bg-single

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (139)

03.09.2025

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (139)

แรงกดดัน คลี่คลายคดีดัง

ฆ่ายกครัวบุญทวี 5 ศพ

ผู้บังคับบัญชาเมื่อได้รับรายงานฆ่ายกครัวบุญทวี 5 ศพ ต่างทยอยมาดูที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ พล.ต.ท.สุนทร ซ้ายขวัญ ผู้ช่วย อ.ตร.หัวหน้าตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งได้ตอบคำถามนักข่าวไว้ว่า กรณีฆาตกรได้สวมวิญญาณเพชฌฆาตอำมหิต ฆ่ากันอย่างชนิดโหดเหี้ยมล้างครัว หากเป็นการบุกปล้นฆ่าคงจะมีใครสักคนหลุดรอดชีวิตอยู่บ้าง แต่การฆ่าครั้งนี้เป็นการจงใจและวางแผนมาอย่างดี แต่อำพรางว่าเป็นการประสงค์ต่อทรัพย์สิน ถือเป็นคดีที่โหดเหี้ยมสะเทือนขวัญที่สุด คนร้ายมีความเหี้ยมเกรียมผิดมนุษย์ และน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนร้ายคนเดียวจะลงมือได้ตามลำพัง ในการจับคนมาฆ่าแขวนคอได้ถึง 5 ศพ

พล.ต.ท.ชูชาติ ทัศนเสถียร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่เกิดเหตุหาหลักฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อคลายเงื่อนงำและปมเบื้องหลังของคดี น่าจะมีชนวนเหตุชักนำเอาความตายมาให้ และมาจากใคร

ภายในวันเดียวกันนั้น หลังจากที่ พล.ต.ต.ปรีชา แสงวรรณ ผบก.ภ.จว.สงขลา กลับจากไปดูที่เกิดเหตุ ได้ออกคำสั่ง ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ที่ 542/2540 ทันที แต่งตั้งเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวนและปราบปรามในคดีฆ่า 5 ศพครอบครัวบุญทวี

โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายประสงค์ต่อชีวิต ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด เป็นคดีอุกฉกรรจ์ คนร้ายได้กระทำการอย่างอุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชน การสืบสวนสอบสวนจะต้องดำเนินการไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว เพื่อให้ได้ตัวคนร้ายที่แท้จริงมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จึงแต่งตั้งเจ้าพนักงานสืบสวนสอบสวน และปราบปรามคดีอาญา ดังต่อไปนี้

ชุดสืบสวนปราบปราม มอบหมายให้ พ.ต.อ.ไพจิตร ศรีคงคา รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา เป็นผู้รับผิดชอบควบคุม โดยแบ่งออกเป็น 2 ชุด

ชุดที่ 1 มี 1. พ.ต.ท.ธเนศ ธนนิมิต รอง ผกก. (ป.) สภ.อ.สิงหนคร เป็นหัวหน้าชุด

2. พ.ต.ท.สาคร ทองมุณี รอง ผกก. (ป.) สภ.อ.หาดใหญ่ เป็นรองหัวหน้าชุด

3. พ.ต.ท.สัมบูรณ์ บัวสิงห์ สวป.สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด

4. ร.ต.อ.เจริญ อินศรี รอง สวป.สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด

5. ร.ต.อ.สนั่น คีรินทร์ รอง สวป.สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด

ชุดที่ 2 มี 1. พ.ต.ท.อนันต์ อิสระ รอง ผกก. (ป.) สภ.อ.เมืองสงขลา เป็นหัวหน้าชุด

2. พ.ต.ท.ไมตรี แสงอรุณ สวป.สภ.อ.ระโนด เป็นรองหัวหน้าชุด

3. ร.ต.อ.เคียงศักดิ์ วรรณบูลย์ รอง สวป.สภ.สทิงพระ ประจำชุด

4. ร.ต.อ.ทัศนัย นิคม รอง สวป.สภ.ต.ม่วงงาม ประจำชุด

5. ร.ต.อ.นิยม จันทร์อุดม หน.ฉก.ภ.จว.สงขลา ประจำชุด

6. ร.ต.อ.จรินทร์ ชะโณวรรณ หน.นปพ.ภ.จว.สงขลา ประจำชุด

มีหน้าที่ร่วมกันสืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อทราบตัวผู้กระทำผิด และติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ชุดสอบสวน ประกอบด้วย

1. พ.ต.อ.วีระยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา เป็นหัวหน้าชุด

2. พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร เป็นรองหัวหน้าชุด

3. พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผกก. (สส.) สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด

4. พ.ต.ท.มนัส ยุทธการกำธร สวส.สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด

5. พ.ต.ท.กมล นัยนานนท์ สวส.สภ.อ.เมืองสงขลา ประจำชุด

6. ร.ต.อ.สมพร ขัติยะ รอง สวส.สภ.อ.สิงหนคร ประจำชุด

มีหน้าที่ร่วมกันทำการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินการทั้งหลายอื่น เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องร้องลงโทษตามกฎหมาย

ให้หัวหน้าชุดแต่ละชุดมีการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสาร และประสานงานกันอย่างใกล้ชิด แล้วรายงานผลการประชุมให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาทราบทุกระยะ 7 วัน

อนึ่ง เมื่อมีความจำเป็น ให้ผู้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดสืบสวนปราบปราม และชุดสอบสวน สามารถสั่งให้ข้าราชการตำรวจนายใด เข้าร่วมปฏิบัติงานได้ แล้วรายงานให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาทราบ

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่26 เมษายน 2540

(ลงชื่อ) พล.ต.ต.ปรีชา แสงวรรณ

เมื่อคดีที่สำคัญและโหดเหี้ยมอำมหิตของอาชญากรรมเมืองไทย เกิดขึ้นที่ อ.สิงหนคร พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ผกก.สภ.อ.สิงหนคร เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ ย่อมเร่าร้อนเป็นไฟ เพราะทุกฝ่ายจี้ถามสอบถาม เพราะเหตุใดจึงเกิดขึ้นมาได้ และจะทำอย่างไรจึงจะจับคนร้ายได้ ล้วนเป็นคำถามหนักๆ ที่ยากจะเลี่ยง

คำถามเหล่านี้จะเกิดขึ้นทุกเวลา ทุกวัน แต่ก็ยังให้คำตอบไม่ได้ ตราบใดที่ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้

ขณะที่เกิดเหตุ ยังไม่มีประจักษ์พยานมาปรากฏตัวหรือแสดงตัวว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ จึงทำให้แนวทางการสืบสวนไม่ง่าย และไม่รู้ว่าจะเป็นไปในแนวทางไหน

ผู้กำกับชำนาญจึงกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่รับโทรศัพท์ และพนักงานวิทยุ ให้ระมัดระวังการรับโทรศัพท์ ซึ่งอาจจะมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ หรือทราบเบาะแสของคนร้าย โทรศัพท์แจ้งเข้ามาก็เป็นได้

ข้อมูลต่างๆ หรือคดีเก่าๆ ที่ สภ.อ.สิงหนคร จึงถูกรื้อขึ้นมา โดยเน้นพื้นที่เกิดเหตุอยู่ใน ต.ชิงโค

กลุ่มมือปืนกลุ่มของนายแสวงหรือสว่างหรือแหว่ง สุวรรณมณี ที่ผมเคยไปตรวจค้นและจับกุมดำเนินคดีมาก่อน จึงถูกนำขึ้นมาพิจารณาทันที และถือเป็นกลุ่มที่ต้องสงสัย

พร้อมทั้งเตรียมรูปภาพแก๊งมือปืนในชุด เพื่อให้ประจักษ์พยานได้ชี้ภาพถ่ายได้ถูกต้อง

เมื่อคดีนี้เป็นข่าวที่สร้างความสั่นสะเทือนใจ หดหู่ ให้กับประชาชนคนไทยมากเท่าไร ยิ่งสร้างความเคียดแค้นชิงชังฆาตกรรายนี้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น

และยิ่งกลับมาเป็นตัวเร่งให้ตำรวจต้องจับคนร้ายให้เร็วที่สุด

เอาตัวมาลงโทษให้สาสมกับความเหี้ยมเกรียมให้ได้

ทุกอย่างประเดประดัง มาลงที่โรงพักสิงหนคร และ พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ต้องแบกรับความกดดันนั้นเอาไว้

เวลาผ่านไป 3 วันก็มีโทรศัพท์โทร.เข้ามาที่โรงพักตามที่ผู้กำกับชำนาญคาดหวังเอาไว้จริงๆ

