bg-single

ถอดบทเรียน เด็กชายกัมพูชา พิสูจน์มนุษยธรรมสังคมไทย

07.09.2025

| การศึกษา

ประเทศไทยตอนนี้สถานการณ์ร้อนแรงทะลุปรอท ทั้งการเมืองที่ไม่มีเสถียรภาพ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงจะเกิดการปะทะได้ทุกเมื่อ…

ซึ่งคงต้องยอมรับว่าปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบในวงกว้าง ล่าสุดกับเหตุการณ์สะเทือนใจ โดยคุณครูโรงเรียนแห่งหนึ่งโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่าลูกศิษย์ถูกตำรวจจับ ในข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

“นักเรียนของผมถูกแจ้งความในข้อกล่าวหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต นักเรียนของผมแม่มีสัญชาติกัมพูชา ที่มีสามีเป็นคนไทย ใน อ.บัวเชด ได้นำลูกศิษย์ผมเข้ามาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และไม่เคยกลับเข้าไปที่กัมพูชาอีกเลย จึงอยากขอความเห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์”

ทำให้เกิดข้อเรียกร้อง “ความเห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์” จุดกระแสสังคมกว้างขวาง นักวิชาการ-นักการเมืองหลายฝ่ายย้ำว่า ชาตินิยมต้องไม่ละเลยมนุษยธรรม เพราะการจับเด็กเข้าคุกถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็กอย่างร้ายแรง ขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child : CRC) กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) กฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล (IHRL) และอนุสัญญาเจนีวา ที่กำหนดให้เด็กต้องได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษแม้ในภาวะสงคราม

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แสดงความคิดเห็นกรณีดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ชาตินิยมต้องมีมนุษยธรรม ไม่ควรจะเลยเถิดกันเกินไป อีกทั้งหากทำอย่างนั้น ไทยจะเสียหายในสายตาชาวโลกแน่ แล้วก็จะถูกมองว่าไม่มีมนุษยธรรม ไม่ต่างอะไรกับฮุน เซน และขอเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ออกหน้ามาแก้ปัญหา

นางอังคณา นีละไพจิตร ส.ว. เห็นคล้ายกันว่า เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านสิทธิมนุษยชนมากที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค โดยเฉพาะเรื่องสิทธิเด็ก การนำเด็กเข้าคุกถือเป็นความผิดพลาดและน่าอับอายอย่างยิ่งของประเทศไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และอนุสัญญาสิทธิเด็ก CRC โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม เพราะเด็กไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้ง หรือเป็นผู้ก่อความรุนแรง

นอกจากนั้น ในช่วงสงครามเด็กยังต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก CRC และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ IHL กฎหมายสิทธิมนุษยชนสากล IHRL โดยหลักการสำคัญของกฎหมายมนุษยธรรมคือ เด็กทุกคนต้องได้รับความคุ้มครองพิเศษจากผลกระทบของความขัดแย้งทางอาวุธ

นอกจากนั้น อนุสัญญาเจนีวา และพิธีสารเพิ่มเติม ยังกำหนดให้คู่ขัดแย้งต้องคุ้มครองพลเรือน โดยเฉพาะกรณีเด็กที่ติดตามครอบครัวเพื่อหนีภัยความตาย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ การปฏิบัติต่อเด็กในการนำเด็กเข้าคุก ถือเป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เป็นการเหยียดหยาม แก้แค้น หรือกีดกันเด็กในการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนา ซึ่งเป็นสิทธิของเด็กที่ไม่มีข้อจำกัดแม้ในภาวะสงคราม

การดำเนินคดีและการปฏิบัติต่อเด็กในฐานะผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ต้องเป็นไปตามหลักความยุติธรรมสำหรับเด็ก (juvenile justice) โดยเจ้าหน้าที่ต้องระลึกว่าเด็กไม่ได้กระทำผิดเพราะเด็กไม่ได้เข้ามาเองแต่เด็กๆ เข้ามาโดยติดตามผู้ปกครอง เด็กจึงไม่มีความผิด และควรได้รับความคุ้มครองแทนที่จะถูกลงโทษ และต้องปฏิบัติต่อเด็กในฐานะ “ผู้ติดตาม” ไม่ใช่ “ผู้กระทำผิดอาญา”

การที่เจ้าหน้าที่นำเด็กเข้าคุกในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ทำให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจเรื่องทางเลือกแทนการกักตัวเด็ก (MOU-ATD) ที่รัฐบาลได้ทำไว้กับหน่วยงานของรัฐ 7 กระทรวง รวมถึงกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการสิทธิเด็กในระดับสากล โดยเฉพาะหลักการ “ประโยชน์สูงสุดของเด็ก” (Best Interest of the Child) ซึ่งควรเป็นหลักการที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ

ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ระบุว่า ศธ.ยึดหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด ไม่เช่นนั้นนักเรียนรายนี้คงไม่ได้เข้ามาเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตั้งแต่แรก สำหรับเรื่องนี้ คงต้องมาดูรายละเอียดว่ามีอะไรที่ ศธ.สามารถช่วยเหลือตามกฎหมายได้บ้าง ทั้งนี้ ขอฝากไปยังประชาชนว่า ควรแยกแยะระหว่างความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับเรื่องของมนุษยธรรม

“ศธ.ยึดหลักมนุษยธรรม แต่ขณะนี้สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงเองจะต้องดูแลและดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งก็คงต้องมาดูว่า ศธ.จะเข้าไปช่วยเหลือในส่วนใดได้บ้าง ทั้งนี้ จากที่ได้รับรายงานพบว่านักเรียนรายนี้มีพ่อแม่ที่ไม่ใช่คนไทยและเข้าเมืองไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น คงต้องมาดูว่าจะดำเนินการอะไรได้บ้าง และถ้าหากสามารถทำให้เด็กเข้าเรียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายได้ ศธ.ก็พร้อมที่จะดูแลเด็กรายนี้” นางนฤมลกล่าว

แม้ท้ายที่สุด ศธ. และรัฐบาลยืนยันจะให้เด็กได้เรียนและอยู่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ถูกเนรเทศ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าความขัดแย้งชายแดนกำลังบานปลายไปสู่การแบ่งแยกเชื้อชาติ และเด็กคือผู้ที่รับผลกระทบโดยตรง

สิ่งสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงการให้สิทธิพื้นฐานแก่เด็กเท่านั้น แต่หน่วยงานรัฐและสังคมต้องร่วมกันลดความเกลียดชัง สร้างความเข้าใจในชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้ความโกรธแค้นลุกลามไปสู่การทำร้ายผู้บริสุทธิ์

เชื่อว่าเด็กชายกัมพูชารายนี้คงไม่ใช่รายสุดท้าย ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งชายแดน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงต่อไปคือ แม้จะได้สิทธิอยู่และเรียนในประเทศไทยแล้ว การดำรงชีวิตท่ามกลางความขัดแย้งในสังคม จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเด็กด้วยหรือไม่

บทเรียนครั้งนี้ย้ำว่า “มนุษยธรรม” ต้องเป็นหลักยึดกลางของทุกการตัดสินใจ ไม่ว่าในภาวะสงครามหรือความขัดแย้งใดๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน