ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

ผมไม่รู้จักกับ “ป้ามล” ทิชา ณ นคร เป็นการส่วนตัว

แต่ติดตามเรื่องราวของ “ป้ามล” และบ้านกาญจนาภิเษกมานาน

ชื่นชมและเคารพท่านมาก

“ป้ามล” เป็นคนที่เข้าใจวัยรุ่นเป็นอย่างดี

เธอเชื่อเสมอว่า “เด็ก” ก็คือ “เด็ก”

เรื่องราวที่เลวร้ายคือช่วงหนึ่งของชีวิต ถ้าให้โอกาสและเข้าใจเขา เด็กน้อยเหล่านี้จะเติบโตเป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศได้

วันหนึ่ง ผมเห็นข้อความที่ “ป้ามล” เขียนถึง Wednesday Song Vol 11

เป็นคอนเสิร์ต “ปู” พงษ์สิทธิ์ คำภีร์

และเพลย์ลิสต์โดยครูสลา คุณวุฒิ ที่จะเลือกเพลงที่ชอบหรือเพลงที่เขาเขียนมาเล่าให้ฟัง ก่อนจะมีนักร้องมาร้องเพลงนั้นให้ฟัง

“ป้ามล” แชร์โพสต์ที่ผมเขียนถึง “ปู” และ “ครูสลา” ทั้งคู่เคยพบกันมาครั้งหนึ่งเมื่อ 40 ปีที่แล้ว

ผมเล่าถึงความประทับใจระหว่างกันของทั้งคู่

ผ่านไป 40 ปี ทั้งคู่จะได้เจอกันอีกครั้งที่โรงละครสยามพิฆเนศ

ใน Wednesday Song

“ป้ามล” นั้นเริ่มต้นโพสต์ไม่ได้พูดถึง “ปู” แต่เล่าเรื่องของ “เล็ก” กับ “ใหญ่”

“เล็ก” เป็นเยาวชนบ้านกาญจนาฯ

เขาเป็นนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนใน กทม. มีเหตุวิวาทและใช้มีดทำร้ายผู้ใหญ่เสียชีวิต 2 คน

หลังถูกจับ ถูกศาลเยาวชนฯ พิพากษา “เล็ก” ก็เข้าสถานพินิจฯ

และช่วง 2 ปีหลัง เขาได้มาอยู่บ้านกาญจนาฯ

ส่วน “ใหญ่” เป็นเยาวชนที่เข้าออกสถานพินิจฯ หลายครั้ง ครั้งที่มาเป็นลูกหลานบ้านกาญจนาฯ คือครั้งที่ 5

และรุ่นที่ “ใหญ่” เข้ามาคือ 51 คน

ขณะนั้นมีเยาวชนอยู่ในบ้านกาญจนาฯ 132 คน “เล็ก” คือ 1 ใน 132 เมื่อรวม 132 + 51 = 183 คน

หลังจากป้ามล (ผอ.บ้านกาญจนาฯ) ทำพิธีผูกข้อมือรับขวัญ กอด ยามดึกในค่ำคืนนั้น “เล็ก” แอบมาหาป้าในห้องทำงานเพื่อบอกความจริงที่ไม่มีใครรู้มาก่อนและน่าตกใจมาก

นั่นคือ 1 ในเยาวชนที่รับใหม่ 51 คนในวันนี้ที่ชื่อ “ใหญ่” คือ ลูกชายคนตาย 1 ใน 2 ที่ “เล็ก” ทำร้ายเสียชีวิต

และ “ใหญ่” ตั้งใจมาบ้านกาญจนาฯ เพื่อเอาชีวิต “เล็ก”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นปลายเดือนกรกฎาคม 2548 …

ผมคุ้นๆ กับเรื่องนี้มาก่อน เหมือนว่าเคยอ่านจากที่ไหน

ลองปรึกษา “พี่กู”…กูเกิล

ก็พบบทสัมภาษณ์ชิ้นหนึ่งในนิตยสาร a day

เขาสัมภาษณ์ “ใหญ่” และ “เล็ก” ครับ

“ใหญ่” เล่าว่าตอนที่รู้ว่าพ่อโดนแทงตาย ในความคิดของเขามีอยู่อย่างเดียว

“ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต”

“ผมแค้นมาก โมโหมาก พอดีตอนนั้นผมโดนคดีปล้นทรัพย์ก็เลยไปตามหาเขาที่บ้านต้นทาง (ศูนย์แรกรับเด็กและเยาวชนชายบ้านเมตตา) แต่ไม่เจอ

