ย้อน เส้นทางรัก ‘เอส กันตพงศ์’ จากวันแรกถึงวันลา เผยตอนนี้ผมทำทุกอย่างเพื่อลูกเท่านั้น
SIVE ยัดไส้ | ริน รัศมี
‘เอส กันตพงศ์’ หย่าแล้ว!
เคารพการตัดสินใจ
ทำทุกอย่างเพื่อ ‘ลูก’ เท่านั้น
ช่วงกลางปี 2566 แฟนๆ ตกใจ กับข่าวพระเอกหนุ่ม ‘เอส’ กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ หมดสติในงานอีเวนต์
หลังเกิดเหตุหลายคนติดตามอาการของ ‘เอส’ เอาใจช่วยให้รู้สึกตัวในเร็ววัน และส่งกำลังใจให้ครอบครัว ภรรยาและลูกสาวที่ดูแลอย่างใกล้ชิด
สำหรับ ‘เอส’ เข้าสู่วงการบันเทิงโดยการชักชวนของ ‘เอ ศุภชัย’ และเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงช่อง 7HD มีงานละคร อาทิ เรือนล้อมรัก, อุบัติเหตุ, บอดี้การ์ดสาว, พรมแดนหัวใจ, พราว, เพลิงตะวัน, ขมิ้นกับปูน, สารวัตรใหญ่, แม่เบี้ย ฯลฯ
ปี 2563 ‘เอส’ แต่งงานกับแฟนสาวชาวเยอรมัน ‘คิตตี้’ คริสติน่า วิงเคลอร์ และมีลูกสาว ‘วาเลนติน่า เอริก้า บำรุงรักษ์’
เส้นทางบันเทิงของ ‘เอส’ ไปได้สวยทั้งงานแสดงละครและบทบาทพิธีกร
จนมาสะดุดหลังเกิดอาการวูบกะทันหันด้วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลัน ทำให้การเต้นของหัวใจผิดจังหวะขั้นรุนแรง เป็นสาเหตุให้หัวใจหยุดเต้น
ทั้งแฟนๆ และเพื่อนพี่น้องในวงการต่างก็ส่งกำลังใจให้ ‘เอส’ และครอบครัว ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้

แล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ‘เอส’ ตื่นขึ้นมาหลังหลับไป 8 วัน แต่สมองมีความเสียหาย ทำให้ช่วงแรกภาวะความจำยังมีความสับสนอยู่บ้าง
โดยภรรยาเล่าว่า “ตอนที่เขากลับมา เขาดูค่อนข้างสับสน เขาคิดว่าเขากำลังทำงานอยู่ เหมือนเขากำลังอยู่ในฉาก เขาถามว่า ฉากต่อไปคืออะไร”
ประโยคแรกที่เธอพูดกับสามีหลังตื่นขึ้นมาว่า “ที่รัก เราอยู่ตรงนี้นะ เราอยู่ตรงนี้เพื่อคุณ ไม่ต้องห่วง ใช้เวลาได้เต็มที่ ตอนนั้นเขาจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเรา แต่ตอนนี้จำได้แล้ว”
หลังจากนั้น ‘เอส’ ก็รักษาอย่างต่อเนื่อง ร่วมปีก็กลับมาทำงานได้ แต่ความทรงจำกลับมาแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
“ความจำในอดีตแทบจะไม่กลับมาเลย แต่บางเรื่องกลับมา 100 เปอร์เซ็นต์ บางเรื่อง 80 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเรื่องที่ผมสนใจมากๆ อย่างเศรษฐกิจ การเมือง อันนี้กลับมา แต่ไม่กลับเช่น บัญชีธนาคาร หุ้น รหัสไอจี เฟซบุ๊ก หรือรหัสมือถือก็จำไม่ได้เลย”
แม้จะพยายามทำตามคำแนะนำของคุณหมอ “หมอบอกว่าออกโรงพยาบาล 3 เดือนให้ไปสถานที่เก่าๆ ไปเจอเพื่อนที่ร่วมงานไปพูดคุยจะช่วยได้ ปล่อยมาเกือบปีแล้ว ในอดีตก็ไม่ค่อยกลับมา”
แต่ ‘เอส’ ก็ไม่ยอมแพ้ “จริงๆ ตอนที่ผมอยู่โรงพยาบาลเคยรู้สึกน้อยใจ ยอมแพ้ว่าทำไมเป็นแบบนี้ เคยคิดหนักกว่านั้นเยอะด้วย สติไม่มี สมาธิไม่มี แต่พอออกมา คนนี้หวังดี คนนี้ทำบุญให้ตลอดเลย ดังนั้น ความฝันที่เราเคยมีตั้งใจทำต่อดีกว่า คนหวังดีเยอะขนาดนี้ ยอมแพ้ไม่ได้จริงๆ”

ต่อมา ‘เอส’ มีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติอีกครั้ง ต้องรีบเข้ารักษาทันที และหลังจากอาการดีขึ้น ‘เอส’ ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าแยกกันอยู่กับภรรยา โดยตนเองมาอยู่ที่บ้านคุณแม่ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากให้เกิดเหตุแล้วโยนความเครียดให้ลูก ถ้าลูกเห็น ไม่อยากให้ลูกช็อกเพราะยังเด็กอยู่ และบอกกับภรรยา เพิ่งรู้ตัวว่าไม่พร้อมจริงๆ
ซึ่ง ‘เอส’ ยังมีแพลนที่จะไปบวชที่อินเดีย แต่อาการกำเริบเสียก่อนเลยทำให้ต้องเปลี่ยนแผนบวชที่ไทยเมื่อปลายปี 2567
ขณะเดียวกันมีหลายคนตั้งข้อสงสัยถึงสถานะครอบครัว และล่าสุดได้มีแฟนคลับเข้าไปถามถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในช่องทางโซเชียลของ ‘คิตตี้’ ภรรยา ‘เอส’ ซึ่งเธอก็ได้ให้คำตอบว่าหย่ามาสักพักแล้ว
ต่อมาไม่นาน ‘เอส’ ออกงานพร้อมเปิดใจว่า “ยอมรับว่าผมไม่ได้พูดมานาน เพราะพูดออกไปทั้งหมดลูกโตมาก็จะเห็น ผมประคับประคองทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ สิ่งที่เขาต้องการผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปขวางความต้องการของคนอื่น ผมต้องเคารพการตัดสินใจของเขา รวมถึงอาการป่วยของผมที่หลายคนรู้มาแล้วว่ามีอะไรบ้าง”
“ผมพยายามทำหน้าที่ของผมดีที่สุดแล้ว ตอนนี้ผมทำหน้าที่คุณพ่อให้ดีที่สุด แบ่งกันทำหน้าที่คุณพ่อคุณแม่ ลูกก็ไปๆ มาๆ ครับ”
กำลังใจที่ทุกคนส่งไปให้ ‘เอส’ รู้สึกขอบคุณ พร้อมบอกด้วยว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ เรื่องนี้มีทั้งคนเข้าใจและไม่เข้าใจ มีหลายเรื่องที่ผมไม่ต้องพูดดีกว่า พูดไป ต่อให้ผมได้ประโยชน์แต่คนอื่นเสียประโยชน์ไม่รู้จะพูดทำไม เพราะผมคำนึงถึงความรู้สึกของลูกเป็นหลัก”
“ถ้าคุณอยากจะเข้าข้างผมหรือเข้าข้างคนอื่น ผมไม่โกรธเลย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตอนนี้ผมทำทุกอย่างเพื่อลูกเท่านั้นเอง”




