน
พูดถึงเรื่องการแสดงก่อนดีไหมครับ
มาถึงวันนี้แล้วใครไม่รู้จัก “ลิซ่า” บ้างให้ยกมือขึ้น ลูกชิ้นยืนกินหน้าสถานีรถไฟเมืองบุรีรัมย์ผมก็เคยไปยืนกินมาแล้ว เพราะถ้าไปถึงบุรีรัมย์แล้วไม่ได้ไปยืนกินลูกชิ้นอยู่ตรงนั้นก็จะเป็นคนที่ตกยุคมาก
การแสดงหมอลำวันนี้พัฒนาไปไกล และมีพลังอำนาจแฝงหลายอย่างที่คนไม่เคยดูหมอลำจะนึกไม่ออกเลยทีเดียว
ดูเซิ้งอีสานสารพัดเซิ้งทีไร หัวใจก็เต้นตามจังหวะดนตรีทุกทีไปสิน่า
ขบวนแห่ผีตาโขนที่เมืองเลยก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง
โดยภาพรวมตามความเห็นส่วนตัวผมแล้ว การแสดงของภาคอีสานมีจังหวะลีลาที่เร้าใจและจริงใจ ตรงไปตรงมา แม้ไม่ประดิดประดอยมาก แต่ก็เข้าถึงความรู้สึกของผู้ชมผู้ฟังได้ทุกครั้งไปเหมือนคนเรานั่งจับเข่าคุยกัน เป็นการคุยกันแบบพี่น้องแบบเพื่อนฝูง
ฝรั่งมังค่าแม้ไม่รู้ภาษาอีสานสักคำก็สามารถเข้าใจความสนุก ความรัก ความหวัง และอีกสารพัดอารมณ์จากการแสดงของชาวอีสานได้โดยไม่ต้องแปลความ

ส่วนประเด็นที่สองคือเรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิตนั้น แค่นึกถึงเรื่องการทอผ้าด้วยเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมัดหมี่ จก แพรวา ผ้าไหมผ้าฝ้ายต่างๆ เทคนิคและฝีมือของคนอีสานที่กินขาดมาแต่ไหนแต่ไร ก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลสงสัยอีกต่อไปแล้ว
ธรรมชาติได้เอื้ออำนวยให้สมบัติใกล้มือใกล้ตัวของคนอีสานสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในชีวิตได้ทั้งนั้น ต้นไม้ใบไม้และสารพัดสิ่งอย่างที่อยู่ในป่า สามารถใช้เป็นยา เป็นสีย้อมผ้า และใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีกมากมาย
ในงานอีสานสร้างสรรค์ที่เมืองขอนแก่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมสนุกมากกับการที่ได้เห็นการนำผ้าต่างชนิดของพี่น้องชาวอีสานมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ คือ มาทำเป็นกระเป๋าถือใบเล็กสำหรับคุณสุภาพสตรีถือไปงานราตรีหรืองานให้โอกาสอื่น บ้างก็นำมาทำเป็นถุงสำหรับใส่ของสารพัดประโยชน์ เท่านั้นยังไม่พอครับ มีการนำ “ยันต์” ต่างๆ มาประดับเป็นลวดลายอยู่ที่กระเป๋าหรือถุงผ้าเหล่านั้น
เรียกว่ากระสุนนัดเดียวได้นกสองตัวเป็นอย่างน้อย ได้ทั้งกระเป๋าสวยงาม แถม “มู” อีกเล็กน้อยด้วย
กระเป๋าหรือย่ามแบบนี้ถือแล้วรวยแน่ แถมยังปลอดภัยไม่มีใครทำร้ายด้วย ฮา!
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องเดียวของการนำความเป็นอีสานมาต่อยอดสำหรับใช้งานในยุคปัจจุบัน
หัวข้อส่งท้ายที่ต้องพูดถึง และแค่พูดขึ้นมาก็เปรี้ยวปากเสียแล้ว เล่นเอาน้ำลายสอกันทีเดียว
ถูกแล้วครับ เรากำลังจะพูดถึงเรื่อง อาหารอีสาน
หลายปีก่อนผมมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ ทูลกระหม่อมพัชรกิติยาภา กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ ซึ่งเคยทรงรับราชการเป็นอัยการอยู่ทางภาคอีสานนานปี เมื่อบทสนทนามาถึงเรื่องอาหารอีสานแล้ว ผมจับความได้แม่นยำว่า ทรงเป็นแฟนของปลาร้าเป็นอย่างยิ่ง ส้มตำก็เป็นของที่ไม่ควรขาดถ้าคิดจะตั้งเครื่องถวาย
เมื่อสองวันก่อน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นบอกกับผมว่า ไม่น่าเชื่อว่า “เน่าแล้วจะอร่อย”
ถูกแล้วครับท่านพูดถึงปลาร้า อาหารที่เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของชาวอีสาน เป็นความสามารถในการเก็บอาหารไว้รับประทานได้ในระยะยาว ไม่ต้องทิ้งของสดเพราะรับประทานไม่หมดไปเสียเปล่าๆ
เรื่องการถนอมอาหารนี้เป็นภูมิปัญญาระดับโลกเลยทีเดียว
เมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวที่กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา พอดีกันกับที่ทางสถานทูตไทยที่นั่นจัดงานแนะนำอาหารไทยให้ร้านอาหารชั้นนำในกรุงโคลัมโบได้ทดลองรับประทาน โดยเชิญคุณเจ้าของร้าน “เฮือนคำนาง” เชฟผู้มีฝีมือเลื่องลือจาก จ.ขอนแก่นไปแสดงฝีมือที่นั่น ผลปรากฏว่าอาหารมื้อนั้นเป็นที่ติดอกติดใจไปตามๆ กัน
เสียดายที่ว่าไปอีสานรอบนี้ผมไม่ได้ไปกินอาหารที่ร้านเฮือนคำนางต้นตำรับเพราะชีวิตมัววุ่นวายกับเรื่องอื่นเสีย แต่ได้ไลน์ติดต่อกับคุณคำนางแล้วว่า ครั้งหน้าจะไม่ยอมพลาดโอกาสการกินอาหารอีสานฝีมือของคุณเธอเลยเป็นอันขาด
ในงานอีสานสร้างสรรค์คราวเดียวกันนี้ ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ไปร่วมในงานได้พูดบนเวทีว่า เสน่ห์อีสานอยู่ตรงวิถีชีวิตที่เรียบง่าย
คนอีสานสามารถหยิบพริก หยิบมะเขือ และอะไรต่อมีอะไรอยู่รอบตัวมาผสมรวมกันเข้ากับสติปัญญาที่อยู่ติดตัว ขยำนิด โขกหน่อย ปิ้งย่างอีกประเดี๋ยวเดียว ก็ได้อาหารอร่อยล้ำขนาดที่ต้องไม่ต้องง้อให้ยางรถยนต์ยี่ห้อไหนมาแนะนำเลยทีเดียว
โลกสมัยนี้กำลังตื่นเต้นชื่นชมกับ minimalist ที่คนอีสานเป็นตัวจริงเสียงจริงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ขอแต่เพียงให้เรามองเห็นคุณค่าในสมบัติที่เรามีอยู่ นำสมบัติเหล่านี้ออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์เถิด
โปรดอย่าทิ้งอย่าขว้างเลย
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