ผมมีเพื่อนๆ อยู่บ้างเลยถามว่าเขาอยู่ไหน เลยรู้ว่าเขาไปอยู่บ้านกรุณา (ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกรุณา)

ผมก็ขอให้เจ้าหน้าที่ส่งผมไปที่นั่น แต่ผมเกเร เขาเลยส่งไปทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง ส่งไปเสร็จก็ตัดสินโทษ ตอนนั้นผมยังเป็นเยาวชนเขาเลยส่งไปบ้านกรุณา ตอนนั้นผมกะว่าจะได้เจอเล็กแล้ว แต่พอย้ายมาเล็กเขาก็ย้ายไปบ้านกาญจนาฯ แล้ว (ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก) ก็คลาดกัน

คนที่จะได้ย้ายไปบ้านกาญจนาฯ ต้องมีความประพฤติดี เจ้าหน้าที่จะคัดแยกไป ผมพอจะซี้กับเจ้าหน้าที่เลยไปคุยกับเขาว่า ‘พี่ ผมจะทำตัวดี ส่งผมไปบ้านกาญจนาฯ ได้ไหม’

เขาก็บอกว่า ‘ถ้าทำได้จะให้ไป’ ผมเลยนิ่ง ไม่ยุ่งกับใคร ไม่เกเร ผมเลยได้ไปบ้านกาญจนาฯ”

เมื่อไปถึงบ้านกาญจนาฯ “ใหญ่” ก็เจอคนที่เขาตามหามานาน

ตามธรรมเนียม เมื่อมีเด็กมาใหม่ เด็กเก่าจะยืนเรียงกันเป็นรูปตัว U เพื่อรอต้อนรับและจับมือเชื่อมสัมพันธ์

“ใหญ่” เห็น “เล็ก” ยืนอยู่ในวงล้อมนั้น

“สบายดีนะ” เขาถาม “เล็ก” แต่ “เล็ก” ก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ได้พูดกับ “ใหญ่”

จากวันนั้น “เล็ก” พยายามเข้าไปคุยกับ “ใหญ่” เพื่อเล่าในมุมของตัวเองว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ เป็นการป้องกันตัวเอง

“ผมไม่รับฟัง ในใจผมเห็นว่าไร้สาระ” ใหญ่พูดเสียงเรียบ “มันง่ายไปหรือเปล่า ฆ่าคนแล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ”

“ใหญ่” บอกว่าที่พยายามเข้ามาบ้านนี้ เขาไม่ได้ไปเพื่อให้อภัย

“ผมไปเพื่อแก้แค้น”

แต่สิ่งที่ “ใหญ่” ไม่รู้ ก็คือ “เล็ก” ไปเล่าเรื่องนี้ให้ “ป้ามล” ฟังแล้ว

“ใหญ่” บอกเพื่อนให้ช่วยหาเหล็กและอาวุธให้

เพื่อนก็ไปบอก “ป้ามล”

สิ่งแรกที่ “ป้ามล” ทำก็คือ พยายามแยกทั้งคู่ไม่ให้อยู่กลุ่มเดียวกัน

ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการที่ “ใหญ่” บอกว่า “ผมโดนป้ามลล้างสมอง”

ที่บ้านกาญจนาภิเษก มี ‘วิชาชีวิต’ หลักสูตรที่เปลี่ยนความคิดพวกเขาผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะกิจกรรมที่ใช้ความคิด เช่น การวิเคราะห์ข่าว และการบันทึกความรู้สึกประจำวัน

นอกจากนี้ หลักสูตรที่ว่ายังเตรียมความพร้อมให้เหล่าเยาวชนที่เคยก้าวพลาดพร้อมกลับคืนสู่สังคมโดยตระหนักรู้ในคุณค่าของตนเอง

“ป้ามล” เล่าว่าด้วยต้นทุนการทำงานที่ปฏิเสธระบบอำนาจนิยม ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ภายใต้ระบบคุกเด็ก

ในที่สุดบ้านกาญจนาฯ ก็นำคู่ขัดแย้ง “เล็ก-ใหญ่” เข้าสู่พิธีกรรม “ขอโทษ-ให้อภัย” ในวันสันติภาพ 16 สิงหาคม

หลังจากคู่ขัดแย้งเผชิญหน้ากันเกือบ 3 สัปดาห์ โดยไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว

