คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
Facebook : @Pitsanuofficial
ลาก่อน…คุณตาเฟาจา ซิงห์
ยอดนักวิ่งมาราธอนวัย 114 ปี
สัปดาห์นี้มีเรื่องเศร้ามาเล่าครับ…
เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม คุณตาเฟาจา ซิงห์ (Fauja Singh) ยอดนักวิ่งมาราธอนชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดียที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิ่งมาราธอนที่อายุมากที่สุดในโลก ถูกรถชนแล้วหนี เสียชีวิต ในวัย 114 ปี ขณะเดินอยู่บนถนนที่บ้านเกิดในเมืองชลันธร (Jalandhar) รัฐปัญจาบ ประเทศอินเดีย ขณะนี้ตำรวจกำลังติดตามตัวคนขับรถที่ชนคุณตา
ผมเขียนถึงคุณตาเฟาจาที่นี่ครั้งแรกเมื่อปี 2556 ตอนที่คุณตาเพิ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิ่งมาราธอนที่อายุมากที่สุดในโลก ตอนนั้นคุณตาเฟาจา อายุ 102 ปี
เขียนถึงชีวิตของคุณตา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนว่า ไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ไม่สายเกินไปที่จะเริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
เพราะคุณตาเฟาจาเริ่มฝึกวิ่งอย่างจริงจังตอนอายุ 81 ปี ซึ่งเป็นปีที่ภรรยาเสียชีวิต และในเวลาใกล้ๆ กันลูกสาวคนโตก็มาเสียชีวิตอีกจากการคลอดลูก ทำให้คุณตาเศร้าเป็นที่สุด
จึงรวบรวมกำลังใจตั้งเป้าหมายใหม่ในชีวิต และเลือกที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขด้วยการวิ่งซึ่งเป็นสิ่งที่รักสมัยเป็นเด็ก แต่ต้องหยุดไปเพราะต้องช่วยครอบครัวทำงาน
ผมเขียนถึงการดำเนินชีวิตอย่างมีค่า มีความสุขในชีวิตทุกวันในวัยเกิน 100 ปี เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณตาเฟาจา ซิงห์ ครับ
คุณตาเฟาจา เกิดวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2454
สมัยที่คุณตาลงแข่งวิ่งมาราธอน จะวิ่งเพื่อหารายได้เข้าการกุศลอยู่เสมอ ซึ่งคุณตาพูดถึงอุดมการณ์ในการใช้ชีวิตไว้อย่างน่าชื่นชมว่า ในชีวิตมีสิ่งที่เป็นเกียรติอยู่สองอย่าง
หนึ่ง คือการได้ช่วยการกุศล
สอง คือการดูแลสุขภาพตัวเอง
ทุกวัน คุณตาเฟาจาจะเดินวันละประมาณ 6.5 กิโลเมตร เริ่มจากเดินไปที่วัดซิกข์ ที่ห่างจากบ้าน 1.5 กิโลเมตร จากนั้นก็เดินต่ออีก 5 กิโลเมตรไปหาลูกชายที่ร้านซ่อมท่อน้ำ ซึ่งลูกชายเป็นเจ้าของร้าน หากวันใดเดินไม่ได้ตามเป้าเพราะติดงานเดินทางโชว์ตัว หรือสภาพอากาศไม่อำนวย คุณตาจะต้องหาโอกาสออกกำลังให้ครบตามเวลาที่ขาดไป
เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจกระปรี้กระเปร่า
คุณตาเล่าถึงการแข่งขันวิ่งมาราธอนครั้งสุดท้ายในชีวิตในรายการ Hong Kong Marathon ปี 2013 ว่า ตอนเข้าเส้นชัยได้ยินเสียงปรบมือกึกก้อง ทำให้รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก เป็นความรู้สึกผสมกันระหว่างความดีใจกับเศร้าใจ
ดีใจที่อำลาชีวิตนักวิ่งมาราธอนในขณะที่อยู่ในจุดสูงสุดของชีวิตการเป็นนักกีฬา แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกเสียใจที่จะไม่ได้ลงแข่งขันอีกแล้ว
คุณตาพูดถึงสภาพร่างกาย หลังเลิกลงแข่งวิ่งมาราธอนว่า ไม่แข็งแรงเหมือนก่อน คนที่ไม่ได้เป็นนักวิ่งไม่เข้าใจหรอกว่าการวิ่งมาราธอนนั้นไม่ใช่เพียงแค่ปรากฏตัวที่จุดสตาร์ต แต่ร่างกายต้องฟิตเปรี๊ยะตั้งแต่เตรียมตัวเดินทางไปแข่งขัน
สมัยเป็นนักวิ่งมาราธอน คุณตาเฟาจาบอกว่ามีความสุขที่ร่างกายฟิตจัด แข็งแรงสุดยอด
สำหรับวัยอย่างคุณตาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำได้ ต้องมีระเบียบวินัยอย่างมาก
ถึงไม่ได้ลงแข่งขันวิ่งมาราธอนอีกแล้ว แต่ก็ยังรักที่จะวิ่งสุดกำลังเท่าที่ตัวเองสามารถทำได้ แม้จะใช้เวลานานกว่าเดิม เพราะการวิ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมา ช่วยให้จิตใจแข็งแกร่ง ไม่เจ็บปวดจน
ทนไม่ได้จากการต้องสูญเสียภรรยาและลูกในเวลาใกล้กันตอนคุณตาอายุ 81 ปี
คุณตาลงแข่งมาราธอนครั้งแรกตอนอายุ 89 ปี และลงแข่งมานานถึง 14 ปี โดยบอกว่าการแข่งขันวิ่งส่งผลให้ชีวิตยังมีความสุขจนถึงทุกวันนี้
เคล็ดลับในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ดูอ่อนกว่าวัย คุณตาเฟาจาบอกว่า ทุกเช้าตื่นขึ้นมาจะทาน้ำมันทาผิวเด็กหรือ Baby Oil ทั่วตัวเพื่อให้ร่างกายอ่อนนุ่ม มีความยืดหยุ่น
สำหรับอาหารเช้าจะดื่มชา 1 แก้วกับเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) ซึ่งมีกากใยอาหารสูง ก่อนออกจากบ้านเพื่อเดิน วิ่ง จ๊อกกิ้ง คุณตาจะกินโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย ตามด้วยน้ำเปล่า 2 แก้ว
ส่วนอาหารกลางวันหลังออกกำลังเสร็จ คุณตาจะกินจะปาตี (Chappatti) ซึ่งเป็นขนมปังแผ่นแป้งบางๆ เหมือนโรตี กับดาล (Dal) ซึ่งเป็นซุปแบบอินเดียที่ทำจากถั่วกับโยเกิร์ต
อาหารที่คุณตาไม่แตะเลยก็คือข้าว และดอกกะหล่ำ บอกว่าไม่ดีต่อสุขภาพของคุณตา ก่อนเข้านอนจะดื่มนมอุ่น 1 แก้ว และทุกสัปดาห์จะกินแกงขิงเพื่อล้างพิษในร่างกาย
ถามคุณตาว่าหากรู้สึกไม่สบาย, เป็นไข้ แนะนำให้กินยาอะไร
คุณตาบอกว่าการออกกำลังกายเป็นยาวิเศษที่สุด
ในวัยเกิน 100 ปี คุณตาเฟาจาบอกว่า ไม่คิดว่าตัวเองแก่ เพราะหากคิดว่าตัวเองแก่เมื่อไร ชีวิตก็จบ
