ตุลาการภิวัฒน์ …รัฐบาลพลิกขั้ว เพราะกลัวการแก้รัฐธรรมนูญ อำนาจเก่า ฉายหนังซ้ำ ปี 2551
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
ตุลาการภิวัฒน์ …รัฐบาลพลิกขั้ว
เพราะกลัวการแก้รัฐธรรมนูญ
อำนาจเก่า ฉายหนังซ้ำ ปี 2551
สองสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เขียนว่า 2 ปีกว่าการเมืองไทยพลิก 8 ตลบ มาถึงตอนนี้ ถือว่าคาดการณ์ผิด เพราะพลิกผันเกินกว่า 8 ตลบกลายเป็น 10 ตลบ เพราะมีพรรคประชาชนมาพลิกเกมอีก 1 และอำนาจพิเศษมาช่วยอีก 1
กลุ่มอำนาจเก่า จัดตุลาการภิวัฒน์ แล้วตั้งรัฐบาลพลิกขั้ว คล้ายปี 2551ได้สำเร็จ
ย้อนดู…เดือนกันยายน 2551 ตุลาการภิวัฒน์ ปลด นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ข้อหารับจ้างจัดรายการทีวี ต่อมา 2 ธันวาคม 2551 ตุลาการรัฐธรรมนูญยุบพรรคร่วมรัฐบาล 3 พรรครัฐบาล คือ พลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ปลดนายกสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่มาแทนนายกฯ สมัคร
กลุ่มอำนาจเก่าจัดตั้งรัฐบาลพลิกขั้ว ดึงกลุ่มเพื่อนเนวิน ชิดชอบ (ภูมิใจไทย) มาร่วมกับ ประชาธิปัตย์ ให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ
ผ่านไป 16 ปี ก็เกิดขึ้นอีก สิงหาคม 2567 ตุลาการภิวัฒน์ปลดนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ต่อมา สิงหาคม 2568 ปลดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร แผนที่ใช้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว คงยังไม่ขวาพอ
เกมการเมืองครั้งนี้ไม่จบลงที่การยุบสภา เพราะคนวางแผนต้องการยึดอำนาจ
นักวิเคราะห์หลายคนเรียกว่ารัฐประหารเงียบ และไปหาสาเหตุกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น?
ทำไมพรรคประชาชนจึงต้องอุ้มอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นตำแหน่งนายกฯ
การตัดสินใจครั้งนี้จะมีผลตามหลังมาอย่างไร?
เส้นทางวิบากของพรรคเพื่อไทย
แผนแบ่งแยกและปกครอง คือยุทธศาสตร์หลักของกลุ่มอำนาจเก่า เดินต่อหลังเลือกตั้ง 2566 เนื่องจากมี ส.ว. 250 คนเป็นแต้มต่อในการเลือกนายกฯ จึงฉีกแนวร่วม พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล
ในเกมแย่งตำแหน่งนายกฯ เพื่อไทยเลือกมาร่วมรัฐบาลกับฝั่งอนุรักษนิยมและก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน จากนั้นก็มีการยุบพรรคก้าวไกล สิงหาคม 2568
สัญญาณร้ายจากปี 2567 สู่ 2568 มาปรากฏชัด เมื่อมีความขัดแย้ง เพื่อไทยกับภูมิใจไทย ขณะที่เกิดการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาพอดี
18 มิถุนายน 2568 ทำไมฮุน เซน ปล่อยคลิปเสียงสนทนานายกฯ แพทองธารกับฮุน เซน? เป็นจังหวะดีที่เปิดช่องให้กลุ่ม ส.ว.และฝ่ายขวาเสนอถอดถอนนายกฯ ออกจากตำแหน่ง
19 มิถุนายน 2568 ภูมิใจไทยชิงถอนตัวจากรัฐบาลนายกฯ แพทองธาร และคิดว่ารัฐบาลจะล้ม นายกฯ จะลาออก แต่พรรคเพื่อไทยก็ตั้งตัวติดทำให้พรรคภูมิใจไทยลอยเคว้งคว้างอยู่พรรคเดียว
