‘ไพรัช สังวริบุตร’ และ ‘สามเศียร’ กับภารกิจบุกเบิก-แสวงหาที่ทางให้ ‘ละครจักรๆ วงศ์ๆ ไทย’
ยิ้มเยาะเล่นหวัว ต้นยั่วเหมือนฝัน | คนมองหนัง
“ละครจักรๆ วงศ์ๆ” เป็น “พี่น้อง” กับ “หนังสือพิมพ์” และ “ซีรีส์วาย”
“บริษัท สามเศียร จำกัด” ในเครือ “ดาราวิดีโอ” ที่ริเริ่มโดย “ไพรัช สังวริบุตร” คือ ผู้ผลิต “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” ในจอโทรทัศน์ ซึ่งโลดแล่นอยู่คู่วงการบันเทิงไทยมาเกือบ 6 ทศวรรษ และยังยืนหยัดทำงานดังกล่าวจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
แม้ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร” จะเป็นเหมือนมหรสพที่อยู่ “คนละจักรวาล” กับสื่อบันเทิงไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่ที่มีเนื้อหามุ่งเน้นไปที่ “อุตสาหกรรมซีรีส์วาย” อย่าง “FEED” หรือสำนักข่าวใน “เครือมติชน-ข่าวสด” ที่เริ่มต้นตัวเองมาจากการทำ “หนังสือพิมพ์”
กระนั้นก็ตาม หากพิจารณาโดยถ้วนถี่แล้ว “สื่อทั้งสามรูปแบบ” นี้ กลับมีชะตากรรมที่ร้อยรัดถึงกันอย่างน่ามหัศจรรย์
ด้านหนึ่ง เทคโนโลยีการพิมพ์สมัยใหม่ของ “หมอฝรั่ง-มิชชันนารี” ที่เข้ามาถึงสยามเมื่อเกือบๆ สองศตวรรษก่อน ก็ไม่เพียงเป็นจุดกำเนิดของสื่ออย่าง “หนังสือพิมพ์” เท่านั้น
หากเทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยแปรสภาพ “เรื่องเล่าปากต่อปากจากวัฒนธรรมมุขปาฐะ” ให้กลายมาเป็น “หนังสือนิทานคำกลอน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รู้จักกันในแบรนด์ “หนังสือวัดเกาะ” ซึ่งถือเป็นสินค้า-สิ่งพิมพ์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุคตั้งไข่การพิมพ์สยาม
“หนังสือนิทานคำกลอนวัดเกาะ” นี่เอง ซึ่งกลายเป็นที่มาหรือแหล่งอ้างอิงเนื้อหาสำคัญของ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” ที่ไพรัชและบริษัท สามเศียรสร้างสรรค์ขึ้น
จึงสามารถกล่าวได้ว่า ทั้ง “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” และบรรดา “สำนักข่าวสิ่งพิมพ์-ออนไลน์” ที่เติบโตมาจากกิจการ “หนังสือพิมพ์” นั้นอาจมีสถานะเป็นเหมือน “พี่น้อง” ที่กำเนิดมาจากบ่อเกิดเดียวกัน เพียงแต่แตกแขนงออกเป็นสื่อคนละประเภท ก่อนจะมาหลอมรวมอยู่ใน “โลกออนไลน์” ร่วมกันอีกครั้ง ณ ปัจจุบัน
ในอีกด้านหนึ่ง ก็ใช่ว่า “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” กับ “ซีรีส์วาย” ที่ถูกขับเน้นโดยสื่อใหม่อย่าง FEED จะอยู่ในคนละโลก คนละจักรวาล จนไร้หนทางจะมาบรรจบกันโดยสิ้นเชิง
ความพ้องพานแรกระหว่างความบันเทิงทั้งสองชนิด ที่แค่มองเผินๆ ก็สามารถประจักษ์ชัดได้ทันที ก็คือ “ละครจักรๆ วงศ์” และ “ซีรีส์วาย” ต่างมีอัตลักษณ์เป็น “หมวดหมู่คอนเทนต์เฉพาะพิเศษ” ของอุตสาหกรรมละครทีวี/ซีรีส์ไทย
กล่าวคือ เป็นละคร/ซีรีส์ที่มีเนื้อหา รูปแบบการนำเสนอ ตลอดจนกลุ่มนักแสดง “เฉพาะ” ของตนเอง
แม้ความบันเทิงทั้งสองประเภท จะไม่ถือเป็น “ความบันเทิงกระแสหลัก” แต่ก็มีคนดูแฟนคลับที่ภักดีเหนียวแน่น
และแม้จะไม่อาจกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า “ละครจักรๆ วงศ์ๆ ไทย” และ “ซีรีส์วายไทย” นั้นคือเนื้อหาที่เป็น “ต้นฉบับออริจินัลแท้ๆ” ทว่า คนทำละคร-ซีรีส์สองกลุ่มนี้ ก็สามารถนำเอาอิทธิพลภายนอกไม่ว่าจะเป็นอินเดีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์ มาคลุกเคล้าปรุงแต่งผสมผสานจนเกิดเป็น “เอกลักษณ์เฉพาะตัว” ที่ไม่มีใครเหมือน