วันที่ 27 เมษายน 2540 นายประจักษ์ พุกบุญมี ข้าราชการกรมทรัพยากรธรณีจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร.เข้ามาที่โรงพัก แจ้งว่าเป็นเพื่อนกับนายประภาส บุญทวี ผู้ตาย เพื่อนๆ เรียกกันว่า “หมอภาส” กำลังเรียนหนังสือด้วยกัน แต่มหาวิทยาลัยที่เรียนนั้น ทาง ก.พ.ไม่รับรอง จึงต้องทำเรื่องโอนหน่วยกิต ไปยังที่เรียนใหม่ที่ ก.พ.รับรอง

นายประจักษ์ ต้องเดินทางไปทำธุระที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2540 ระหว่างทางผ่านบ้านของนายประภาส ที่ ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ จึงได้แวะเพื่อจะนำเอกสารเกี่ยวกับการโอนหน่วยกิตฝากให้นายประภาสดำเนินเรื่องต่อ ขณะนั้นเป็นเวลา 17.00 น. เมื่อเดินไปที่บ้าน จึงร้องตะโกนเรียก “หมอภาส” เห็นเด็กวัยรุ่น 2 คน คนที่อายุมากกว่าออกมาบอกว่า “น้าภาส ยังไม่กลับ” และเชิญชวนให้นายประจักษ์เข้าไปในบ้าน

นายประจักษ์เข้าใจว่าเด็กวัยรุ่นคงเป็นหลานของนายประภาส จึงบอกไปว่า ตนเองมากันหลายคน จอดรถรออยู่หน้าบ้าน แต่ขอเขียนโน้ตฝากให้หมอภาสหน่อย และขอแค่เข้าห้องน้ำ แล้วนายประจักษ์ก็ออกจากบ้านของนายประภาส เดินทางไป จ.ยะลา วันรุ่งขึ้นจึงเดินทางกลับ จ.นครศรีธรรมราช ถึงบ้านพักได้ดูโทรทัศน์เสนอข่าวการเสียชีวิตทั้งครอบครัวของนายประภาส

นายประจักษ์จึงมั่นใจว่า วัยรุ่น 2 คนที่ตนเองเข้าไปพบนั้น ต้องเป็นคนร้ายแน่นอน จึงรีบโทรศัพท์แจ้งมาที่โรงพักสิงหนครทันที

พ.ต.อ.ชำนาญ เครือบัว ได้รับทราบเช่นนั้น จึงมั่นใจว่า กลุ่มคนร้ายที่ฆ่าอย่างโหดเหี้ยมคดีนี้ ต้องเป็นฝีมือของแก๊งนายแสวงหรือสว่างหรือแหว่ง สุวรรณมณี อย่างแน่นอน จึงสั่งให้ผมเตรียมรูปภาพแก๊งไอ้แหว่ง ทั้งแก๊ง นำไปให้พยานดู แล้วให้ผมขับรถยนต์ส่วนตัวของผมไปยังบ้านพักของนายประจักษ์ ซึ่งเป็นข้าราชการสังกัดกรมทรัพยากรธรณี ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อสอบสวนบันทึกปากคำ และให้ดูภาพบุคคลที่ต้องสงสัย

โดยออกเดินทางในช่วงดึกมากแล้ว และวันนี้ผมทำงานมาทั้งวันจนเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า ขณะขับรถจึงง่วงนอนมากแต่ต้องฝืนขับ

ระหว่างทางผู้กำกับชำนาญได้ชวนผมคุย และย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องที่เคยบอกกับผมว่า ไม่ได้ออกทีวีมานาน แต่เวลานี้ผู้กำกับชำนาญได้ออกทีวีสมความตั้งใจแล้ว ยังกลับมาพูดกับผมว่า “เห้ย วีณ พี่ออกข่าวทีวีทุกวันจนหน้าพี่ช้ำหมดแล้วว่ะ”

แต่เวลานั้นมันไม่สนุกเพราะคดีมันใหญ่มากจนผมรู้สึกกดดันและมีความเครียด ว่าทำยังไงจึงจะจับคนร้ายได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

วันที่ฝันเป็นจริง
ประชาชนขนทรายเข้าวัด
พักร้อน
Lonely Castle in the Mirror : บทบาทของครูและแม่เรื่องบูลลี่
‘คอนเสิร์ตที่ (ไม่) พึงปรารถนา’
คุยกับทูต เอลชิน บาชีรอฟ อาเซอร์ไบจาน เสน่ห์สองทวีป สู่ดาวรุ่งฤดูหนาว (1)
E-DUANG | เป้าหมาย iLaw ยิ่งชีพ เป้าหมาย #สั่งฟ้องสว.
“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย