เกมการเมือง… การทหาร ไทยและกัมพูชา ต้องคิดถึง ชีวิตและชาวบ้าน
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
เกมการเมือง… การทหาร
ไทยและกัมพูชา
ต้องคิดถึง ชีวิตและชาวบ้าน
จากการปะทะกันตามแนวชายแดนไม่กี่จุดได้ขยายกลายเป็นแนวรบตามแนวชายแดนไปถึง 7 จังหวัด คืออุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด
ไทยและกัมพูชายังไม่ได้ประกาศสงครามกันแต่การปะทะได้ขยายแนวออกไปมาก
เป็นการสู้รบไม่ใช่การปะทะเล็กน้อยแบบในอดีตที่ผ่านมาตามยอดภูหรือสถานที่บางแห่ง
การใช้อาวุธก็มีการยิงจรวดระยะใกล้เข้าใส่ประเทศไทยและไทยก็ส่งเครื่องบินเข้าไปโจมตีที่ตั้งทางทหาร ซึ่งอยู่ในดินแดนกัมพูชา
1. การต่อสู้มิได้มีเพียงแค่การใช้กำลังทหารและอาวุธ แต่มีการเมืองและการทูต
แม้ความรู้สึกของกลุ่มชาตินิยมจัดทั้ง 2 ประเทศอยากจะให้การสู้รบรุนแรงขึ้น แต่ในความเป็นจริง การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การทหารล้วนๆ แต่มีการต่อสู้บนโต๊ะเจรจาและในเวทีสากล ทั้ง 2 ประเทศต้องพยายามแสดงให้เห็นว่าการกระทำของประเทศตัวเองเป็นฝ่ายถูกและอยู่ในขอบเขตเป็นการป้องกันตัว เพื่อที่จะไม่ถูกประณาม และยังได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ
จะเห็นว่ากรณีที่จรวดของกัมพูชายิงมาตกใส่ร้านสะดวกซื้อหรือโรงพยาบาลและมีผู้เสียชีวิตทำให้ชื่อเสียงกัมพูชาในระดับนานาชาติเสียหายทันที
มีหลายคนสงสัยว่ากองทัพอากาศของเราเหนือกว่ามากทำไมไม่บุกโจมตีเข้าไปลึกๆ หรือเข้าไปให้ถึงพนมเปญทิ้งระเบิดให้ราบเป็นหน้ากลองอะไรทำนองนั้น
นี่เป็นการรบในระดับย่อยแถวชายแดน ถ้าทำแบบนั้นก็ถือว่าเป็นการรุกราน และประเทศไทยเป็นประเทศใหญ่กว่าก็กลายเป็นรังแกประเทศเล็ก
ในที่สุดองค์กรระดับภูมิภาคเช่นอาเซียนหรือองค์กรระดับโลกเช่นสหประชาชาติก็ได้ทำหน้าที่ในการช่วยเจรจาสันติภาพ
ต้องยอมรับว่าอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและจีนเป็นของจริงซึ่งทั้งสองชาติก็ส่งตัวแทนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการเจรจา โดยมีนายกรัฐมนตรีมาเลเซียประธานอาเซียนเป็นตัวกลางน่าจะมีผลให้การหยุดยิงหยุดรบมีความเป็นไปได้อย่างน้อยก็ชั่วคราว
ชาวบ้านที่อยู่ตามชายแดน เป็นแสนคนก็จะอพยพกลับเข้าบ้านได้
2. นี่ไม่ใช่สงครามที่จะไปยึดครองพื้นที่ของประเทศอื่น
ในทางยุทธศาสตร์แล้วประเทศไทยไม่ได้คิดจะไปยึดครองกัมพูชา ทั้งประเทศหรือแม้แต่เพียงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ดังนั้นแม้จะสามารถโจมตีทางอากาศและเคลื่อนกำลังภาคพื้นดินเข้าไปยึดครองได้ก็ไม่ทำ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร
ต่างกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนซึ่งมีความต้องการยึดพื้นที่บางแคว้นบางจุดที่มีลักษณะเป็นยุทธศาสตร์และมีทรัพยากรสำคัญ มีเป้าหมายในการใช้เป็นพื้นที่ออกทะเล
ดังนั้นทั้งรัฐบาลและทางทหารจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปขยายสงครามจนมีภาพกลายเป็นผู้รุกรานและไปครอบครองประเทศอื่น
การพิพาทในกรณีปราสาท หรือพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ ไม่น่าจะใช่ปัญหาหลัก แต่การแย่งชิงทรัพยากรแหล่งน้ำมันในอ่าวไทยน่าจะเป็นปัญหาหลัก
เนื่องจากการขุดเจาะน้ำมันอยู่ในเขตทับซ้อนซึ่งจะมีแหล่งขุดเจาะหลายจุดอยู่ใกล้ไทยมากกว่าหรือบางจุดอยู่ใกล้กัมพูชามากกว่าการแบ่งผลประโยชน์ต่างๆ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน
สำหรับบริษัทที่จะมาขุดเจาะการเจรจากับกัมพูชาอาจจะง่ายกว่าเนื่องจากผู้ตัดสินใจคือผู้มีอำนาจจริง แต่ในประเทศไทยไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ ที่มีข่าวว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พัวพันกับเรื่องนี้คงไม่จริง
ลำพังตัวนายกฯ ทักษิณเองต้องเอาตัวเองให้รอดเสียก่อน
3. การดิ้นรน สร้างกระแสชาตินิยมของฮุน เซน เพื่อกลบกระแสต่อต้านเพราะปกครองมา 40 ปี แล้วประชาชนเขมรยังมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากโดยเฉพาะช่วงหลังและนับต่อจากนี้ไป ทำให้คนกัมพูชาจำนวนมากต้องเข้ามาขายแรงงานในประเทศไทยเด็กๆ ลูกหลานต้องเข้ามาเรียนหนังสือในเขตประเทศไทย โรงเรียนตามชายแดนหลายแห่งจะมีเด็กกัมพูชามากถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนนักเรียนในแต่ละห้อง โรงพยาบาลตามแนวชายแดน ก็ต้องช่วยรักษาคนกัมพูชา คนรวยก็บินมารักษาในโรงพยาบาลเอกชน กทม. หรือโรงพยาบาลเอกชนที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชายแดน
การสร้างกระแสชาตินิยมโดยกำหนดประเทศไทยเป็นศัตรูหลักยังคงจะเกิดขึ้นต่อไปอีกระยะหนึ่ง
แต่ประชาชนทั่วไปก็รู้ว่าพวกเขายังจะต้องพึ่งพาสินค้าและบริการหลายอย่างจากประเทศไทย เงินรายได้ของหลายครอบครัวก็มาจากแรงงานเป็นล้านคนที่ทำงานอยู่ในไทย
การตกต่ำและถูกต่อต้านของระบอบปกครองฮุน เซน จะมีผลทำให้ตัวฮุน เซน และครอบครัว ต้องกัดฟันสู้เต็มที่เพราะถ้าหลุดจากอำนาจก็จะต้องหนี
4. การทำสงครามข่าวสารยุคนี้ Social Media มีอิทธิพลมากพอสมควรและไทยไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลไทยมีข้อเสียเปรียบตรงที่ว่ามีคนบางกลุ่มต้องการใส่ร้ายและโจมตีรัฐบาลโดยไม่สนใจผลกระทบ จึงใช้วิธีเผยแพร่ข่าวเท็จแทรกเข้ามาในข่าวสารจริงซึ่งรัฐบาลทำอะไรไม่ได้ แม้หลายเรื่องจะไม่มีเหตุผลก็ตามแต่ก็เป็นการสร้างกระแสให้เกลียดชังทั้งรัฐบาลและกัมพูชา
เช่น ข่าวที่มีนักการเมืองหลายคนฝากเงินหรือทองคำไว้ที่กัมพูชาก็เป็นเรื่องขี้โม้ แม้แต่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังไม่เก็บเงินไว้ที่กัมพูชาเลย ฮุน เซน ก็ไม่เก็บไว้ที่นั่นเหมือนกัน
ในยุคนี้สามารถส่งเงินทองไปเก็บไว้ที่อื่นที่มีมาตรฐานและปลอดภัยกว่าหรือไปลงทุนทำผลประโยชน์อื่น
แถมในประเทศกัมพูชายังมีกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ช่วยการทำสงครามข่าวสาร ทั้งก่อกวนทางเทคนิคและอัดข่าวปลอมใส่ฝ่ายไทยแบบไม่ยั้ง
ช่วงเวลาที่เกิดการรบ ก็มีการปล่อยข่าวในไทยแถวเขตพื้นที่แรงงานกัมพูชาว่าถ้าคนกัมพูชาคนไหนไม่กลับประเทศ ทางรัฐบาลจะตัดรายชื่อออกจากการเป็นคนกัมพูชาและลบบัตรประชาชนทิ้ง ทำให้หลายคนซึ่งยังมีครอบครัวอยู่ในประเทศกัมพูชาตกใจและก็รีบกลับ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไปแล้วก็จะไม่มีงานทำ
ตอนนี้ข่าวเกี่ยวกับการรบและความขัดแย้งของสองชาติกลบข่าวเรื่องอื่นไปหมดเช่นคดีฮั้ว สว. การตัดสินคดีการเมืองทุกคดี แม้แต่คดีพระและสีกาที่โด่งดังมาก ยังถูกกลบหายไป
5. การยึดถือหลักสิทธิมนุษยชน การเห็นคุณค่าชีวิตของทหารและพลเรือนระหว่างไทยกับกัมพูชาอาจจะมีความแตกต่างกันมากพอสมควร และนี่เองก็เป็นจุดอ่อนของไทยเพราะถ้าทหารได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก็จะกลายเป็นผลลบต่อผู้บังคับบัญชาและรัฐบาลทั้งๆ ที่เป็นการสู้รบ การเสียชีวิตของพลเรือนก็เช่นกัน
แต่ถ้ามองจากประวัติศาสตร์การต่อสู้ของกัมพูชามีความแตกต่างกันอย่างมากนับตั้งแต่สงครามภายใน จนกระทั่งถึงกรุงพนมเปญแตก ถูกเขมรแดงยึด การฆ่ากันเองของคนกัมพูชามีคนเสียชีวิตเป็นล้านๆ การตายจากสงครามและการปะทะจึงเป็นเรื่องธรรมดา
ตอนที่ฮุน เซน พาทหารเวียดนามมาบุกกัมพูชาก็มีคนตายไปอีกไม่น้อย มีผู้อพยพที่หนีเข้ามาอยู่ในเขตไทยจนต้องตั้งเป็นศูนย์อพยพขนาดใหญ่
เมื่อกัมพูชาไม่สนใจชีวิตทหารและพลเรือน พวกเขาจึงโจมตีเป้าหมายในประเทศไทยแบบไม่สนใจว่าจะไปถูกเป้าหมายพลเรือน โรงเรียน หรือโรงพยาบาลอะไรทั้งสิ้น
แม้แต่การตั้งฐานอาวุธก็เอาเข้าไปไว้ตามหมู่บ้านหรือใกล้เคียงโรงแรมกาสิโน เพื่อความปลอดภัยเพราะคิดว่าไทยไม่กล้าโจมตี
เจ้าของโรงแรมบางแห่งต้องไปขอร้องให้ย้ายจุดที่ตั้งปืนออกไปที่อื่นเพราะกลัวโรงแรมตัวเองจะถูกระเบิด
การส่งทหารกัมพูชาออกมารบตามแนวชายแดน มีคนถามว่าทหารกลุ่มนี้เป็นทหารกองกำลังพิเศษของฮุน เซน หรือไม่?
ถ้าไม่ใช่พวกเขาส่งใครออกมาตาย เป็นทหารของกลุ่มไหน
นี่เป็นการตัดกำลังคู่แข่งไปในตัวใช่หรือไม่
6. ทรัมป์ส่งโต๊ะเจรจามาให้พอดี
วันที่ 26 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ผ่านทรูธโซเชียล ขู่ว่าจะไม่ตกลงทางการค้าใดๆ กับไทยและกัมพูชา หากยังสู้รบกันอยู่ พร้อมบอกว่าเขาได้พูดคุยกับผู้นำกัมพูชาและไทยแล้ว
ทรัมป์อาจจะหวังชื่อเสียงเป็นประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ จึงได้ส่งบันไดมาให้ไทยและกัมพูชาปีนลงจากยอดเขา ตอนนี้กัมพูชาต้องการบันไดมากที่สุด เหมือนกับมวยที่อยู่บนเวที ถูกต่อยจนต้องนับ ก็อยากให้มีเสียงระฆังดังขึ้นเพื่อจะได้หยุดพักยก ทหารไทยเหมือนนักมวยที่ยังอยากชกต่อ… แต่เสียงระฆังพักยกดังขึ้นมาแล้ว
การหยุดครั้งนี้ ถ้ากัมพูชาคิดว่าจะสะสมกำลังแล้วสู้ใหม่ก็คงทำไม่ได้ง่าย แหล่งข่าวจากจีนแจ้งว่า ล่าสุดกัมพูชาติดต่อไปทางจีนเพื่อขอซื้อเครื่องบิน J -10 ซึ่งหวังจะสู้กับ F-16 และขีปนาวุธพื้นดินสู่อากาศรุ่น HQ- 9 เพื่อใช้ต่อต้านเครื่องบินแต่จีนไม่ยอมขายให้
ภาพลักษณ์ของประเทศกัมพูชาวันนี้การหาซื้ออาวุธคงไม่ง่ายยกเว้นตลาดมืด
การหยุดการปะทะแบบ 100% อาจทำไม่ง่าย แต่การหยุดรบแบบรุนแรงที่ชายแดนทำให้ชาวบ้านเป็นแสนคนจะกลับเข้าบ้านได้ และยุติการสูญเสียชีวิตรายวันของพลเรือนและทหาร แต่ที่ยากกว่าคือการคืนวิถีชีวิตแบบปกติที่พอทำมาหากินได้