อีกหนึ่งความพ้องพานที่หลายคนไม่ทันฉุกคิด ก็คือ หากประวัติศาสตร์หน้าแรกๆ ของ “วัฒนธรรมวายไทย” มักย้อนกลับไปยัง “บาดแผลช่วงหลุมดำ” ซึ่ง “หนังสือแนววาย” เคยถูก “แบน-ไล่จับ” จากทั้งสื่อมวลชน ผู้จัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“หนังสือนิทานวัดเกาะ” อันเป็นจุดเริ่มต้นของ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” ก็เคยผ่านสถานการณ์คล้ายคลึงกัน ในฐานะ “หนังสือขายได้ขายดี” ในยุคแรกเริ่มอุตสาหกรรมการพิมพ์สยาม แต่กลับถูกชนชั้นนำสมัยนั้นประเมินว่าเป็น “สิ่งไร้สาระ” จนถึงกับมีแนวคิดก่อตั้ง “วรรณคดีสโมสร” ขึ้นมาเพื่อคัดแยก “หนังสือดี” และ “หนังสือไม่ดี” (เช่น “หนังสือวัดเกาะ”) ออกจากกัน
กว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” และ “ซีรีส์วาย” จึงผ่านการต่อสู้และการดิ้นรนแสวงหาที่ทางในสังคม มาอย่างหนักหน่วงไม่แพ้กัน
“ไพรัช” กับ “สามเศียร”
“ไพรัช สังวริบุตร” (ปัจจุบันอายุ 93 ปี) คือบุคลากรยุคบุกเบิกของวงการละครโทรทัศน์บ้านเรา เขาคือหนึ่งในผู้ที่ทำให้ละครทีวีกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย อีกทั้งเป็นผู้ที่ช่วยยกระดับ-วางรากฐานการผลิตละครทีวีไทยแบบครบวงจร ทั้งในแง่ของการเขียนบท การกำกับการแสดง ไปจนถึงเทคนิคการถ่ายทำ
ทว่า จุดเด่นสำคัญ ที่ทำให้ไพรัชมีความแตกต่างจาก “คนทีวีรุ่นบุกเบิก” รายอื่นๆ ก็คือการลงมือผลิต “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” มาอย่างไม่ขาดตอนขาดสาย และทำให้ “หนังสือนิทานคำกลอนวัดเกาะ” ที่แปรสภาพมาจาก “เรื่องเล่าในวัฒนธรรมมุขปาฐะ” ได้ถือกำเนิดใหม่ซ้ำอีกรอบ กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวที่เปี่ยมชีวิตชีวา
จนถึงปัจจุบัน “บริษัท สามเศียร จำกัด” ซึ่งประกอบด้วยคนในครอบครัวสังวริบุตร, เหล่าบุคลากรที่เติบโตอยู่ในกองถ่าย จากการเป็นนักแสดงเด็ก-หนุ่มสาว มาสู่การเป็นคนเบื้องหลัง-ผู้กำกับการแสดง, คนเขียนบท ซึ่งเป็นยอดฝีมือทั้งในแวดวงโทรทัศน์และวงการวรรณกรรม ตลอดจนนักแสดงนำมากหน้าหลายตาที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปตามกาลเวลา กลายเป็นบุคคลเพียงกลุ่มเดียวที่ยังมุ่งมั่นผลิตและพัฒนา “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” มาอย่างต่อเนื่อง
หลายครั้ง เนื้อหาของ “ละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร” สามารถเป็นรูระบายความตึงเครียดในสังคมได้อย่างน่าทึ่งและชาญฉลาด บ่อยครั้ง เรื่องราวของละครประเภทนี้ก็มีบทสนทนาโต้ตอบกับประเด็นถกเถียงร่วมสมัยนอกจอได้อย่างแพรวพราว
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กระทั่งใน พ.ศ.2568 เรตติ้งของละครค่ายสามเศียร (เรื่องล่าสุด คือ “แม่ปลาบู่” ซึ่งดัดแปลงจาก “ปลาบู่ทอง”) ก็ยังมีตัวเลขสูงกว่าคอนเทนต์ส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย
ดังนั้น ย่อมถือเป็นความเหมาะสมที่ “ไพรัช สังวริบุตร” และ “บริษัท สามเศียร จำกัด” จะได้รับยกย่องจากงาน FEED X KHAOSOD Awards 2025 ให้เป็นผู้ได้รับรางวัล Lifetime Achievement (เกียรติคุณความสำเร็จในวิชาชีพ) ในฐานะคณะบุคคลที่บ่มเพาะเลี้ยงดูสร้างเสริม “วัฒนธรรมความบันเทิงเฉพาะทาง” แขนงนี้มาอย่างยาวนานและไม่ย่อท้อ