ในพิธีกรรม “ขอโทษ-ให้อภัย” ในโอกาสวันสันติภาพ ระหว่าง “เล็ก-ใหญ่” ได้มีการออกแบบให้สมศักดิ์ศรีการลงจากหลังเสือของ “ใหญ่”

เธอเชิญย่าของ “ใหญ่” และพ่อของ “เล็ก” มาในงาน

“เล็ก” กับพ่อก็ขอขมาย่าของใหญ่

“ใหญ่” เล่าว่าย่าบอกว่า เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ให้มันแล้วไป เอากลับคืนมาไม่ได้

“เล็ก” บอกว่า “เขาให้อภัยผมก็เหมือนชีวิตเปลี่ยน ผมรู้ว่ามันไม่ได้ลบล้างสิ่งที่ผมทำไปหรอก แต่ผมรู้สึกว่าใจมันชื้นขึ้น ทุกวันนี้ทำอะไรผมก็นึกถึงพ่อใหญ่ตลอด ทำบุญให้อยู่เรื่อยๆ”

ส่วน “ใหญ่” นั้นยังไม่อาจเข้าใจและให้อภัยได้ทันที

แต่การขอขมาวันนั้น ทำให้เขาฉุกคิดถึงอะไรบางอย่าง

“ถ้าย่า คนที่เป็นแม่ของพ่อ คนที่คลอดพ่อออกมาเขาให้อภัยได้” ใหญ่บอก

“ผมเป็นลูก ผมก็น่าจะให้อภัยได้เหมือนกัน”

งานในวันนั้น “ป้ามล” คิดละเอียดมาก

เธอรู้ว่านักดนตรีคนโปรดของ “ใหญ่” คือ “ปู” พงษ์สิทธิ์ คำภีร์

“เพื่อให้งานตอบโจทย์ที่สมบูรณ์ป้ามลจึงประสานทางรถไฟดนตรี ต้นสังกัด ‘ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ มาเป็นหนึ่งในพิธีกรรม ‘ขอโทษ-ให้อภัย’ ในค่ำคืนที่มีความหมายต่อวัยรุ่น 2 ชีวิต ที่ก้าวพลาด”

“ป้ามล” เล่าว่า Reflection ของ “ใหญ่” หลังพิธีกรรม “ขอโทษ-ให้อภัย” ผ่านไป “หลายปีแล้วที่ผมไม่เคยหลับสบายแบบนี้มาก่อน รู้อย่างนี้ให้อภัยตั้งนานแล้ว”

ส่วน Reflection ของ “เล็ก” ก็เต็มไปด้วยคำขอบคุณทั้ง “ใหญ่ และย่า” ที่ให้อภัยเขา

รวมถึง “พ่อ” ของ “เล็ก” ที่รู้สึกเบา สบายกับตราบาปที่พันธนาการมาหลายปี

ขณะที่ Reflection ของเยาวชนเกือบ 200 คน ในค่ำคืนนั้นก็เรียกร้องการขอขมาเหยื่อกันระงม

ด้วยเสียงร่ำร้อง …

ตั้งแต่นั้นเป็นมา ทุกค่ำคืนวันที่ 16 สิงหา บ้านกาญจนาฯ จึงจัดพิธีกรรมขอขมาเหยื่อและเยียวยาความผิดพลาด

เป็นงานประจำปีของบ้าน

“ไม่ทราบว่า ‘ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์’ จำช่วงหนึ่งของชีวิตที่มีผลต่อชีวิตของวัยรุ่น 2 คน ที่ก้าวพลาดได้หรือไม่”

“ป้ามล” โพสต์ในตอนท้าย

เธอบอกว่าการมาของ “ปู” มีอิมแพ็กต์ต่อวัยรุ่นบ้านกาญจนาฯ จนถึงทุกวันนี้ทั้งในรูป “พิธีกรรมขอขมาเหยื่อและเยียวยาความผิดพลาด”

และเสมือนการล้างใจให้พร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ผมอ่านแล้วน้ำตาซึมเลยครับ

และสิ่งแรกที่ทำ คือ หลังไมค์ไปหา “ป้ามล” เพื่อเชิญมาคอนเสิร์ตนี้

และถ้าเป็นไปได้ ผมจะรบกวนขอให้ “ป้ามล” ติดต่อ “เล็ก-ใหญ่”

20 ปีผ่านมา ผมอยากให้ทั้งคู่ได้มาดูคอนเสิร์ต “ปู” พงษ์สิทธิ์ พร้อมกัน

…อีกครั้ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย