bg-single

จับตา ศธ.ให้อำนาจเขตพื้นที่ฯ ซื้อแท็บเล็ต-โน้ตบุ๊ก เพื่อประโยชน์นักเรียน??

11.08.2025

| การศึกษา

ในที่สุดก็ได้ข้อสรุป การเช่าอุปกรณ์การเรียนการสอนตามโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา หรือ anywhere anytime ซึ่งดำเนินการขับเคลื่อนในช่วงที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ จากพรรคภูมิใจไทย นั่งกุมบังเหียนเก้าอี้เสมา 1 ซึ่งเมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรี หลายฝ่ายต่างลุ้นว่า นโยบายดังกล่าวจะเป็นไปในทิศทางใด

ล่าสุด นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทุบโต๊ะ สั่งปรับแนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจากเดิมดำเนินการโดยส่วนกลาง เป็นให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดำเนินการแทน

โดยนางนฤมลให้เหตุผลว่า การเช่าซื้อใช้ระยะเวลา 5 ปี กรณีอุปกรณ์ชำรุดเสียหายหรือการอัพเดตข้อมูล จะไม่ต้องส่งเครื่องเข้ามาดำเนินการในส่วนกลาง แต่สามารถทำจากเขตพื้นที่ฯ ได้ทันที ไม่เสียเวลาในการจัดส่งอุปกรณ์

พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ของเขตพื้นที่ฯ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องนี้ให้ตรงตามข้อกฎหมายและระเบียบวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

คาดว่าจะเริ่มต้นกลุ่มโรงเรียนคุณภาพและโรงเรียนขยายโอกาส ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 1,018 แห่ง วงเงิน 1,414,379,190 บาท โดยเขตพื้นที่ฯ จะต้องเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

ในส่วนของทีโออาร์ที่มีการปรับเปลี่ยน นอกจากการเปลี่ยนให้เขตพื้นที่ฯ เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง การเช่าซื้ออุปกรณ์แล้ว การดำเนินการเช่าซื้ออุปกรณ์จะต้องพิจารณาให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอีกำหนด ด้วยคุณสมบัติของเครื่องที่มีคุณภาพสูงและทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้เรียน

โดยส่วนกลางไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือ ศธ. ยืนยันว่าจะไม่มีการกำหนดสเป๊ก ว่าจะต้องซื้อเครื่องของยี่ห้อใดเป็นพิเศษอย่างเด็ดขาด!!

ปัญหาที่ตามมาจากนโยบายดังกล่าวหนีไม่พ้นการป้องกันการทุจริต ทั้งที่เกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจของเจ้าหน้าที่พัสดุ โดยเฉพาะคณะกรรมการตรวจรับ ซึ่งหากเกิดปัญหาหนีไม่พ้นต้องตกเป็นแพะ

ตัวอย่างมีให้เห็นมาแล้วจากหลายคดีที่ครู และเจ้าหน้าที่ระดับล่างต้องถูกให้ออกจากราชการแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

กรณีนี้ นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา มองว่า ถือเป็นแนวทางที่ดี แต่ส่วนกลางต้องมอบอำนาจให้กับเขตพื้นที่ฯ แบบมีเงื่อนไขที่รัดกุม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการทุจริตลงได้

ขณะเดียวกันการจัดซื้อจัดจ้างของเขตพื้นที่ฯ แต่ละแห่งจะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้อุปกรณ์ เช่น จะนำอุปกรณ์ดังกล่าวเข้ามาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง หรือใช้ในเรื่องวิชาเฉพาะทาง เป็นต้น

“การมอบอำนาจให้กับเขตพื้นที่ฯ จัดซื้อจัดจ้าง จะทำให้เกิดประโยชน์ในแง่ที่สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์ได้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีความแตกต่างกัน หากใช้แนวทางเดิม ให้ส่วนกลางเป็นผู้จัดซื้อ ก็จะทำให้ไม่ตรงกับความต้องการซึ่งไม่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน จุดแข็งของประเทศไทยในปัจจุบันคือ เรื่องระบบอินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้แทบจะทุกพื้นที่ ฉะนั้น ควรนำจุดนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ถือเป็นการเร่งให้เกิดการปฏิรูปการศึกษา และหากแจกอุปกรณ์เหล่านี้โดยมองความต้องการของโรงเรียนระดับล่างขึ้นมาก็จะสามารถช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างแน่นอน” นายสมพงษ์กล่าว

สำหรับปัญหาการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้น มองว่าการจัดซื้อจัดจ้างจากส่วนกลางน่ากังวลมากกว่าการจัดซื้อจากเขตพื้นที่ฯ เพราะเป็นการจัดซื้อจำนวนมาก แต่การกำหนดเงื่อนไขที่รัดกุมจากส่วนกลางไปยังเขตพื้นที่ฯ ทั้งในเรื่องของคุณสมบัติของเครื่อง งบประมาณ ให้มีความเหมาะสมก็จะช่วยเขตพื้นที่ฯ ในการลดปัญหาการทุจริตได้ และช่วยให้ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างง่ายยิ่งขึ้น

“ทั้งนี้ ศธ.ควรจะกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางของนโยบายให้ดีที่สุดและเรียนรู้ความผิดพลาดจากในอดีตที่เคยมีการแจกอุปกรณ์ในลักษณะนี้มาแล้ว เพื่อไม่ให้การแจกในครั้งนี้เป็นเพียงการให้อุปกรณ์ที่สูญเปล่า แต่ควรจะเป็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งการกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่ฯ ตัดสินใจตามความต้องการ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะไม่ทำให้เกิดการสูญเปล่าที่ซ้ำรอย” นายสมพงษ์กล่าว

ขณะที่นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) กล่าวคล้ายกันว่า เห็นด้วยกับการกระจายอำนาจดังกล่าว ส่วนข้อกังวลเรื่องปัญหาธุรการ ที่อาจไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรับ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ต้องรับโทษทางกฎหมายเช่นที่ผ่านมานั้น มั่นใจว่าเขตพื้นที่ฯ มีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญในนี้ เพราะถือเป็นหน่วยงานใหญ่ ดังนั้น จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบ

“การกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่ฯ หรือโรงเรียนเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเอง นอกจากสอดคล้องกับความต้องการของนักเรียน และครูผู้ใช้โดยตรงแล้ว ยังป้องกันเรื่องการล็อกสเป๊กหรือปัญหาการทุจริตที่เคยมีเช่นในอดีตที่ผ่านมา”

“ส่วนข้อกังวลเรื่องการกินหัวคิว หรือการทุจริตในการจัดซื้อจากเขตพื้นที่ฯ นั้น ไม่อยากให้ไปมองเรื่องการทุจริตอย่างเดียว และอยากให้ไว้ใจการทำงานของเขตพื้นที่ฯ ด้วย อีกทั้งระบบ อี-บิดดิ้ง หรือการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะช่วยคัดกรองป้องกันได้ส่วนหนึ่ง ขณะที่ปัจจุบันมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น”

“ดังนั้น เชื่อว่าเขตพื้นที่ฯ จะดำเนินการด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหา เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็ก และโรงเรียนก็จะได้อุปกรณ์ไปแจกเด็กได้เร็วขึ้น” นายณรินทร์กล่าว

แม้จะเป็นวิธีการที่หลายฝ่ายค่อนข้างเห็นด้วย แต่ก็หวังว่าจะมีการกำหนดเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างที่รัดกุม เพื่อสกัดปัญหาการทุจริต ทั้งจากส่วนกลาง และภายในเขตพื้นที่ฯ เอง

และหวังด้วยว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กอย่างแท้จริง!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน