bg-single

เปลี่ยนผู้นำประเทศ มีอะไรเปลี่ยนบ้าง

27.07.2025

หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ

เปลี่ยนผู้นำประเทศ

มีอะไรเปลี่ยนบ้าง

การเปลี่ยนผู้นำประเทศใหญ่หรือเล็กต่อจากนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายควบคู่ไปด้วย

ก็เนื่องจากสถานการณ์ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ กำลังเปลี่ยนอย่างมาก

และการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลกระทบไปยังประเทศที่อยู่ข้างเคียงหรือแม้อยู่ไกลออกไปเนื่องจากระบบการค้าเศรษฐกิจเทคโนโลยีได้ถูกเชื่อมสัมพันธ์หรือกระทั่งผูกพันกัน

บางประเทศมีลักษณะพึ่งพาในบางด้าน เมื่อเกิดผลกระทบก็จะสะเทือนกับชีวิตความเป็นอยู่ การค้าขาย การผลิตของประเทศอื่น

การเปลี่ยนผู้นำบางประเทศอาจจะมีผลต่อปัญหาของประเทศนั้นโดยตรง เช่น รัสเซีย และกัมพูชา

แต่หลายประเทศมีความซับซ้อน

การเปลี่ยนแปลงการนำในประเทศจีน

ถ้าประเมินจากข่าวคราวที่ได้รับในช่วงนี้มีการคาดการณ์กันว่าการนำแบบรวมศูนย์ของผู้นำ สี จิ้นผิง น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเร็วๆ นี้ แต่ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่โค่นล้มแบบฉับพลัน เพียงแต่อำนาจทางการเมืองจะถูกกระจายออกไป เป็นการนำรวมหมู่ ทำให้เกิดความสมดุลในหมู่ผู้นำ

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจนั้นจะถูกตัดสินใจจากสภาพแวดล้อม และปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพภายใน และระหว่างประเทศ ตามความสัมพันธ์ที่มีต่อประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา รัสเซีย อินเดีย และภูมิภาคอื่นตามสภาพจริง ซึ่งมีผลประโยชน์ของแต่ละชาติเป็นพื้นฐาน ดังนั้นนโยบายย่อมแตกต่างกัน

ที่จะกระทบต่อโลกแน่ๆ คือนโยบายในกลุ่ม BRICS โดยเฉพาะนโยบายทางการเงินที่ต้องการให้กลุ่มประเทศตนเองไม่ต้องการพึ่งพาระบบการเงินที่ผูกพันกับเงินดอลลาร์สหรัฐ

ประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงอำนาจในจีนจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้และกินเวลาประมาณ 1 ปี แต่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจต้องใช้เวลานาน ไม่ว่าจะเกิดจากการผลิตรถ EV การแก้ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างอย่างล้นเกิน ระบบการผลิตเพื่อการส่งออกที่มีอย่างมากมาย เมื่อถูกบีบด้วยอัตราภาษีจากสหรัฐอเมริกาทำให้ส่งออกได้ยาก

แม้จะมีประชากรถึง 1,400 ล้าน ก็ยังไม่ใช่ตลาดที่จะรองรับการผลิตได้อย่างเพียงพอ ถ้าหยุดผลิตคนก็ตกงาน

การเปลี่ยนแปลงผู้นำสหรัฐอเมริกา

การเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีทรัมป์คงจะต้องรอครบ 4 ปี ซึ่งขณะนี้ยังดำรงตำแหน่งมาไม่ครบปีด้วยซ้ำ แต่สหรัฐอเมริกาจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาในกลางเทอมซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569

การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 ที่นั่ง และสมาชิกวุฒิสภาหนึ่งในสาม นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเกือบ 40 ครั้งทั่วรัฐและดินแดนต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา

สภาคองเกรสชุดนี้เสียงข้างมากเป็นของพรรครีพับลิกันในทั้งสองสภา ในสภาผู้แทนราษฎร พรรครีพับลิกันมีสมาชิก 220 คน ส่วนพรรคเดโมแครตมี 212 คน ในวุฒิสภา พรรครีพับลิกันมีสมาชิก 53 คน พรรคเดโมแครตมี 45 คน

การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ทรัมป์ได้ประกาศและนำออกไปปฏิบัติในขณะนี้น่าจะมีผลกระทบต่อชาวอเมริกันอย่างชัดเจนในอีก 1 ปี ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่า ความพึงพอใจของประชาชนจะไปแสดงออกในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2569 ถ้าจำนวนเสียงในสภาคงที่หรือมากขึ้นการดำเนินนโยบายก็จะทำต่อไปอย่างสะดวก ผ่านกฎหมายต่างๆ ได้ง่าย

แต่ถ้ากระแสความไม่พอใจมีมากจำนวนเสียงทั้ง 2 สภาของพรรครีพับลิกัน อาจจะลดลงกลายเป็นเสียงข้างน้อย การบริหารประเทศต่อตามนโยบายก็จะไม่ง่ายอีกแล้ว

และจะมองเห็นความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปของพรรครีพับลิกัน ซึ่งอาจทำให้ต้องมีการปรับนโยบายต่างๆ

ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนผู้นำหรือไม่?

การเปลี่ยนผู้นำในประเทศไทยที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่.. ในช่วงใกล้ๆ นี้เป็นการตัดสินของศาล ซึ่งอาจจะไม่มีการเปลี่ยนตัวนายกก็ได้

แต่ถ้าเป็นกรณีที่ศาลตัดสินให้นายกฯ พ้นจากตำแหน่ง หรือนายกฯ ตัดสินใจลาออกก่อนศาลตัดสิน การเลือกตั้งนายกฯ ใหม่ในสภาก็ดูแล้วจะไม่ง่าย ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันสามัคคีกันมีเสียงเกินครึ่ง พรรคเพื่อไทยก็จะสามารถเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เข้าสู่สภา

ถ้ามีคู่แข่งก็น่าจะชนะ แต่ถ้าไม่มีพรรคใดเสนอแข่งเลย ก็ต้องคุมให้ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุน ให้มีเสียงเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะมีการต่อรองกันหลายรอบ

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่วุ่นวายแบบนี้ยิ่งทำให้เสถียรภาพทางการเมืองไม่มั่นคง แม้ยืดเวลาออกไปแต่ก็จะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ในระยะเวลาไม่นาน

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นใคร ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับพรรคการเมืองไหนเข้ามาเป็นพรรคหลักในการบริหารบ้านเมือง

ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงผู้นำไทยคงจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายน้อยมาก อีกเหตุผลหนึ่งก็คือคนที่มีอำนาจจริงๆ ของทุกกลุ่มล้วนแล้วแต่อยู่หลังฉาก

การเปลี่ยนแปลงผู้นำในประเทศเวียดนาม

เวียดนามก็มีการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองค่อนข้างถี่ใน 3 ปีหลังนี้ แต่การเปลี่ยนประธานาธิบดี ไม่ได้หมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการนำระบบการเมืองพรรคเดียว ทำให้ผู้นำที่ขึ้นมาใหม่แต่ละครั้งมาจากความเห็นชอบของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

ลำดับของผู้นำ ตามอำนาจคือ เลขาธิการพรรคฯ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา

พฤษภาคม 2567 นายโต เลิม ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีแทนคนเก่าที่ลาออกเมื่อเดือนมีนาคม

ต่อมากรกฎาคม 2567 เหงียน ฟู จ่อง เลขาธิการพรรคฯ เสียชีวิต นายโต เลิม ก็ได้รับแต่งตั้งให้ควบตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงอำนาจมากกว่า เขาจึงสละตำแหน่งประธานาธิบดี เพื่อประนีประนอมทางอำนาจหลังจากที่เกิดความวุ่นวายในผู้นำตลอด 1 ปีที่ผ่านมา จนมีการลาออกของประธานาธิบดีสองคนและประธานรัฐสภาอีกหนึ่งคน

เดือนตุลาคม 2567 พล.อ.เลือง เกือง วัย 67 ปี ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

การเปลี่ยนประธานาธิบดี 3 คนในช่วงระยะเวลาสั้นนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายมากพอสมควร จะเห็นว่าถึงปัจจุบันประเทศเวียดนามมีการเปลี่ยนแปลงด้านการลงทุนจากต่างประเทศอย่างมากมายและยังมีข้อตกลงพิเศษกับนโยบายภาษีของทรัมป์ได้ก่อนประเทศอื่น

ถ้าการเมืองประเทศเวียดนามนิ่งอย่างนี้อีกระยะหนึ่งการพัฒนาประเทศน่าจะก้าวไปและเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับประเทศใกล้เคียงรวมทั้งไทยด้วย เพราะเวียดนามมีประชากรประมาณ 100 ล้านคน ซึ่งขยันอดทนและใฝ่หาความรู้

เมื่อมีทุนและเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเสริมโอกาสที่จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และความซื่อสัตย์ของผู้นำ

กัมพูชาจะมีการเปลี่ยนผู้นำหรือไม่?

