bg-single

พระร่วงยืนเนื้อชิน-เก่าแก่ เปิดโลกซุ้มประตู-กรุโรงสี ชื่อดังเพชรบูรณ์-สุพรรณบุรี

07.09.2025

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

[email protected]

“พระร่วงเปิดโลกซุ้มประตู” วัดมหาธาตุ จ.เพชรบูรณ์ เป็นพระเครื่องรุ่นเก่า ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยได้พบเห็นกัน นับวันแทบจะไม่ได้มีใครพูดถึง แต่พระเครื่องที่เป็นพระกรุพระเก่า ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

กล่าวสำหรับ วัดมหาธาตุ เป็นวัดคู่เมืองเพชรบูรณ์ ตั้งอยู่ ต.ในเมือง ห่างที่ว่าการอำเภอเมืองประมาณ 200 เมตร มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์อยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ส่วนยอดพระเจดีย์หักพังไปแล้ว

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า วัดนี้แห่งสร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ก่อนปี พ.ศ.2483 วัดมหาธาตุมีสภาพเกือบเป็นวัดร้าง เสนาสนะมีเพียงกุฏิสงฆ์ 1 หลัง กับศาลาการเปรียญเก่าที่ใช้การเกือบไม่ได้ 1 หลัง พระอุโบสถเหลือแต่ฝาผนังอิฐเท่านั้น

จนต้นปี พ.ศ.2483 พระเพชรบูรณ์คณาวสัย (แพ) สมัยพระครูวินัยธร เป็นเจ้าอาวาส ได้ก่อสร้างกุฏิสงฆ์เพิ่มเติม สร้างศาลาการเปรียญ 1 หลัง พระอุโบสถ 1 หลัง และตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม สอนทั้งแผนกธรรมและบาลี ส่วนเขตวิสุงคามสีมาของวัด เดิมคงจะมีอยู่ตามแนวเขต ใบเสมาสลักด้วยหินทรายโบราณ ซึ่งยังมีอยู่ทั้ง 8 ใบ

พ.ศ.2496 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ และประกอบพิธีผูกพัทธสีมา เมื่อปี พ.ศ.2497

พระร่วงเปิดโลกซุ้มประตู

ต่อมาในปี พ.ศ.2510 กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมบูรณะพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หลังพระอุโบสถ ได้ขุดพบกรุ ซึ่งมีเสาศิลาแลงขนาดกว้างประมาณ 70 ซ.ม. สูง 60 ซ.ม. ซ้อนกันอยู่ 2 ก้อน และมีไหแบบสุโขทัย ขนาดเล็กและใหญ่ ตั้งอยู่ล้อมรอบเสาศิลาแลงหลายใบ

ภายในไหบรรจุทั้งพระพุทธรูป และพระเครื่องเนื้อชินเงินเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังพบเครื่องถ้วยชามจีนสมัยราชวงศ์เหม็ง และรูปปั้นคน รูปสัตว์ต่างๆ มีโถสังคโลก ตลับทองคำจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญได้พบลานทองจารึกอักษรไทยโบราณม้วนอยู่ในท้องหมูสัมฤทธิ์ 1 แผ่น และอยู่ในไหอีก 2 แผ่น รวมเป็น 3 แผ่น

จากการสำรวจพระที่ขุดพบ ปรากฏว่าได้พระพุทธรูป 900 องค์ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยา แต่ล้อแบบศิลปะสกุลช่างสมัยต่างๆ ก่อนหน้าเป็นส่วนมาก ในส่วนที่เป็นพระเครื่องส่วนมากเป็นพระเนื้อชินเงิน ที่เป็นเนื้อดินเผามีบ้าง แต่ไม่มากนัก

เมื่อคัดแยกประเภทแล้ว ได้พระเครื่องแบบต่างๆ กว่า 30 แบบ เช่น พระร่วงเปิดโลกซุ้มประตู พระร่มโพธิ์ พระว่านหน้าทอง พระว่านหน้าเงิน พระซุ้มอรัญญิก พระซุ้มเรือนแก้ว พระท่ามะปราง พระฝักดาบ พระนางพญาเพชรบูรณ์ และพระนาคปรกพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น

พระเครื่องที่พบทั้งหมด กรมศิลปากรได้นำมาออกให้ประชาชนเช่าบูชา โดยกำหนดราคาแตกต่างกันไป ปรากฏว่าพระร่วงเปิดโลกซุ้มประตู เป็นพิมพ์ที่กรมศิลป์กำหนดราคาเช่าไว้สูงกว่าพระพิมพ์อื่นๆ

พระร่วงพิมพ์นี้นับว่าสวยงาม พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปยืน พระหัตถ์ทอดลงมาข้างลำพระองค์ พระบาทแยกออกหันพระปราษณี (ส้นเท้า) เข้าหากัน ประทับอยู่ในซุ้มประตู ต้นเสาลายก้างปลา ด้านบนซุ้มประดับลายกระหนกเครือนาคคู่ มีลายกระจังตาอ้อยอยู่ยอดบนสุด

นับเป็นศิลปะสกุลช่างอยุธยาที่สละสลวยงดงามมาก สังเกตดูจากสถาปัตยกรรมขององค์พระเจดีย์เป็นแบบทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างในสมัยสุโขทัยตอนปลาย แต่พระพุทธรูปและพระเครื่องที่พบ เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น จึงทำให้สันนิษฐานต่อได้ว่า คงมีการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อมาในสมัยอยุธยา

