bg-single

ส่งสารถึง ‘รัฐมนตรีว่าการ ศธ.’ ใหม่ ดันร่าง กม.ศึกษาฯ-หลักสูตรสมรรถนะแก้หนี้ครู

15.09.2025

| การศึกษา

ในที่สุด ประเทศไทยก็ได้นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ชื่อ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรได้โหวตเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 156 ซึ่งนายอนุทินได้รับเสียงเห็นชอบ 311 เสียง ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้เสียงเห็นชอบ 152 เสียง งดออกเสียง 27 เสียง จาก ส.ส.ทั้งสภา 490 คน

โดยพรรคประชาชน (ปชน.) ได้เทเสียงโหวตให้นายอนุทิน ตามที่ได้เซ็นเอ็มโอเอระหว่างพรรค ปชน.กับพรรค ภท.ภายหลังพรรค ภท.เดินเกมเร็ว เข้าคุยกับพรรค ปชน.และยอมรับเงื่อนไขทุกข้อ ทั้งการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภาใน 4 เดือน รวมถึงเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เพิ่มเติมในภายหลัง

ซึ่งพรรค ปชน.มองว่าอย่างน้อยๆ พรรค ภท.ได้แสดงถึงความจริงจัง และจริงใจ

ขณะที่พรรค พท.พลิกลิ้นรายวัน แถมยัง “ขู่” ถ้าไม่เลือก พท.จะ “ยุบสภา” และได้ยื่นทูลเกล้าฯ “ร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภา” หลังมีข่าวพรรค ปชน.เลือกพรรค ภท. ก่อนร่าง พ.ร.ฎ.ยุบสภาจะถูกตีกลับ แต่ยังคงดิ้นเปิดไพ่ใบสุดท้าย ว่าถ้าโหวตให้นายชัยเกษมเป็นนายกฯ จะยุบสภาทันที

เหตุการณ์พลิกผันนี้ เกิดหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

จากคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568

โดยผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มีมติโดยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 เสียงเห็นว่าผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 เสียงเห็นว่าผู้ถูกร้องขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5)

นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง คือ วันที่ 1 กรกฎาคม 2568

เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงแล้ว ส่งผลให้รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

นายไชยชนก ชิดชอบ

จากที่รัฐบาลนายอนุทินจะมีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน ตามเอ็มโอเอของพรรค ปชน.นายอนุทินจึงเดินเกมตั้ง “ครม.” ใหม่อย่างรวดเร็ว

โดยในส่วนของกระทรวงด้านการศึกษา โผ ครม.ปรากฏชื่อ “นายไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค ภท. เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นั่งรัฐมนตรีว่าการ อว.

ขณะที่ชื่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ยังคงเป็น “นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์” รักษาการรัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนปัจจุบัน จากพรรคกล้าธรรม มี “นายองอาจ วงษ์ประยูร” จากพรรคเดียวกัน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.

ซึ่งหลายๆ คนอาจเบาใจได้ในกรณีของ ศธ.เพราะอย่างน้อยๆ นางนฤมลก็น่าจะสานต่อนโยบายหลายๆ เรื่องที่ได้เริ่มต้นไปแล้วบ้าง ไม่ต้องถูก “ล้มกระดาน” เพื่อนับหนึ่งใหม่

ยกเว้น โผ ครม.จะเปลี่ยนแปลงอีก อีกทั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลที่มีพรรค พท.เป็นแกนนำ และทำหน้าที่บริหารประเทศ ได้ “ตอกย้ำ” ความ “ล้มเหลว” ในการบริหารประเทศทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการศึกษา

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

คราวนี้ลองมาฟังเสียงนักวิชาการ ที่มองถึง “เจ้ากระทรวง” ที่จะเข้ามาบริหารการศึกษาของประเทศ ในสถานการณ์ปัจจุบัน จะส่งผลต่อการขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างไร

เริ่มจาก นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ระบุว่า ใน 2 ปี ไทยเปลี่ยนตัวนายกฯ ถึง 3 ครั้ง ถือว่าไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ส่งผลต่อระบบการศึกษาของประเทศโดยตรง เนื่องจากนโยบายหรืองานต่างๆ ที่รัฐมนตรีได้มอบหมายไว้จะไม่ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามาจะสานต่อนโยบายเหล่านั้นหรือไม่

เมื่อการเมืองเป็นแบบนี้ ย่อมส่งผลต่อระบบการศึกษาที่ไร้ทิศทาง กลายเป็นการทำงานแบบเกียร์ว่าง ในส่วนของ ศธ.ตั้งแต่ยุค “เรียนดี มีความสุข” มาเป็น “เรียนดี มีคุณธรรม” ยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรเลย ก็ต้องเปลี่ยนอีกครั้ง เช่น การแก้หนี้สินครู ที่นางนฤมลจะจัดตั้งสหกรณ์กลาง เป็นความหวังของครูในการแก้หนี้สิน จะต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

“ผมอยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนใหม่สานต่อเรื่องคุณภาพผู้เรียน ลดภาระการประเมิน แก้ปัญหาหนี้สินครูโดยจัดตั้งสหกรณ์กลาง สกสค.ที่ได้ริเริ่มไว้ รวมถึงปรับเกณฑ์วิทยฐานะ อยากให้นโยบายที่ตั้งไข่ไว้แล้วมีคนสานต่อ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้คนทำงาน ขณะนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาไร้ความหวัง หาก ครม.ชุดใหม่เข้ามาตามกรอบเวลาเพียง 4 เดือน ก็ต้องเริ่มใหม่อีก จึงไม่อยากฝากความหวังไว้กับฝ่ายการเมืองแล้ว” นายณรินทร์กล่าว

นายอรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้านนายอรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าสิ่งที่ยังค้างคา คือการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ซึ่งค้างตั้งแต่ยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการเปลี่ยนผู้บริหารฝ่ายการเมืองบ่อย ส่งผลให้เรื่องนี้หยุดกลางคันอีกครั้ง ไม่รู้ว่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนใหม่ จะมุ่งมั่นผลักดันให้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ ทั้งที่การศึกษารอไม่ได้ จึงชัดเจนว่าความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ส่งผลต่อระบบการศึกษาโดยตรง

อีกเรื่องที่สำคัญ คือปีนี้เพิ่งประกาศใช้ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” นำร่อง 4,000 โรงเรียนทั่วประเทศ และยังไม่แน่นอนว่าหลังนำร่องแล้ว จะขยายผลไปทั่วประเทศ และในระดับชั้นอื่นๆ หรือไม่ ซึ่งโรงเรียนต้องรอความชัดเจนจากส่วนกลาง และส่วนกลางก็ต้องรอความเห็นชอบจากรัฐมนตรี แต่ใน 2 ปีนี้ เปลี่ยนรัฐมนตรีถึง 3 คน โดยรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เข้ามา หากอยู่แค่ 4 เดือน ก็ต้องหยุดกลางคันอีก

อย่างไรก็ตาม ใครก็ตามที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนใหม่ จะต้องถูกเรียกร้องให้สานต่อนโยบายเดิมแน่นอน เช่น จัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…. ที่ค้างมาหลายปี แต่มีร่างฉบับต่างๆ รอนำไปประกอบ และนำเข้า ครม.ก่อนผลักดันเข้าสภา แต่หากรัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนใหม่มาแค่รักษาการ การจัดทำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ก็คงไม่ได้อยู่ในวาระเร่งด่วน และค้างไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

ขณะที่นางนฤมลปัดตอบหลังสะพัดว่าจะกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ. แต่เจ้าตัวย้ำว่า ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะได้เดินหน้านโยบายที่วางไว้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้สินครูฯ และการจัดตั้งสหกรณ์กลาง สกสค.ก็จะไม่หยุดแน่นอน เชื่อว่าครูทุกคนจะสนับสนุนให้นโยบายสหกรณ์กลาง สกสค.เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ก็ต้องติดตามว่า “รมว.ศธ.” คนใหม่ จะใช่คนหน้าเดิมหรือไม่…

ถ้าใช่…จะผลักดันนโยบายที่ตัวเองริเริ่มไว้ ให้เป็นจริงใน 4 เดือน ได้หรือไม่??



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยุทธการของ BRN ! | สุรชาติ บำรุงสุข
อดีต รมว.คลัง ชี้การยกเลิกธนบัตร 1,000 บาท—ประชาชนเดือดร้อน แต่คนโกงอาจรอด และ รัฐบาลเสียความเชื่อมั่น
นายกสมาคมตำรวจ เยี่ยม “ร.ต.ท.ประสาร”ถูกต่างชาติคัตเตอร์ฟันคอขณะเข้าจับกุม ชื่นชมใจผู้พิทักษ์ฯ ย้ำตำรวจต้องแม่นยุทธวิธี ลดสูญเสี
อำนาจภายใต้ความชอบธรรมที่แตกร้าว
สุนทรียศาสตร์แห่งบาดแผล ในงานของผดุงทรัพย์ ประชานันทร์
ส่องกราดยิงที่โรงเรียนเมืองไทย ในสายตาสื่ออเมริกัน ถึงเวลาออกกฎหมายห้ามเด็กไทยอายุต่ำกว่า 16 ปี เข้าถึงสื่อออนไลน์
รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว มองปรากฏการณ์ แห่จ้อง ‘ไลฟ์’ ประชุมงบ กทม. โปร่งใส โชว์วาทะ ดราม่าเกินเบอร์?
กว้านซื้อหนังสือมือสอง อาหารสมองของ AI
‘การศึกษา’ และ ‘สื่อ’ อีก 2 ปัจจัยกระตุ้น ‘ความรุนแรง’ ในสังคมไทย?
โผทหาร ฉบับลับ ผบ.เหล่าทัพ ทำเอง ยื้อ โค้งสุดท้าย จับตา ไพ่ใบสุดท้าย ‘บิ๊กปู’ ‘เต้-ไก่-กอล์ฟ’ ส่งออก ‘บิ๊กใหญ่’ ไป กห.
FEED X KHAOSOD AWARDS 2026 เปิดโหวตรางวัลยอดนิยม 6 สาขา ถึง 21 กันยายน นี้
E-DUANG |   เรื่องของคน เรื่องของกิเลส คนต้องคน ให้ทั่ว หัวถึงตีน