24 มิถุนายน 2568 ทำไมฮุน เซน บอกว่า…ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในอีก 3 เดือนข้างหน้า และรู้ล่วงหน้าว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่จะไม่พูด
หรือมีคนกระซิบข้อมูลของแท้ให้ฮุน เซน ฟังมาก่อนแล้ว เพราะไม่ถึง 3 เดือน ไทยเปลี่ยนนายกฯ จริงๆ
29 สิงหาคม 2568 นายกฯ แพทองธารหลุดจากตำแหน่ง พรรคเพื่อไทยรู้ตัวช้าเกินไป แผนปั้นนายกฯ ใหม่จึงเดินต่อ
การเดินเกมและการตัดสินใจ
ของพรรคประชาชน
29 สิงหาคม 2568 พรรคประชาชนเสนอเลือกนายกฯ คนใหม่ภายใต้เงื่อนไข
1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือน
2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ร่างโดย ส.ส.ร.โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่
3. พรรคประชาชนยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล ทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป
ไม่แน่ใจว่าพรรคประชาชนจะรู้แผนการ หรืออ่านเกมของฝ่ายต่างๆ อย่างไร แต่การประกาศใช้เสียง ส.ส. 143 คน สนับสนุนผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ คนใหม่พร้อมเงื่อนไข 3 ข้อนั้น คนส่วนใหญ่มองว่ามีแค่ข้อ 3 ที่ทำได้จริง
เมื่อผ่านการหาข้อมูลและถามความเห็นภายในของพรรคประชาชน คงจะรู้ว่าเกมนี้อำนาจพิเศษได้ลงมาเล่นแล้ว และเพื่อไทยก็ไม่สามารถยุบสภาได้ พวกเขาจะต้องตัดสินใจว่าจะยอมสยบแบบเพื่อไทยเคยทำหรือจะสู้ต่อ
ซึ่งทั้งจะต้องมีเหตุผลในเกมต่อสู้ระยะสั้นและระยะยาว ที่มีผลต่อศรัทธาของประชาชน 14.4 ล้านเสียง และยังจะต้องคำนึงถึงเกมการเมืองแบบสามก๊กในอนาคต
สุดท้ายพรรคประชาชนก็ตัดสินใจอุ้มอนุทินขึ้นเป็นนายกฯ สำเร็จ ฝ่ายขวาเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยกลายเป็นฝ่ายค้าน
พรรคประชาชนยังไม่รู้ว่าจะเรียกเป็นฝ่ายอะไร
การเดินเกมของภูมิใจไทย
เมื่อ…ส้มหล่น เป็นเข่ง
พรรคภูมิใจไทยนั้นไม่น่าจะมีแผนการแย่งชิงการเป็นนายกฯ จนกระทั่งถูกเสนอให้คืนกระทรวงมหาดไทยให้กับพรรคเพื่อไทย จึงเกิดแตกหักกัน ภูมิใจไทยเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก กรณีคลิปเสียงฮุน เซน แต่ไม่เป็นไปตามแผน
จึงใช้แผนที่ 2 ก็คือรอตุลาการภิวัฒน์ หลัง ส.ว.ไปยื่นเสนอถอดถอนนายกฯ และก็ทำได้สำเร็จ ในไม่กี่วัน
แต่การชิงตำแหน่งนายกฯ ในสภาจะต้องมีเสียงเกินครึ่ง ถ้าภูมิใจไทยดึงเสียงพรรคร่วมรัฐบาลมาได้จำนวนหนึ่ง คงได้แค่ 130-150 คน ดูแล้วไม่มีโอกาส แต่ภูมิใจไทยกล้าลุย
บังเอิญพรรคประชาชนจัดโปรไฟไหม้ขึ้นมาพอดี รอบ 100 ปีมีครั้งเดียว โหวตให้เป็นนายกฯ ฟรีไม่เอาเก้าอี้รัฐมนตรีสักตัว แค่มีเงื่อนไข 3 ข้อ ทำให้ส้มหล่นมาทั้งเข่ง เพราะถ้าเอา ส.ส.พรรคประชาชนไปบวกก็มีเกิน 290 เสียง เกินครึ่งสภา ที่สำคัญมีเก้าอี้รัฐมนตรีมากมาย มาต่อรองแบ่งสรร
ภูมิใจไทยจึงใช้อำนาจพิเศษเป็นปัจจัยเสริม เร่งประสานทั้งล่าง-บน ดึง เสียงพรรคร่วมรัฐบาลให้ไหลมา จนมีเสียงสนับสนุน 146 เสียง พร้อมตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่มีเสียง ส.ส. 143 ของพรรคประชาชนเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ
วิเคราะห์การตัดสินใจ
และการเดินเกมของพรรคเพื่อไทย
สัญญาณอันตรายของพรรคเพื่อไทยเริ่มตั้งแต่ตอนที่ถอดถอนนายกฯ เศรษฐา ต่อมานายกฯ แพทองธารถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวและรอคำตัดสิน แต่เพื่อไทยยังคิดว่าสู้ได้ พอศาลตัดสินก็ช้าไปแล้ว
สุดท้ายพอรู้ข่าวว่ามีอำนาจพิเศษเข้ามากดดัน ก็แก้เกมไม่ทัน ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ทุกขั้นตอนแม้แต่การย้ายข้างของพรรคกล้าธรรม มาสไตล์เดียวกับเนวิน ในปี 2552 แต่ไม่มีคำพูดว่า …มันจบแล้วครับนาย
เพื่อไทยยังคิดสู้ พยายามต่อรองและมีข้อเสนอต่างๆ แต่พรรคประชาชนก็เลือกที่จะหนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ
เพื่อไทยสู้ต่อโดยการยุบสภา แม้จะมีข้อถกเถียงว่านายกฯ รักษาการมีอำนาจนี้หรือไม่ แต่ในความเป็นจริงมีการเตรียมแนวต้านไว้ไม่ให้การยุบสภาเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ภูมิใจไทยไม่ลงทุนลงแรงโดยไม่อุดช่องโหว่นี้
คิดว่าพรรคเพื่อไทยก็พอรู้อยู่บ้างแต่ก็ยังฝืนยื่นไป
ผลที่ตามมา
หลังขอเวลาอีกไม่นาน
ให้รัฐบาลอนุทิน
1.ภูมิใจไทยมีเวลาเย็บและแต่งแผล สะสมกำลังเพื่อการเลือกตั้งครั้งใหม่ 6-11 เดือน
2. เพื่อไทยตกจากหลังม้า ต้องเดิน จึงถูกตัดโอกาสในการสร้างผลงานที่มีน้อยอยู่แล้ว ไม่ให้เพิ่มอีกเลย และถูกตัดอำนาจรักษาการขณะเตรียมเลือกตั้ง เกิดความรวนเรในพรรค
3. รัฐบาลกัมพูชา และฮุน เซน หวังจะได้ผลตอบแทนครั้งนี้ไม่น้อยกว่าเดิม ด่านชายแดนจะเปิดตามปกติ
4. พรรคประชาชนสามารถลดอำนาจพรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งทางการเมืองสำคัญ ได้ตอบโต้ที่เคยถูกเพื่อไทยทิ้งในการตั้งรัฐบาลครั้งก่อน
ผลด้านลบก็คือความสูงเด่นในเชิงอุดมการณ์ของพรรคลดลงหลังจากการเลือกนายกฯ อนุทิน ถ้ารัฐบาลภูมิใจไทยทำเรื่องดีก็รอดไป แต่ถ้าทำเรื่องที่ประชาชนไม่ชอบ พรรคประชาชนก็จะถูกพ่วงไปด้วย
สำหรับประชาชนที่มีศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตย พวกเขาไม่ต้องการระบอบอำมาตยาธิปไตย ไม่ยอมสยบต่ออำมาตย์ พวกเขาเคยเลือกไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน เลือกเพื่อไทย มาเป็นเลือกพรรคอนาคตใหม่ เป็นก้าวไกล
วันนี้หลายคนอาจเห็นว่าพรรคประชาชนไม่เหมือนพรรคก้าวไกล ไม่เหมือนอนาคตใหม่
พรรคประชาชนตัดสินใจครั้งนี้ เสริมฝ่ายประชาธิปไตย หรืออำมาตยาธิปไตย ต้องรอ 4-10 เดือน
ดูผลสำเร็จของเกมนี้ ดูจากการเดินของคดีความต่างๆ เช่น คดีฮั้ว ส.ว. คดีที่ดินเขากระโดง คดีฟ้อง ส.ส.พรรคก้าวไกล การประกาศยุบสภา การเปิด-ปิดชายแดนกัมพูชา
ที่ท้าทายที่สุด คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมา ทั้งรัฐประหาร ตุลาการภิวัฒน์ ตั้งรัฐบาลพลิกขั้ว ฮั้ว ส.ว. ก็เพื่อรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะรัฐประหาร ใครจะยอมให้มี ส.สร. มาร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าพรรคประชาชนทำได้ ต่อไปต้องได้เป็นรัฐบาล