พระร่วงเปิดโลกซุ้มประตู เนื้อพระเป็นเนื้อชินเงิน บางองค์มีสนิมขุมและรอยระเบิดบางแห่ง คราบดินกรุฝังตัวอยู่ตามผิวทั่วไป

เชื่อว่าส่งเสริมอำนาจบารมี ความเจริญก้าวหน้า เมตตามหานิยม และแคล้วคลาด

พระร่วงกรุโรงสี

สําหรับ “พระร่วงกรุโรงสี” เป็นพระร่วงยืนกรุหนึ่งที่เป็นเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงของเมืองสุพรรณบุรี

ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ.2510 นายเมี้ยน ภารโรงของโรงเรียนประชาบาลวัดบางปลาหมอ อ.เมืองสุพรรณบุรี ได้ไปรับจ้างขุดดินหาลำไพ่พิเศษในวันหยุด ที่ใกล้กับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง บริเวณแถวนี้ในสมัยก่อนเรียกว่าบ้านค่าย เนื่องจากเป็นค่ายเดิม เมื่อครั้งไทยรบกับพม่า ต่อมาตรงที่แห่งนี้เถ้าแก่หลาได้มาซื้อที่ทำโรงสี นายเมี้ยนกับภรรยาได้มารับจ้างขุดดินที่จะก่อสร้างโรงสีเถ้าแก่หลา

ในวันหนึ่งที่กำลังขุดดินอยู่นั้น ภรรยาของนายเมี้ยนขุดไปพบกับหลุมทราย เมื่อลองขุดดู พบไหบรรจุพระร่วงยืน จึงได้บอกกับนายเมี้ยน และแอบเอาพระใส่ในผ้าขาวม้าห่อกลับมาบ้าน แต่มีเพื่อนคนงานเห็น จึงได้แบ่งพระไปให้คนละองค์สององค์ แล้วนำพระทั้งหมดกลับมาบ้าน

พวกเพื่อนคนงานที่ได้พระไปก็นำไปขายในตลาดเมืองสุพรรณ เซียนพระเห็นก็รู้ว่าเป็นพระเก่าต่างก็เช่าเอาไว้ และสอบถามถึงแหล่งที่มา พอทราบว่าเป็นมาอย่างไรก็ตามไปขอเช่าจากนายเมี้ยน ทยอยกันมาหลายคนจนพระร้อยกว่าองค์ที่ขุดได้หมดไปในคืนนั้นเอง

พระร่วงกรุนี้ศิลปะเป็นแบบอู่ทองล้อลพบุรี พุทธลักษณะเป็นพระร่วงยืนแบบพระร่วงยืนทั่วไปที่พบในเมืองสุพรรณ ประทับยืนปางประทานพร อยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ฐานองค์พระเป็นแบบเส้นลวด 4 ชั้น กรอบพิมพ์เป็นแบบพระร่วงยืนทั่วไป ด้านหลังพระร่วงกรุนี้มีทั้งที่เป็นแอ่ง และแบบหลังลายผ้า ขนาดสูงประมาณ 7 ซ.ม. กว้าง 2 ซ.ม. เนื้อพระเป็นชินตะกั่วสนิมแดงทั้งสิ้น มีไขขาวปกคลุมองค์พระอยู่เกือบทั้งองค์

บางองค์ผิวนอกมีสีออกเหลือง เนื่องจากคราบกรุคลุมไขขาวอีกชั้นหนึ่ง ถ้าล้างไขขาวออก จะพบเนื้อสนิมแดงเข้มเปลือกมังคุดหรือแดงน้ำตาลไหม้

พระร่วงกรุนี้ที่ได้ชื่อว่ากรุโรงสี เนื่องจากการขุดดินถมที่เพื่อสร้างโรงสีของเถ้าแก่หลา เมื่อแรก ใครถามก็บอกที่มาว่า พบที่บริเวณที่สร้างโรงสี จึงเป็นที่มาของชื่อกรุพระร่วงกรุนี้ว่า “กรุโรงสี”

ว่ากันว่า เด่นด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี ปัจจุบันหาชมยาก



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนอ่าน 5 ข้อเสนอ ‘ผ่าทางตันการเมือง’ สุรพล นิติไกรพจน์ ขณะเป็นอธิการบดี มธ.
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (16)
เชลยศึกสงครามลาว (33) เป็นเชลย
ฝังจำ ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ต่อระบบราชการ
กับดักธูซิดิดิส (1) ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านของอำนาจ
ถ้าผู้ใหญ่ยังเลี่ยงบาลี เรียนฟรีก็จะยังไม่ฟรีจริง
E-DUANG | เลือก บอร์ด ประกันสังคม พลังแห่งอดีต กับ อนาคต
อาเศียรวาท
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 2) เรื่อง ปัญหาเส้นเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ประเทศไม่ไหวแล้ว เด็กรุ่นต่อไปจะอยู่กันอย่างไร เปิดใจ ‘เพียงพนอ’ ร่วมทางพรรคประชาชน
‘สุชาติ’ ค้านขึ้น VAT-กู้ 4 แสนล้านแจกเงิน จี้ปฏิรูปราชการอุดรูรั่วทุจริต ดีกว่ารีดภาษีประชาชน
ยศชนัน-ประเสริฐ ชูหลักสูตรฐานสมรรถนะ ยกระดับวิชา “ประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง-ภาษาไทย” ปั้นเด็กไทยสู่พลเมืองโลกที่สมบูรณ์