การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
หนังบางเรื่องผิดพลาดตอนที่ตัดสินใจสร้างเป็นหนัง หากสร้างเป็นหนังการ์ตูนเสียแต่แรกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามาก
หนังการ์ตูนเกาหลี Lost in Starlight เป็นแบบนั้น
การ์ตูนที่รักเคยเขียนถึงหนังการ์ตูนเกาหลีประเภท โหด-หนัก-ดี มาบางเรื่อง เช่น The King of Pigs ปี 2011 Seoul Station ปี 2016 หนังสนุกมาก
ที่เซอร์ๆ สักหน่อย เช่น My Beautiful Girl, Mari ปี 2002 Oseam ปี 2003 ดีมากๆ ทั้งสองเรื่อง
พอมาพบเรื่องนี้ฉีกแนวไปเลย
ชอบที่สุดคือเป็นการ์ตูนสองมิติดั้งเดิมแต่ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยทำให้ได้สีสันฉูดฉาดเคลื่อนไหวรวดเร็ว ลำพังฉากหลังเมืองเซอูลในอนาคตก็ดูเพลิน
ด้วยเนื้อหาเลิฟสตอรี่ที่เรียบง่ายธรรมดาๆ สามารถทำให้ดูน่าสนใจและชวนเชื่อให้หลงใหลได้ เพราะสร้างเป็นการ์ตูนนั่นเอง
แอนิเมชั่นอาจจะไม่แปลกใหม่นักแต่การเติมริมฝีปากตัวละคนทุกคนด้วยการป้ายพู่กันครั้งเดียวไม่ตัดเส้นกลับได้ผลดี แปลกตา สวยงาม ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน
การสร้างภาพโฮโลแกรมจำนวนมากมายชวนตื่นตะลึงแม้ว่านาทีแรกๆ จะชวนสับสน ไม่รู้อะไรอยู่หน้าอะไรอยู่หลัง อะไรจริงอะไรไม่จริง
ไม่นับว่ากิริยาที่ตัวละครครโฮโลแกรมเดินผ่านร่างกายตัวละครจริงๆ ชวน “เสียว” พิกล ดูเหมือนหนังก็จงใจทำเช่นนั้นอยู่บ่อยๆ

คือเซอูลปี 2050 ที่กลายสภาพเป็นเมืองล้ำยุค เป็นเรื่องราวของสาวเกาหลีคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในทีมสำรวจดาวอังคาร หลังจากที่การสำรวจดาวอังคารเคยล้มเหลวสูญเสียนักบินทั้งหมดไปเมื่อ 25 ปีก่อน
ข่าวความเคลื่อนไหวของเธอปรากฏบนบิลบอร์ดขนาดยักษ์ทั่วเมืองอยู่ทุกวัน ท่ามกลางการเอาใจช่วยของชาวเซอูลทุกๆ คน
แต่ข่าวร้ายมาถึงก่อน เธอชื่อนันยอง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาจุลชีพบนดาวอังคารและได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อการนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศโดยแท้
แต่เธอไม่ได้รับการอนุมัติให้ร่วมเดินทางในนาทีสุดท้าย อาจจะเป็นเพราะผลการตรวจสภาพจิตที่ยังไม่เรียบร้อย
ร่วมกับเพราะความกลัวไปล่วงหน้าของหัวหน้าทีมสำรวจ เนื่องจากเธอคือลูกสาวของนักบินอวกาศหญิงที่ตายบนดาวอังคารในการสำรวจครั้งก่อนนั่นเอง
หลังการตายของคุณแม่ทั้งที่สัญญาว่าจะกลับมา ตอนนั้นเธออายุน่าจะประมาณ 4-5 ขวบแล้ว คุณพ่อของเธอกลายเป็นคนเก็บตัว หมกมุ่นกับการสร้างเสารับส่งสัญญาณวิทยุเพื่อติดต่อคุณแม่ผู้ซึ่งอาจจะหลงทางอยู่บนดาวอังคาร
เป็นความเศร้าของครอบครัวที่นันยองต้องการลบทิ้งด้วยการร่วมภารกิจครั้งใหม่นี้ อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะได้คุณพ่อคนเดิมคืนมาด้วย