สําหรับประเทศข้างเคียง เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย การเปลี่ยนผู้นำเป็นไปตามปกติ ส่วนเมียนมา ลาว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่มีผลทางนโยบายต่อไทย

ที่มีปัญหาขณะนี้คือกัมพูชา คนกัมพูชาคือเพื่อนบ้านและลูกค้าไม่มีปัญหา แต่ผู้นำมีปัญหา เพราะครองอำนาจแบบเผด็จการมานานถึง 40 ปี อาจจะนานที่สุดในโลก

การเลือกตั้งที่อ้างว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย แต่ความเป็นจริง ก็คล้ายกับมีพรรคการเมืองพรรคเดียวเพราะฝ่ายค้านถูกปราบจนเรียบถ้าไม่หนีออกไปเมืองนอกก็ต้องติดคุก บางคนจึงเรียกว่าระบอบการปกครองแบบฮุน เซน แต่ที่ผ่านมา 40 ปีภายใต้อำนาจของฮุน เซน ประเทศพัฒนาได้ขึ้นมาเล็กน้อย

มีช่วงหลังที่ประเทศจีนเข้ามาลงทุนหลายคนคิดว่าประเทศน่าจะเปิดกว้างและพัฒนาไปได้แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว เป็นความล้มเหลวทางเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัดเจน เมื่อประเทศประสบปัญหาจากโรคระบาดโควิด-19 และปัจจุบันภาษีการส่งออกนำเข้าที่สหรัฐอเมริกาประกาศ ทำให้อุตสาหกรรมที่เพิ่งจะเจริญเติบโตไปต่อลำบากมาก การเกษตรก็ยังไม่พัฒนา

การยอมให้กลุ่มโจรไซเบอร์มาตั้งฐานทำมาหากิน กลายเป็นผลร้ายต่อประเทศ เพราะกำลังถูกต่อต้านจากนานาชาติ

ดังนั้นชะตากรรมของประชาชนในประเทศจะยากลำบากมากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดแรงกดดันอย่างมากต่อรัฐบาล

การปลุกกระแสชาตินิยมโดยการต่อต้านไทย ไม่สามารถกลบความลำบากยากแค้นได้

แต่การเปลี่ยนแปลงระบอบเผด็จการนี้จะไม่น่าเกิดขึ้นตามระบอบประชาธิปไตยได้ โอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบโค่นล้มกันจึงมีสูง

ความยากลำบากของประชาชนจะเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะเปลี่ยนผู้นำไปกี่ประเทศ แต่ปัญหาเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ ปัญหาสงครามอาจลดลงได้บ้าง ความยากลำบากจะยืดไป 5-10 ปี แล้วแต่ความเข้มแข็งของประชาชนแต่ละประเทศ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

Mazda CX-6e เอสยูวีไฟฟ้า สวยสะกดกับราคาสุดเร้าใจ
‘เมสซี่-โรนัลโด้’ และบทอำลาทีมชาติ (?) แบบต่างขั้ว
‘ยาม่วง’ หรือ ‘ยาเจนเชียน’ และดอกหลงต่าน
เต้าหู้ยัดไส้หมูสับผัดหน่อไม้
ยุคบ้านมือสองครองตลาด
ชัยชนะของคนธรรมดา : เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569
เมื่อ 67 มาถึงสยาม
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 16-22 ตุลาคม 2569
มนุษย์ ไม่ใช่แค่ ‘ทุนมนุษย์’
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
หกตุลา กึ่งศตวรรษ ยังหาทางกลับไม่ถึงบ้านหรือ
คำกล่าวปิดท้ายชุมนุมปาฐกถา 50 ปี 6 ตุลาที่เตรียมไว้ แต่พูดไม่หมด