ข่าวนันยองถูกตัดชื่อออกจากทีมสำรวจกระจายไปทั่ว เธออารมณ์ไม่ดีทำเครื่องเล่นแผ่นเสียงของแม่ตกแตกใครที่มีเครื่องเล่นเทปคาสเส็ตเสียวันนี้น่าจะหาช่างซ่อมได้ยากขึ้นแล้ว ที่ปี 2050 ก็เช่นกัน
แต่เธอบังเอิญหาช่างซ่อมพบจนได้ เขาชื่อเจย์ เป็นชายหนุ่มร่างใหญ่อดีตนักแต่งเพลงและนักร้องที่ไม่ยอมแต่งและร้องเพลงอีกเพราะปมอะไรสักอย่าง
วันนี้เขาเป็นชายหนุ่มเชยๆ ที่สามารถซ่อมแซมของเก่าๆ
นันยองเคยได้ยินเพลงที่เขาแต่งและจำได้ด้วย
สาวดิจิทัลพบรักหนุ่มอะนาล็อกเป็นพล็อตหนังที่เคยมีมาก่อนแล้ว ครั้นเป็นแอนิเมชั่นเกาหลีมีอะไรไม่ธรรมดาเลย เป็นความรักระหว่างผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว จะกอดจะจูบจะทำอะไรก็รับผิดชอบตัวเองกันได้แล้ว แล้วหนังก็แสดงให้ดูกันจริงๆ ว่านี่แหละ “ผู้ใหญ่” มิใช่ว่าอายุ 30-40 แต่ยังไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองโดยอิสระเสียที
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างดิจิทัลกับอะนาล็อกเป็นเรื่องเล็ก ที่ต้องมีปัญหาแน่ๆ คือความต่างชั้นกันด้านการศึกษา สติปัญญา ระดับความสำคัญของงานที่ทำ
เปรียบเทียบนักบินอวกาศผู้เชี่ยวชาญสิ่งมีชีวิตนอกโลก extraterrestial life กับช่างซ่อมเครื่องมือธรรมดาๆ ดูจะต่างชั้นกันมากไปไหม ก็ดูจะมากเกินไปจริงๆ

ที่ต่างกันจนเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาคือความเสี่ยง นันยองได้รับการคัดชื่อเข้าร่วมทีมสำรวจดาวอังคารอีกครั้งหนึ่ง เมื่อความรักเกิดขึ้นแล้วจะให้รักอย่างเดียวโดยไม่ห่วงใยได้อย่างไร หากพูดว่าไม่ต้องห่วงแล้วไม่ห่วงกันง่ายๆ อย่างนั้นน่าจะต้องสงสัยเสียแล้วว่ารักจริงรึเปล่า
นันยองต้องขึ้นจรวดเดินทางหลายเดือนกว่าจะถึงดาวอังคารเลยนะนั่น แม่เธอก็ตายบนนั้น จะให้หนุ่มนั่งรอข่าวการตายของเธอเฉยๆ ได้อย่างไร
เจย์มีเหตุผลทุกประการที่ความรักจะกลายเป็นความห่วง ความห่วงจะกลายเป็นความกลัว ความกลัวจะกลายเป็นความโกรธ จิตใจเดินทางสู่ด้านมืดเหมือนที่หนังมหากาพย์สงครามระหว่างดวงดาวอีกเรื่องหนึ่งว่าไว้
รักสะบั้นจนได้ก็ครานี้
“ฉันไม่เคยต้องกางร่มเลย” เป็นฉากโรแมนติกน่าจดจำฉากหนึ่งเมื่อเจย์วิ่งไปกางร่มให้นันยองที่กำลังเดินตากฝน เหตุผลเพราะพ่อของเธอเป็นคนกางร่มให้เธอมาโดยตลอด เป็นฉากที่เล่าเรื่องพ่อก็จริงแต่อดยิ้มมิได้
ช่วงสุดท้ายของหนังเป็นการเดินทางสู่ดาวอังคารของนันยองด้วยหัวใจร้าวราน
เป็นตอนจบที่สนุก ตื่นเต้น ถึงตาย มีหักมุม มีลุ้น และไซไฟโรแมนติกใช้ได้เลย
จากหนังโลกสวยในตอนแรกกลายเป็นหนังไซไฟทริลเลอร์เฉย
สำหรับแฟนหนังเกาหลี ได้ยินว่าบางคนดูเพียงเพราะเสียงพากย์ของดาราที่ชื่นชอบเท่านั้นเอง
เพียงได้ยินเสียงก็สุขใจ
